รีวิวหนัง Jurassic World (2015) จูราสสิค เวิลด์ ณ ห้วงเวลาที่เรากำลังสนทนากันนี้ เป็นเวลากว่าสองทศวรรษหลังจากที่โลกได้ “ประจักษ์” ถึงความมหัศจรรย์และความน่าสะพรึงกลัวของ “Jurassic Park” (1993) ผลงานระดับปรากฏการณ์ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ได้เปลี่ยนนิยามของ “ภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์” ไปตลอดกาล ภาพยนตร์เรื่องนั้นไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิง แต่เป็น “เหตุการณ์” (Event) ทางวัฒนธรรม มันคือจุดบรรจบที่สมบูรณ์แบบของ “วิทยาศาสตร์”, “จินตนาการ” และ “ความยำเกรง”! ดังนั้น การมาถึงของ “Jurassic World” (2015) หรือ “จูราสสิค เวิลด์” ภายใต้การกุมบังเหียนของ โคลิน เทรวอร์โรว์ (Colin Trevorrow) จึงไม่ได้แบกรับเพียงความคาดหวัง… แต่มันแบกรับ “มรดก” (Legacy) ทั้งมวล! การจะวิเคราะห์ภาพยนตร์เรื่องนี้ จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในฐานะภาพยนตร์เดี่ยวได้
แต่มันต้องถูกวิเคราะห์ในฐานะ “ปฏิกิริยา” (Reaction) ต่อมรดกนั้น… มันคือ “ภาพสะท้อน” (Meta-Commentary) ที่น่าทึ่ง เกี่ยวกับตัวมันเองและเกี่ยวกับ “ผู้ชม” ในยุคสมัยใหม่! “Jurassic World” ไม่ใช่แค่การ “เปิดสวนสนุก” อีกครั้งในจอภาพยนตร์ แต่มันคือการ “เปิดแฟรนไชส์” อีกครั้งในโลกแห่งความเป็นจริง และความอัจฉริยะ (หรืออาจเรียกว่า “ความหลักแหลมเชิงพาณิชย์”) ของมัน คือการนำ “ความเสื่อมโทรม” ของจินตนาการ มาเป็น “แก่น” ของเรื่องราว! บทวิเคราะห์ฉบับนี้ จะทำการชำแหละองค์ประกอบ 3 ส่วนที่ประกอบสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของมัน: โครงสร้างการเล่าเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง, สุนทรียศาสตร์ทางภาพที่โอบรับความยิ่งใหญ่ และ องค์ประกอบการแสดงที่ทำหน้าที่เป็นสมอเรือให้กับความโกลาหล

หาก “Jurassic Park” (1993) คือเรื่องราวเกี่ยวกับ “ความเย่อหยิ่ง” (Hubris) ของมนุษย์ที่พยายาม “ท้าทาย” ธรรมชาติ…! “Jurassic World” (2015) ก็คือเรื่องราวเกี่ยวกับ “ความเบื่อหน่าย” (Jadedness) ของมนุษย์ที่ “ดูแคลน” ธรรมชาติ นี่คือจุดที่บทภาพยนตร์ของเทรวอร์โรว์และทีม ทำงานในระดับ “อภิ-” (Meta) ได้อย่างน่าทึ่งที่สุด
วาทกรรมแห่ง “ความเบื่อหน่าย” (The Critique of Apathy)
