
โอ้… โอเคครับ… เราจะมาคุยกันเรื่อง “Imaginary” “ระมัดระวัง”คอนเซปต์ “เพื่อนในจินตนาการสุดสยอง” มันคือ “วัตถุดิบชั้นดี” สำหรับหนังสยองขวัญ มันคือการหยิบเอาความไร้เดียงสาที่บริสุทธิ์ที่สุดของวัยเด็ก (การมีเพื่อนที่เราสร้างขึ้นเอง) มาขยี้ทิ้งด้วยความน่าสะพรึงกลัว มันคือการเล่นกับความกลัวพื้นฐานที่ว่า “ถ้าสิ่งที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุด… หันกลับมาทำร้ายเราล่ะ?”นี่คือหนังจาก Blumhouse สตูดิโอที่ขึ้นชื่อเรื่อง “ไฮ-คอนเซปต์, โลว์-บัดเจ็ต” (High-concept, low-budget) สตูดิโอที่เสิร์ฟทั้ง Get Out และ Insidious ให้เรา… แต่ในขณะเดียวกัน ก็เสิร์ฟหนังที่ “เกือบลืม” อย่าง Truth or Dare หรือ Fantasy Island (ซึ่งมาจากผู้กำกับคนเดียวกัน… Jeff Wadlow)และน่าเสียดายครับ… “Imaginary (2024)” คือความผิดหวังครั้งใหญ่ มันไม่ใช่หนังที่ “แย่” ในระดับที่ “ก้าวร้าว” หรือ “น่าเกลียด” จนคุณต้องโกรธ… แต่มัน “แย่” ในแบบที่ “น่าเบื่อ” ที่สุดมันคือความบาปที่ร้ายแรงที่สุดที่หนังสยองขวัญเรื่องหนึ่งจะทำได้……มัน “ไม่น่ากลัว” เลยวันนี้ ผมจะไม่เล่าเรื่องย่อนะครับ เพราะเอาจริงๆ “พล็อต” ของมันก็คือการยำรวมหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆ ที่คุณเคยดูมานั่นแหละ แต่ผมจะมา “ผ่า” ให้ดูว่า ทำไม “ตุ๊กตาซาตาน” ที่ชื่อ “ชอนซี่ย์” (Chauncey) ตัวนี้… ถึงกลายเป็น “ตุ๊กตาที่น่าผิดหวัง” ไปได้

นี่คือจุดที่ “ตาย” ที่สุดของหนังเรื่องนี้”Imaginary” ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วย “เรื่องราว” ครับ… มันถูก “ลาก” ไปข้างหน้าด้วย “ขนบ” (Tropes) ที่เก่าและช้ำยิ่งกว่าผ้าขี้ริ้ว
1. “สูตรสำเร็จ” ที่ไร้วิญญาณหนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือน “เขียนตามใบสั่ง”คุณมีลิสต์ checklist ของหนังสยองขวัญใช่ไหม?
หนัง “ติ๊ก” ครบทุกข้อ… และนั่นคือ “ทั้งหมด” ที่มันทำมันไม่เคยพยายามที่จะ “บิด” หรือ “เล่น” กับสูตรเหล่านี้เลย มันแค่ “นำเสนอ” มันออกมาทื่อๆ ราวกับเป็น “คู่มือ” การทำหนังสยองขวัญ
2. จังหวะการเล่าเรื่อง (Pacing) ที่ยานคางที่สุดหนังใช้เวลา “ชั่วโมงแรก” เต็มๆ… (ย้ำว่า 1 ชั่วโมงเต็ม!) …ไปกับการ “ปู” เรื่องที่เรารู้อยู่แล้วมันคือการวนซ้ำๆ ของฉาก:
ฉาก 1: เด็กเล่นกับตุ๊กตา
ฉาก 2: นางเอก (เจสสิก้า) รู้สึกว่า “มีอะไรแปลกๆ”
ฉาก 3: ลูกเลี้ยงคนโต (เทย์เลอร์) ทำตัวเป็นวัยรุ่นขวางโลก
ฉาก 4: กลับไป ฉาก 1
