รีวิวหนัง I Am a Hero (2016) ข้าคือฮีโร่ ในภูมิทัศน์ที่แออัดและแทบจะถึงจุดอิ่มตัวของ ประเภทย่อย (Subgenre) อย่าง ภาพยนตร์ซอมบี้ การที่ผลงานชิ้นหนึ่งจะ โดดเด่น (Stand Out) ขึ้นมาได้นั้น จำเป็นต้องมีมากกว่า ความรุนแรง (Gore) หรือ ฝูงชน (Hordes) ที่น่าตื่นตา มันจำเป็นต้องมี เสียง (Voice) ที่เป็นเอกลักษณ์ และ แก่นเรื่อง (Thesis) ที่กล้าหาญ! และ I Am a Hero (2016) หรือ ข้าคือฮีโร่ ผลงานการกำกับของ ชินสุเกะ ซาโต (Shinsuke Sato) ซึ่งดัดแปลงจากมังงะระดับปรากฏการณ์ของ เคนโก ฮานาซาวะ (Kengo Hanazawa) ก็ได้ทำในสิ่งที่ภาพยนตร์ซอมบี้ส่วนใหญ่ล้มเหลวที่จะทำ… นั่นคือการ สร้าง (Construct) เรื่องราวสยองขวัญที่แท้จริง ไม่ใช่บน ซากศพ (The Undead) แต่บน ซากปรักหักพัง (The Wreckage) ของ จิตใจ (Psyche) มนุษย์ผู้ล้มเหลว
นี่ไม่ใช่ภาพยนตร์เกี่ยวกับ การเอาชีวิตรอด (Survival)! แต่นี่คือภาพยนตร์เกี่ยวกับ การมีอยู่ (Existence)! มันคือ การศึกษาวิเคราะห์ตัวละคร (Character Study) ที่ดำมืด, ตลกร้าย, และเจ็บปวดอย่างลึกซึ้ง ของชายผู้เป็น ศูนย์ (A Zero) ในสังคมปกติ ที่จู่ๆ ก็ถูก โลกาวินาศ (Apocalypse) บังคับให้ต้องค้นหา คุณค่า (Value) ของตัวเอง! การวิเคราะห์ I Am a Hero จึงไม่ใช่การวิเคราะห์ หนังซอมบี้ แต่คือการ ชันสูตร (Autopsy) ความเป็นฮีโร่ (Heroism) ที่เกิดขึ้นในสภาวะที่สิ้นหวังที่สุด จาก มนุษย์ ที่ ไม่น่าจะเป็นฮีโร่ ได้มากที่สุด! บทวิเคราะห์นี้ จะทำการผ่าตัดองค์ประกอบ 3 ส่วน ที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ ก้าวข้าม ขนบของแนวตนเอง: โครงสร้างการเล่าเรื่องที่คือจิตวิทยามนุษย์, สุนทรียศาสตร์ทางภาพที่คือฝันร้าย J-Horror และ องค์ประกอบการแสดงที่คือสมอเรือแห่งความสมจริง

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ I Am a Hero คือการที่มัน กล้า (Dare) ที่จะ ชักช้า (Be Slow) และ กล้า ที่จะทำให้ ตัวเอก (Protagonist) ของมัน น่าสมเพช (Pathetic)
วาทกรรมแห่ง ความล้มเหลว (The Loser Archetype)
การเล่าเรื่อง ของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ได้เริ่มต้นที่ การระบาด (The Outbreak)! มันเริ่มต้นที่ ความล้มเหลว ของ ฮิเดโอะ ซูซูกิ (Hideo Suzuki)! ฮิเดโอะ ไม่ใช่ ฮีโร่! เขาคือ ผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูน (Mangaka Assistant) วัย 35 ปี ที่ความฝันถูกบดขยี้ เขา ขี้ขลาด (Cowardly), หวาดระแวง (Paranoid), และ ไร้ตัวตน (Socially Invisible) ในสังคมญี่ปุ่นที่เชิดชู ความสำเร็จ (Success)! เขามี ภาพหลอน (Hallucinations) และพูดคุยกับ ตัวตนในจินตนาการ (Imaginary Friend) ของเขา! สิ่งเดียว ที่นิยามตัวเขา คือ ปืนลูกซอง (Shotgun)