ภาพยนตร์เปิดเรื่องด้วย “ความสำเร็จ” สวนสนุกเปิดแล้ว, ปลอดภัย (ในระดับหนึ่ง), และ “ทำกำไร” แต่… ดังที่ตัวละคร “แคลร์ เดียริ่ง” (Claire Dearing) ได้กล่าวไว้… ผู้ชมในยุคนี้ “ไม่” ตื่นเต้นกับไดโนเสาร์อีกต่อไปแล้ว! ประโยคนี้ คือ “หัวใจ” ของภาพยนตร์ทั้งเรื่อง มันไม่ได้พูดถึง “ผู้ชมในสวนสนุก” แต่มันกำลังพูดถึง “พวกเรา” … “ผู้ชมในโรงภาพยนตร์”! เราคือกลุ่มคนที่เติบโตมาในยุคที่ CGI ทำได้ทุกอย่าง เราเห็นโลกวินาศมานับครั้งไม่ถ้วน เราเห็นไดโนเสาร์วิ่งไล่คนมาแล้วสามภาค “ความมหัศจรรย์” (Sense of Wonder) ที่เด็กๆ ในปี 1993 เคยรู้สึก เพียงแค่ได้เห็น “แบรคิโอซอรัส” … มันได้ “ตาย” ไปแล้วในยุค 2015! “Jurassic World” “รู้” ถึงความจริงข้อนี้! ดังนั้น “การเล่าเรื่อง” ของมัน จึงไม่ใช่การพยายามสร้างความมหัศจรรย์แบบเดิม แต่คือการตั้งคำถามว่า: “ในเมื่อพวกคุณเบื่อของจริง… พวกคุณก็ต้องเจอ ‘ของปลอม’ ที่ยิ่งใหญ่กว่า”
อินโดมินัส เร็กซ์ : สัญลักษณ์ของ “บล็อกบัสเตอร์” ยุคใหม่
อินโดมินัส เร็กซ์ (Indominus Rex) ไม่ใช่ “ไดโนเสาร์”! มันคือ “ผลิตภัณฑ์” (Product)! มันคือ “สัตว์ประหลาด” ที่ถูก “ออกแบบโดยคณะกรรมการ” (Designed by Committee)! มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนอง “กลุ่มเป้าหมาย” (Focus Groups)! มันต้อง “ใหญ่กว่า” (Bigger), “ดังกว่า” (Louder), และ “มีฟันเยอะกว่า” (More Teeth)! “I-Rex” คือ “ตัวตน” (Embodiment) ของภาพยนตร์ “Jurassic World” (2015) นั่นเอง! มันคือ! ภาคต่อ ที่ถูกสตูดิโอ (ในเรื่องคือ “Masrani Corporation”) บังคับให้ต้อง “ยิ่งใหญ่” กว่าต้นฉบับ มันคือการ “ตัดต่อพันธุกรรม” (Gene-Splicing) ของสิ่งที่เคย “เวิร์ค” (T-Rex, Raptor) มายำรวมกัน โดยปราศจาก “จิตวิญญาณ”! การที่ “I-Rex” หลุดออกมาและทำลายล้างทุกสิ่ง จึงเป็นการ “วิพากษ์” ตัวเองอย่างเจ็บแสบ ว่านี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อ “การตลาด” (Marketing) อยู่เหนือ “จรรยาบรรณ” (Ethics) และเมื่อ “ความคาดหวัง” (Expectation) อยู่เหนือ “ธรรมชาติ” (Nature)
ความปลอดภัยของ “โครงสร้าง” ที่คุ้นเคย
ในขณะที่ “แก่นเรื่อง” (Theme) นั้นลึกซึ้งและวิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง “โครงเรื่อง” (Plot) กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ “ปลอดภัย” (Safe) ที่สุด! มันคือการ “เคารพ” (Homage) หรืออาจเรียกว่า “ลอกเลียน” (Copy) โครงสร้างของปี 1993 มาเกือบทั้งหมด:
การเล่าเรื่องจึงตกอยู่ในสภาวะ “ขัดแย้ง” ในตัวเอง: มัน “วิจารณ์” การที่เราต้องการสิ่งที่ “ใหญ่กว่า” แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ “สนอง” (Indulge) ความต้องการนั้นให้เราอย่างเต็มที่! มันคือภาพยนตร์ที่ “ตระหนักรู้” ในความบกพร่องของตัวเอง แต่ก็ “ยอมรับ” ว่านั่นคือหนทางเดียวที่จะ “อยู่รอด” ในตลาดภาพยนตร์ยุคใหม่ได้