มันไม่ใช่ “Slow-burn” (การสุมไฟช้าๆ) แบบที่ Hereditary หรือ The Witch ทำนะครับ… เพราะ “Slow-burn” ที่ดี มันต้องมีความ “อึดอัด” (Dread) และ “ความตึงเครียด” (Tension) ที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้นแต่ “Imaginary” มันคือ “Slow-Nothing”มัน “ช้า” และ “ไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เลยมันคือการ “ยืด” พล็อตที่ควรจะเป็นหนังสั้น 15 นาที ให้กลายเป็นหนังยาว 1 ชั่วโมง 44 นาที
3. “แก่นเรื่อง” ที่ถูกทิ้งขว้าง (The Wasted Potential)สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดคือ หนังเรื่องนี้ “มี” แก่นเรื่องที่ “ดี” ซ่อนอยู่!นั่นคือเรื่องราวของ “เจสสิก้า” (นางเอก) ในฐานะ “แม่เลี้ยง”เธอพยายามจะเชื่อมสัมพันธ์กับลูกเลี้ยงทั้งสอง ความกลัวของเธอไม่ใช่ “ผี” แต่คือความกลัวว่า “เธอจะไม่ใช่แม่ที่ดีพอ” ความกลัวว่า “ลูกๆ จะไม่ยอมรับเธอ”นี่คือ “หัวใจ” ที่ทรงพลังมาก!หนังอย่าง The Babadook เคยใช้ความสัมพันธ์ “แม่-ลูก” ที่แตกร้าว มาสร้างความสยองขวัญทางจิตวิทยาที่ยอดเยี่ยมมาแล้ว”Imaginary” “เกือบ” จะแตะประเด็นนี้ครับ… “ชอนซี่ย์” อาจจะเป็น “รูปธรรม” ของความกลัวและความวิตกกังวลของเจสสิก้าก็ได้……แต่หนังก็ “โยน” มันทิ้งไปครับหนังเลือกที่จะ “ไม่” สำรวจจิตใจของตัวละคร แต่เลือกที่จะ “ยัด” ฉาก Jump Scare โง่ๆ เข้ามาแทน สุดท้าย ประเด็น “แม่เลี้ยง” ก็กลายเป็นแค่ “ฉากหน้า” ที่ไม่มีผลอะไรกับเรื่องเลย
4. “โลกแห่งจินตนาการ” (The Never-Ever) ที่โคตรไร้จินตนาการและแล้วก็มาถึง “องก์สาม” (The Third Act) ที่หนังควรจะ “ปลดปล่อย” ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมดออกมา……และมันคือ “ความพังพินาศ” ที่สุดของเรื่อง”โลกอีกมิติ” ที่หนังเรียกว่า “The Never-Ever” (ซึ่งชื่อก็โหลมาก) มันควรจะเป็นโลกที่ “เหนือจริง” (Surreal), “บิดเบี้ยว” (Distorted), และ “น่าฝันร้าย” (Nightmarish)มันควรจะเป็นโลกที่ “ตรรกะ” ของเราใช้การไม่ได้……แต่สิ่งที่หนังให้เราคือ… “ทางเดินมืดๆ ที่มีประตูเยอะๆ”มันคือการ “ก๊อปปี้” โลก “The Further” จาก Insidious มาแบบ “เกรดต่ำ” และ “ราคาถูก”มันไม่น่ากลัว มันไม่สร้างสรรค์ มันไม่น่าสนใจมันคือการออกแบบงานสร้างที่ “ขี้เกียจ” ที่สุดและเมื่อ “บอสใหญ่” (The Entity) ปรากฏตัว… มันก็กลายเป็น… (สปอยล์เล็กน้อย) “แมงมุมยักษ์” ที่ดู “ง่อย” และ “ธรรมดา” มากการเล่าเรื่องของ “Imaginary” คือความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง มันคือบทหนังที่รู้สึกเหมือนเป็น “ร่างแรก” (First Draft) ที่ถูกส่งเข้ากองถ่ายโดยไม่มีการขัดเกลาใดๆ ทั้งสิ้น

ถ้าเรื่องเล่ามัน “พัง”… อย่างน้อย “ภาพ” และ “บรรยากาศ” (Atmosphere) ก็ควรจะช่วยพยุงไว้ใช่ไหมครับ?…คำตอบคือ “ไม่” ครับ