ที่เขาครอบครองอย่างถูกกฎหมาย (ในฐานะนักกีฬายิงปืนเป้าบิน) แต่มันคือ สัญลักษณ์ (Symbol) ของ ความเป็นชาย (Masculinity) ที่ ไร้ประโยชน์ (Useless) ในสังคมที่สงบสุขและมีกฎหมายเข้มงวด! ชื่อเรื่อง (Title) ของภาพยนตร์ I Am a Hero (ข้าคือฮีโร่) จึงไม่ใช่ คำประกาศ (Statement) … แต่มันคือ คำโกหก (A Lie)! มันคือ มนต์ (Mantra) ที่ฮิเดโอะใช้ หลอก (Delude) ตัวเองในจินตนาการ… ว่าเขาก็มีความสำคัญ! นี่คือ อัจฉริยภาพ ของบทภาพยนตร์:! โลกาวินาศ ไม่ได้ ทำลาย โลกของฮิเดโอะ… มัน ปลดปล่อย (Liberate) เขา! ความหวาดระแวง ของเขา กลายเป็น การตระหนักรู้ (Awareness)! ความไร้ตัวตน ของเขา กลายเป็น การพรางตัว (Camouflage)! และ ปืนที่ไร้ประโยชน์ ของเขา… ก็กลายเป็น ความหวังเดียว (The Only Hope)! การเล่าเรื่อง จึงไม่ใช่การ เอาชีวิตรอดจากซอมบี้ แต่คือ การที่ชายผู้ล้มเหลว… ได้รับ อนุญาต (Permission) จากโลก ให้ กล้าหาญ (Be Brave) เป็นครั้งแรกในชีวิต
ZQN ในฐานะ เสียงสะท้อน ของสังคม (The ZQN as Social Echo)
ซอมบี้ ในเรื่องนี้ (ซึ่งถูกเรียกว่า ZQN) ไม่ใช่แค่ ศพ ที่เดินได้! พวกมันคือ เสียงสะท้อน (Echoes) ของ ชีวิตเก่า! นี่คือ การวิพากษ์สังคม (Social Critique) ที่เฉียบแหลมที่สุดของมังงะต้นฉบับ ที่ภาพยนตร์จับมาได้อย่างยอดเยี่ยม
ZQN ยังคง ยึดติด (Obsessed) กับ พฤติกรรมซ้ำซาก (Repetitive Behaviors) ที่พวกมันทำตอนมีชีวิต:
การเล่าเรื่อง กำลังตั้งคำถามว่า: คนเหล่านี้ ตาย ตอนที่ติดเชื้อ… หรือพวกเขา ตาย (Zombified) จาก กิจวัตร (Routine) ที่ไร้จิตวิญญาณของสังคมสมัยใหม่ มาตั้งแต่ ก่อน ที่จะมีการระบาดแล้ว?! ความสยองขวัญ (Horror) ที่แท้จริง จึงไม่ใช่ การถูกกัด! แต่คือ การตระหนักรู้ (Realization) ว่า โลกเก่า นั้น ก็ ไร้ชีวิต (Lifeless) ไม่ต่างกัน
การเดินทางที่ จำเป็น (The Hero’s Journey)
ฮิเดโอะ ไม่ได้ เลือก (Choose) ที่จะเป็นฮีโร่ เขาถูก บังคับ (Forced)! การเดินทางของเขา ไม่ใช่การ กอบกู้โลก (Saving the World)! มันคือการ กอบกู้ คนสองคน (Saving two people): ฮิโรมิ (Hiromi) และ ยาบุ (Yabu)! ฮิโรมิ (เด็กสาวมัธยมปลาย) คือ ตัวแทน (Representation) ของ ความไร้เดียงสา (Innocence) ที่เขาต้องปกป้อง! ยาบุ (อดีตพยาบาล) คือ ตัวแทน ของ ความสามารถ (Competence) และ ความเป็นจริง (Reality) ที่เขาขาดหายไป! โครงเรื่อง ที่แท้จริง คือการที่ฮิเดโอะต้อง ต่อสู้ กับ กฎหมาย (The Law) ที่ฝังอยู่ในหัวของเขา! เขา รู้ ว่า ปืน ของเขา ผิดกฎหมาย หากนำมายิง คน (แม้ คน นั้นจะกลายเป็น ZQN ไปแล้ว)! ไคลแมกซ์ของ การเล่าเรื่อง จึงไม่ใช่ การต่อสู้ ที่ยิ่งใหญ่… แต่คือ วินาที (The Moment) ที่ฮิเดโอะ ตัดสินใจ (Decides) ที่จะ แหกกฎ (Break the Law) และ ยิง ปืนนั้นเป็นครั้งแรก! เขา ฆ่า ตัวตนเก่า (His old self) ที่ขี้ขลาด… เพื่อให้ ฮีโร่ (The Hero) ได้ เกิด (Be born)! นี่คือ การเล่าเรื่อง ที่ สมบูรณ์ (Complete) และ ทรงพลัง (Powerful)