หาก “การเล่าเรื่อง” คือการวิพากษ์ตัวเอง “งานภาพ” ก็คือการเฉลิมฉลองความยิ่งใหญ่ นี่คือภาพยนตร์ที่ทุกดอลลาร์ในงบประมาณ ถูก “แสดง” ออกมาบนจอภาพยนตร์
“ความสะอาด” ของโลกที่เปิดแล้ว (The “Open” World Aesthetics)
“Jurassic Park” (1993) คือ “หนังสยองขวัญ” (Horror) ที่เกิดขึ้นใน “ป่า” ที่มืดมิดและฝนตก! “Jurassic World” (2015) คือ “หนังผจญภัย” (Adventure) ที่เกิดขึ้นใน “สวนสนุก” ที่สว่างไสวและเต็มไปด้วยผู้คน! โคลิน เทรวอร์โรว์ และผู้กำกับภาพ จอห์น ชวาร์ตซ์แมน (John Schwartzman) สร้างโลกที่ “สะอาด” (Clean) และ “ทันสมัย” (Modern) ในครึ่งแรกของภาพยนตร์! ภาพของ “Main Street” ที่เต็มไปด้วยร้านค้า, “Samsung Innovation Center” ที่ดูล้ำยุค, และ “Gyrosphere” ที่ลอยไปตามทุ่ง… ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง “ความแตกต่าง” (Contrast) อย่างรุนแรง! มันคือ “ความสงบ” ก่อน “พายุ” มันคือ “โลกในอุดมคติ” ของ จอห์น แฮมมอนด์ ที่ถูก “ทำให้เป็นจริง” (Realized) และ “ทำให้เป็นการค้า” (Commercialized)
การออกแบบ “ความยิ่งใหญ่” (The Design of Scale)
นี่คือจุดที่ภาพยนตร์ “ต้อง” ชนะ และมันก็ “ชนะ”! ฉากที่ “โมซาซอรัส” (Mosasaurus) กระโดดขึ้นมากินฉลาม (ซึ่งเป็นการเสียดสี “Jaws” ของสปีลเบิร์กอย่างจงใจ) คือ “ใบประกาศ” ของภาพยนตร์เรื่องนี้ มันคือการบอกผู้ชมว่า “สิ่งที่คุณเคยเห็นในภาคแรกน่ะ… มัน ‘เล็ก’ ไปแล้ว”! งาน CGI ใน “Jurassic World” ไม่ได้พยายามจะ “เหมือนจริง” เท่ากับที่ภาคแรกพยายาม (ซึ่งภาคแรกใช้ Animatronics ที่ยอดเยี่ยม) แต่มันพยายามจะ “น่าตื่นตาตื่นใจ” (Spectacular)! ฉากการโจมตีของ “Pterosaurs” (นกยักษ์) บน Main Street คือ “ความโกลาหล” ที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม มันคือการนำ “ภัยพิบัติ” มาสู่ “สถานที่ปลอดภัย” ที่สุด
“การบูชา” อดีต (The Worship of Nostalgia)
สุนทรียศาสตร์ทางภาพที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่ “ของใหม่” แต่คือ “ของเก่า” ภาพยนตร์เรื่องนี้ “เข้าใจ” พลังของ “ความคิดถึง” (Nostalgia)
ไคลแมกซ์ของภาพยนตร์ คือ “การยอมจำนน” ต่ออดีต! ฉากที่แคลร์ “ปลดปล่อย” T-Rex (ตัวเดิมจากภาคแรก) ออกมา… มันคือ “การส่งสาร” ที่ชัดเจนที่สุดจากผู้สร้าง! มันคือการบอกว่า “I-Rex” (สัญลักษณ์ของภาคต่อยุคใหม่) นั้น “ไม่มีทาง” เอาชนะ “T-Rex” (สัญลักษณ์ของต้นฉบับ) ได้! มันคือการ “บริการแฟน” (Fan Service) ที่ถูกยกระดับเป็น “ศิลปะ” และมันก็ “ทำงาน” ได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบในเชิงอารมณ์