1. “ความสะอาด” ที่ฆ่าความสยองหนังเรื่องนี้ “สว่าง” เกินไปครับ… และ “สะอาด” เกินไปมันคือ “The Blumhouse Sheen” (ความเงามันของบลัมเฮาส์) ที่เราเห็นในหนังเกรดบีของพวกเขาบ้านในเรื่อง… แม้จะเป็นบ้านเก่า… แต่ก็ดูเหมือน “บ้านตัวอย่าง”แสงในเรื่อง… แม้จะเป็นฉากกลางคืน… ก็ยัง “สว่าง” จนเราเห็นทุกอย่างชัดเจนความสยองขวัญที่ดีต้อง “เล่น” กับ “เงา” ครับต้อง “ซ่อน” บางอย่างไว้ใน “ความมืด” ให้เรา “จินตนาการ” เอาเองแต่ “Imaginary” “เปิดไฟ” ใส่หน้าเราตลอดเวลา มันไม่มี “บรรยากาศ” ของความ “ไม่ปลอดภัย” เลยแม้แต่น้อย
2. “ชอนซี่ย์” (Chauncey): ตุ๊กตาที่ “ไม่ทำงาน”มาพูดถึง “ตุ๊กตาซาตาน” ของเราหน่อยดีไซน์ของ “ชอนซี่ย์” น่ะ… “โอเค” นะครับ… เขาดู “เก่า”, “สกปรก”, และ “น่าขนลุก” พอประมาณ ด้วยดวงตาแก้วที่ว่างเปล่าคู่นั้น…แต่นั่นคือ “ทั้งหมด” ที่เขามีหนัง “ล้มเหลว” ในการ “ใช้” เขาเปรียบเทียบกับ “แอนนาเบลล์” (Annabelle) … แอนนาเบลล์น่ากลัวเพราะเธอ “ไม่ขยับ” เลย แต่ “สิ่งรอบข้าง” มันขยับแทน มันคือความนิ่งที่คุกคามเปรียบเทียบกับ “ชัคกี้” (Chucky) … ชัคกี้น่ากลัวเพราะมัน “ขยับ” มันคือฆาตกรตัวจิ๋วแต่ “ชอนซี่ย์”… เขาอยู่ “ตรงกลาง” ที่น่าเบื่อเขา “นั่งนิ่ง” เกือบทั้งเรื่อง… และพอเขา “ขยับ”… มันก็คือการ “เปลี่ยนท่า” เล็กๆ น้อยๆ ที่ “ไม่” น่ากลัวเลยฉากที่ควรจะเป็น “ไม้เด็ด” เช่น ฉากที่ “หน้า” ของเขาเปลี่ยนไป… หนังก็ “ใช้” มัน “เร็ว” เกินไป และ “บ่อย” เกินไป จนมัน “หาย” น่ากลัวในทันที
3. The Jump Scare ที่ “ขี้โกง”หนังเรื่องนี้ “ไม่มี” ความน่ากลัวที่แท้จริง มันเลยต้องพึ่งพา “Jump Scare” (การตุ้งแช่)แต่มันคือ Jump Scare ที่ “ขี้เกียจ” ที่สุดมันคือการ “เงียบ… เงียบ… เงียบ… แล้วก็… ตู้ม!!!” (เสียงดังๆ กระแทกหู)มันไม่ใช่การ “สร้าง” ความกลัว… มันคือการ “จี้เอว” คนดูมันคือการ “กระตุก” ให้เราสะดุ้ง ไม่ใช่การ “ทำให้” เรากลัวและคุณ “เดา” มันได้ทุกฉากครับ… ทันทีที่เสียงในหนัง “เงียบ” ผิดปกติ… คุณรู้ได้เลยว่าอีก 3… 2… 1… มันมาแน่
4. งานกล้องที่ “ไร้แรงบันดาลใจ”กล้องใน “Imaginary” ทำหน้าที่แค่ “บันทึก” เหตุการณ์มัน “ไม่เล่าเรื่อง”ไม่มี “มุมกล้อง” ที่สร้างสรรค์, ไม่มี “การเคลื่อนกล้อง” ที่น่าสนใจมันคือการ “ตั้งกล้อง-ถ่าย” (Point-and-shoot)มันคือสไตล์ “ภาพยนตร์ทีวี” (TV Movie) ที่สุดแสนจะ “จืดชืด” และ “ไร้รสชาติ”

นี่คือส่วนที่ “น่าสงสาร” ที่สุดเพราะ “Imaginary” มีนักแสดงที่ “ดี” ครับ… แต่พวกเขา “ติด” อยู่ในบทที่ “ห่วย”