ชินสุเกะ ซาโต คือ ปรมาจารย์ (Master) ของ Live-Action (การดัดแปลงมังงะเป็นคนแสดง) และ I Am a Hero คือ ผลงานชิ้นเอก (Magnum Opus) ของเขาในแง่ของ งานภาพ
ความสยดสยอง ที่ บิดเบี้ยว (The J-Horror Contortion)
I Am a Hero ไม่ใช่ หนังซอมบี้ สไตล์ตะวันตก (Western Zombie Film)! แต่มันคือ หนังผีญี่ปุ่น (J-Horror) ที่ สวมหน้ากาก (Wearing a mask) หนังซอมบี้! ความน่ากลัว ของ ZQN ไม่ได้มาจาก จำนวน (Numbers) แต่มาจาก การเคลื่อนไหว (Movement)
ซาโต ได้นำ ภาษา ของ J-Horror (เช่น Ringu หรือ Ju-On) มาใช้กับซอมบี้:
ความโกลาหล ที่ ควบคุมได้ (Controlled Chaos)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ เข้าใจ จังหวะ (Pacing) ของความสยองขวัญ! มันใช้ ความเงียบ (Silence) และ ความปกติ (Normalcy) ของ 20 นาทีแรก มาเป็น อาวุธ (Weapon)! มัน สร้าง (Build) ความตึงเครียด… และ รอ (Wait)! และเมื่อ การระบาด (The Outbreak) เริ่มต้น… มันคือ นรก (Hell)! ฉาก แท็กซี่ (Taxi Scene) หรือฉาก ถนน (Street Scene) คือ ความโกลาหล (Chaos) ที่ สมจริง (Realistic) ที่สุด! กล้อง (Camera) ไม่ได้ สั่น (Shaky) อย่างไร้เหตุผล (แบบ Zombie Fight Club)! แต่มัน สั่น (Shakes) เพราะมัน คือ (It is) มนุษย์ (A human) ที่กำลัง วิ่งหนี (Running)! มันคือ งานภาพ ที่ ดึง (Immerse) ผู้ชมเข้าไปอยู่ กลาง (Middle) เหตุการณ์! คุณ ไม่ได้ (You are not) ดู (Watching) โลกาวินาศ… คุณ อยู่ (You are in) ในโลกาวินาศ
ไคลแมกซ์ ที่ เอาท์เล็ต มอลล์ (The Outlet Mall Climax)
นี่คือ บทสรุป ที่ยิ่งใหญ่ และ การคารวะ (Homage) ต่อ Dawn of the Dead! แต่ I Am a Hero ยกระดับ (Elevate) มันขึ้นไปอีก! เอาท์เล็ต มอลล์ ที่เกาหลีใต้ (ซึ่งใช้ถ่ายทำ) คือ สังเวียน (Arena) ที่สมบูรณ์แบบ มัน สวยงาม (Beautiful) แต่ก็ ว่างเปล่า (Empty)! และ ไคลแมกซ์ ที่ฮิเดโอะ ปลดปล่อย (Unleash) ปืนลูกซอง (Shotgun) ของเขา… คือ ซิมโฟนี (Symphony) แห่ง ความรุนแรง (Gore) และ การไถ่บาป (Redemption)! งานภาพ ในฉากนี้ ชัดเจน (Clear)! เรา เห็น (See) ทุก (Every) การกระทำ! เรา รู้สึก (Feel) ถึง แรงถีบ (Recoil) ของปืน! เรา นับ (Count) กระสุนไปพร้อมกับเขา! มันคือ การจ่าย (Pay-off) ที่ คุ้มค่า (Satisfying) ที่สุด ต่อ การรอคอย (Build-up) ตลอด 1 ชั่วโมงครึ่ง

ความรุนแรง ที่ สุดขั้ว (Extreme) เช่นนี้ จะ ล้มเหลว (Fail) ทันที หาก การแสดง (Performances) ไม่สามารถ ยึด (Anchor) มันไว้กับ ความจริง (Reality) ได้
