รีวิวหนัง Love Reset (2023) 30 วันโคตร(เกลียด)เธอเลย หรือในชื่อไทยสุดจี๊ดว่า “30 วันโคตร(เกลียด)เธอเลย” คือภาพยนตร์โรแมนติกคอเมดี้สัญชาติเกาหลีใต้ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ด้วยการนำเสนอพล็อตเรื่องที่เหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จ แต่ถูกนำมาปรุงรสใหม่ด้วย ความตลกแบบไม่ห่วงสวยห่วงหล่อ และการแสดงที่ถึงพริกถึงขิงของนักแสดงนำ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เพียงมอบเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่ยังเป็นการสำรวจความสัมพันธ์ของคู่แต่งงานที่หลายคนอาจมองข้ามไป

แก่นของ Love Reset ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่า “ความรัก” และ “ความเกลียดชัง” นั้นอยู่ใกล้กันเพียงเส้นด้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชีวิตคู่ที่ยาวนานกว่าหกปี เรื่องราวเริ่มต้นด้วยฉากการทะเลาะเบาะแว้งที่แสนจะวุ่นวายและบ้าคลั่งของ โนจองยอล (คังฮานึล) ทนายความผู้รักความสมบูรณ์แบบที่อ่อนแอเมื่อเจอความกดดัน และ ฮงนารา (จองโซมิน) โปรดิวเซอร์รายการผู้มีสไตล์จัดจ้านและเผ็ดร้อน ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เกลียดกันเข้าไส้จนถึงขั้นที่ต้องการหย่าขาดจากกันให้เร็วที่สุด
เมื่อทั้งคู่ได้รับคำสั่งให้มีเวลาทบทวนการหย่า 30 วัน โชคชะตาที่ชอบเล่นตลกก็จัดฉากอุบัติเหตุรถยนต์ขึ้นมา จนทำให้ทั้งจองยอลและนาราสูญเสียความทรงจำไปพร้อมกัน! พวกเขาจำกันไม่ได้แม้แต่น้อยว่าเคยแต่งงานกัน และที่สำคัญคือ “ลืมไปแล้วว่าเคยเกลียดกันมากแค่ไหน”
พล็อตเรื่องจะฉายภาพสลับไปมาระหว่าง “ปัจจุบันที่ความจำเสื่อม” และ “อดีตที่เต็มไปด้วยความรักและความเกลียด” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความตลกขบขันและดราม่า การที่ครอบครัวและคนรอบข้างต้องสร้างสถานการณ์และเรื่องโกหกเพื่อให้ทั้งคู่กลับมารักกัน (เพราะมีผลประโยชน์แอบแฝง) ยิ่งเพิ่มความวายป่วงและความฮาให้กับหนังอย่างไม่หยุดหย่อน หนังใช้ มุกตลกจังหวะโบ๊ะบ๊ะ แบบการ์ตูน และการ ขยี้ปัญหาหยุมหยิม ในชีวิตคู่ที่สะท้อนความจริงได้อย่างแสบสันต์ เช่น การทะเลาะกันเรื่องการดูดฝุ่น การกินอาหาร การขับรถ ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เมื่อสะสมกันเข้าก็สามารถทำลายชีวิตคู่ได้
แม้ว่าแนวคิด “ความจำเสื่อมนำไปสู่รักครั้งใหม่” จะเป็นสูตรสำเร็จที่เคยเห็นมาแล้วในหนังหลายเรื่อง แต่ Love Reset สามารถทำให้มันสดใหม่ได้ด้วย ความบ้าคลั่งของตัวละคร และ การขยี้พาร์ทคอมเมดี้ที่จริงใจ หนังไม่ได้พยายามจะเป็นหนังรักโรแมนติกที่สวยงามตลอดเวลา แต่กล้าที่จะแสดงด้านที่น่ารำคาญและน่าเบื่อของชีวิตคู่ที่ “ขาดการสื่อสาร” ออกมาอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะใช้เวลา 30 วันนี้เป็นโอกาสให้ตัวละครได้ค้นพบว่า ทำไมพวกเขาถึงเคยรักกันตั้งแต่แรก โดยที่ไม่ต้องมี “ตะกอน” ของความขุ่นเคืองมาบดบัง

ในแง่ของงานภาพและโปรดักชัน Love Reset ไม่ได้มีฉากอลังการตระการตาแบบหนังไซไฟ แต่เน้นไปที่การสร้าง บรรยากาศที่เหมาะสมกับหนังคอเมดี้ และ การถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละคร ให้ถึงที่สุด
ภาพในหนังจึงทำหน้าที่เป็น ฉากหลังที่สนับสนุนการแสดง อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการใช้มุมกล้องระยะใกล้ (Close-up) เพื่อจับสีหน้าท่าทางที่เกินจริงและตลกขบขันของนักแสดงทั้งคังฮานึลและจองโซมิน

นี่คือหัวใจหลักที่ทำให้ Love Reset ประสบความสำเร็จ เพราะหนังถูกขับเคลื่อนด้วย เคมีที่ลงตัวอย่างมหัศจรรย์ ของนักแสดงนำ ซึ่งกล้าที่จะทิ้งภาพลักษณ์ที่ดูดีเพื่อรับบทบาทที่ “ตลกขั้นสุด”
การที่นักแสดงนำทั้งคู่ (ซึ่งเคยร่วมงานกันมาแล้วในเรื่อง Twenty) สามารถแสดงเป็นคู่รักที่ “รักกันจนโงหัวไม่ขึ้น” และ “เกลียดกันจนอยากฆ่าทิ้ง” ได้อย่างน่าเชื่อถือในภาพยนตร์เรื่องเดียวกัน เป็น การแสดงที่น่าชื่นชม ที่สุดในภาพยนตร์เรื่องนี้
Love Reset (30 วันโคตร(เกลียด)เธอเลย) คือหนังโรแมนติกคอมเมดี้ที่ ย่อยง่าย ดูสนุก และเต็มไปด้วยพลังบวก แม้จะใช้พล็อตเรื่องที่คุ้นเคย แต่ความจริงใจในมุกตลก ความจัดจ้านของบทบาท และเคมีสุดป่วนของคังฮานึลและจองโซมิน ทำให้หนังเรื่องนี้มีความโดดเด่นและเป็นที่รักของผู้ชม
หนังได้สะท้อนให้เห็นว่า ความรักที่แท้จริง อาจไม่ใช่การหลงลืมทุกอย่างและเริ่มต้นใหม่แบบผิวเผิน แต่คือการ “รีเซ็ต” มุมมองต่อกัน การกลับไปค้นหาว่า “เสน่ห์ดั้งเดิม” ที่ทำให้เราตกหลุมรักกันคืออะไร และที่สำคัญคือการตระหนักว่า การมีอยู่ของกันและกัน นั้นสำคัญกว่าความรำคาญหยุมหยิมในชีวิตคู่
สำหรับผู้ชมที่กำลังมองหาหนังที่ดูแล้ว อารมณ์ดี หัวเราะดังลั่น และแอบซึ้งกินใจ ในบางช่วง Love Reset คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ มันเป็นเหมือนการบำบัดจิตใจที่พาเราไปสำรวจความรักของตัวเองผ่านความวุ่นวายของคนอื่นอย่างเพลิดเพลิน รับชมหนังเรื่องLove Reset (2023) 30 วันโคตร(เกลียด)เธอเลย ได้ที่ movie24hd