1. DeWanda Wise (รับบท เจสสิก้า)ผม “รัก” เธอจากซีรีส์ She’s Gotta Have It … เธอมี “เสน่ห์” (Charisma) และ “พลัง” ที่ล้นเหลือและในเรื่องนี้… คุณ “เห็น” เลยว่าเธอ “พยายาม”เธอ “พยายาม” แบกหนังทั้งเรื่องไว้บนบ่าเธอ “พยายาม” ใส่ “มิติ” ของความเป็นแม่เลี้ยงที่วิตกกังวลเธอ “พยายาม” “ขาย” ความกลัวในฉากที่บทมัน “ไม่มี” อะไรให้เธอเล่นเลยแต่ “ความพยายาม” มันสู้ “บทที่แบน” ไม่ได้ครับสุดท้าย ตัวละครของเธอก็กลายเป็น “นางเอกหนังสยองขวัญ” ที่ “โง่” และ “ตัดสินใจอะไรแปลกๆ” ไปตาม “สูตร” เธอต้องใช้เวลา 80% ของเรื่องในการทำหน้า “สับสน” และ “กังวล”DeWanda Wise “ดีกว่า” หนังเรื่องนี้ครับ… และมันน่าเจ็บปวดที่เห็นเธอต้องมาอยู่ในหนังแบบนี้
2. เหล่านักแสดงเด็ก (Pyper Braun และ Taegen Burns)เด็กๆ “ทำหน้าที่” ของตัวเองได้ครับน้อง Pyper Braun (รับบท อลิซ) ก็เล่นบท “เด็กน้อยเห็นผี” ได้ตามมาตรฐานส่วน Taegen Burns (รับบท เทย์เลอร์) ก็เล่นบท “วัยรุ่นขวางโลก” ได้ตามมาตรฐาน…และนั่นคือ “ปัญหา” ครับพวกเขา “เล่นตามมาตรฐาน”พวกเขาไม่ได้ “สร้าง” ตัวละคร… พวกเขา “เล่น” ตาม “ต้นแบบ” (Archetype) ที่เราเห็นมาแล้วพันครั้ง มันไม่มีอะไร “จริง” หรือ “น่าจดจำ” ในตัวละครของพวกเขาทั้งคู่
3. Betty Buckley (รับบท กลอเรีย)นี่คือ “ตำนาน” นะครับ! นี่คือ Betty Buckley!และหนังเรื่องนี้ “ใช้” เธอ “ทิ้งขว้าง” ที่สุด!เธอปรากฏตัวมาใน “ฉากเดียว”… เพื่อทำหน้าที่ “The Exposition Dump”เธอคือ “ตัวละคร” ที่มีไว้เพื่อ “อธิบาย” ตำนานและ “กฎ” ทั้งหมดของ “ชอนซี่ย์” และ “The Never-Ever” ให้เจสสิก้า (และคนดู) ฟัง… แล้วเธอก็ “หาย” ไปจากหนังนี่คือ “การเขียนบทที่ขี้เกียจ” ที่สุดแทนที่จะให้ตัวเอก “ค้นพบ” ความจริงด้วยตัวเอง… ก็แค่ “ส่ง” ตัวละครมา “บอก” มันทื่อๆมันคือการ “ดูถูก” นักแสดงระดับตำนาน และ “ดูถูก” สติปัญญาของคนดูครับ

“Imaginary (2024) ตุ๊กตาซาตาน” ไม่ใช่หนังที่ “แย่จนต้องด่า”แต่มันคือหนังที่ “ว่างเปล่า” (Empty)มัน “ว่างเปล่า” จากความน่ากลัวมัน “ว่างเปล่า” จากความคิดสร้างสรรค์มัน “ว่างเปล่า” จากเรื่องราวที่น่าสนใจมัน “ว่างเปล่า” จากตัวละครที่เรา “แคร์”ชื่อ “Imaginary” (จินตนาการ) กลายเป็น “เรื่องตลกร้าย” ที่สุด… เพราะมันคือหนังที่ “ไร้จินตนาการ” ที่สุดเรื่องหนึ่งที่ผมได้ดูมาและชื่อไทย “ตุ๊กตาซาตาน” ก็ “หลอกลวง” มากครับ… เพราะ “ซาตาน” ในเรื่องนี้… คงกำลัง “ลาพักร้อน” และส่ง “ตุ๊กตาหมีที่น่าเบื่อ” มาทำงานแทนนี่คือหนังสยองขวัญที่ “ปลอดภัย” (Safe), “เชย” (Dated), และ “จืดชืด” (Bland) มันคือ “อาหารขยะ” ที่ “ไม่มีรสชาติ”มันคือ “เพื่อนในจินตนาการ” ที่คุณจะ “ลืม” มันไปทันที… ที่ไฟในโรงสว่างขึ้นนี่คือการวิเคราะห์เชิงลึกครับ หวังว่าคุณจะได้มุมมองที่แตกต่างออกไป! คุณอยากให้ผมวิเคราะห์หนังเรื่องไหนในสไตล์นี้อีกไหมครับ? movie24hd