โย โออิซูมิ (Yo Oizumi) ในบท ฮิเดโอะ ซูซูกิ
นี่คือ การคัดเลือกนักแสดง (Casting) ที่ สมบูรณ์แบบ (Perfect)! โออิซูมิ ไม่ใช่ แอ็กชันสตาร์ (Action Star)! เขาคือ นักแสดงตลก (Comedian) และ นักแสดงดราม่า (Dramatic Actor) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเป็น คนธรรมดา (Everyman) ที่ น่าสมเพช (Pathetic)
การแสดง ของเขาคือ ทุกสิ่ง
คาสุมิ อาริมูระ (Kasumi Arimura) ในบท ฮิโรมิ
อาริมูระ คือ หัวใจ (The Heart) ของเรื่อง! เธอคือ ความไร้เดียงสา (Innocence) ที่โลกนี้พยายามจะ ทำลาย! การแสดง ของเธอในฐานะ ผู้ติดเชื้อครึ่งๆ กลางๆ (Half-ZQN) นั้น น่าทึ่ง (Remarkable)! เธอต้อง สลับ (Switch) ระหว่าง เด็กสาว (Innocent Girl) ที่หวาดกลัว กับ อสุรกาย (Menace) ที่หิวโหย! เธอคือ ภาระ (Burden) ที่ฮิเดโอะ เลือก (Choose) ที่จะแบกรับ และ การแสดง ของเธอก็ทำให้เรา เข้าใจ (Understand) ว่าทำไม
มาซามิ นากาซาวะ (Masami Nagasawa) ในบท ยาบุ
นากาซาวะ คือ ความจริง (Reality)! เธอคือ นักรบ (The Warrior) ที่แท้จริงในกลุ่ม เธอ แข็งแกร่ง (Tough), เด็ดขาด (Decisive), และ มีความสามารถ (Competent)! เธอคือ ทุกสิ่ง (Everything) ที่ฮิเดโอะ ไม่ (Is not) เป็น! การแสดง ของเธอคือ สมอ (Anchor) ที่ยึด ความเพ้อฝัน (Delusions) ของฮิเดโอะไว้กับ ความเป็นจริง (Reality) เคมี (Chemistry) ระหว่างเธอกับโออิซูมิ (ความแข็งแกร่ง ปะทะ ความอ่อนแอ) คือ ไดนามิก (Dynamic) ที่ยอดเยี่ยมของภาพยนตร์
I Am a Hero (2016) คือ ความสำเร็จ (Triumph) ที่หาได้ยาก! มัน สำเร็จ ในฐานะ หนังซอมบี้ ที่ น่ากลัว (Terrifying) และ รุนแรง (Visceral)! แต่มัน สำเร็จยิ่งกว่า (Succeeds even more) ในฐานะ การศึกษาวิเคราะห์ตัวละคร (Character Study) ที่ เจ็บปวด (Painful)! มัน ก้าวข้าม (Transcend) ความล้มเหลวของภาพยนตร์อย่าง Zombie Fight Club เพราะมัน เข้าใจ (Understands) ว่า ความรุนแรง (Gore) ที่ ไร้ (Without) หัวใจ (Heart) … ก็คือ ความว่างเปล่า (Emptiness)! I Am a Hero ไม่ ว่างเปล่า! มัน เต็ม (Full) ไปด้วย ความกลัว (Fear), ความเสียใจ (Regret), และ ความหวัง (Hope)! มันคือ การเดินทาง (Journey) ของ คนไร้ค่า (A Nobody) ที่ค้นพบ ตัวตน (Himself) ท่ามกลาง จุดจบของโลก (The End of the World)! และใน วินาที (Moment) สุดท้าย ที่ฮิเดโอะ ซูซูกิ ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพ… เขาก็ ไม่ จำเป็นต้อง พึมพำ (Mutter) ชื่อเรื่องนั้นกับตัวเองอีกต่อไป…! เพราะเขา ได้ (He has) กลายเป็น (Become) มันแล้ว รับชมหนัง I Am a Hero (2016) ข้าคือฮีโร่ ได้ที่ movie24hd