ในโลกที่เต็มไปด้วยไดโนเสาร์ CGI หน้าที่ของ “นักแสดง” คือการ “ทำให้เราเชื่อ” และ “ทำให้เราห่วงใย”
คริส แพรตต์ (Chris Pratt) ในบท “โอเว่น เกรดี้” (Owen Grady)
นี่คือ “การตอกย้ำ” สถานะ “ซูเปอร์สตาร์” ของเขาต่อจาก Guardians of the Galaxy! แพรตต์ คือ “ส่วนผสม” ที่ลงตัวของ “แฮร์ริสัน ฟอร์ด” และ “ตัวตลก” ยุคใหม่! เขาคือ “ชายชาติทหาร” ที่แข็งแกร่ง แต่ก็ “ตระหนัก” ถึงความไร้สาระของสถานการณ์ (“การฝึกแร็พเตอร์”?)! “เสน่ห์” (Charisma) ของ คริส แพรตต์ คือ “กาว” ที่ยึดภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้! ในขณะที่ทุกอย่างรอบตัวเขากำลัง “บ้าคลั่ง” … โอเว่น คือ “ความนิ่ง” คือ “เสียงแห่งเหตุผล”! การแสดงของเขา “สมจริง” พอที่จะทำให้ “ความสัมพันธ์” ระหว่างเขากับ “บลู” (แร็พเตอร์) ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อไคลแมกซ์ของเรื่อง
ไบรซ์ ดัลลัส ฮาวเวิร์ด (Bryce Dallas Howard) ในบท “แคลร์ เดียริ่ง” (Claire Dearing)
หาก โอเว่น คือ “สมอ” … แคลร์ คือ “การเดินทาง” (The Journey)! เธอคือตัวละครที่มี “พัฒนาการ” (Character Arc) มากที่สุดในเรื่อง! ฮาวเวิร์ด เล่นบท “ผู้บริหารหญิง” ที่เย็นชา, ควบคุมทุกอย่าง, และ “ปลอดเชื้อ” (Sartorially and Emotionally) ในช่วงแรกได้อย่างยอดเยี่ยม เธอคือ “ตัวแทน” ของสวนสนุกแห่งนี้: ดูดีภายนอก แต่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณ! การ “ล่มสลาย” ของสวนสนุก คือ “การล่มสลาย” ของ “เปลือก” ของเธอ! การแสดงของฮาวเวิร์ด คือ “การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ” (Physical Transformation) จาก “ชุดขาว” ที่สะอาดสะอ้าน สู่ “การมอมแมม” ด้วยโคลนและเหงื่อ! (และใช่… ประเด็นเรื่อง “การวิ่งด้วยส้นสูง” (Running in Heels) นั้น ทั้ง “น่าขัน” ในแง่ความเป็นจริง แต่ก็ “ทรงพลัง” ในแง่สัญลักษณ์ ว่าเธอกำลัง “เอาชนะ” โลกเก่าของเธอ โดยที่ไม่จำเป็นต้อง “เปลี่ยน” ไปเป็นคนอื่นทั้งหมด)! ฉากที่เธอ “ละทิ้ง” ห้องควบคุม และ “ตัดสินใจ” ปลดปล่อย T-Rex ด้วยตัวเอง คือจุดสูงสุดของการแสดงของเธอ
นักแสดงสมทบ (The Supporting Archetypes)
“Jurassic World” (2015) ไม่ใช่ “Jurassic Park” (1993) มันไม่เคยพยายามจะเป็น… เพราะมัน “รู้” ว่ามันเป็นไม่ได้! มันไม่ได้มี “ศิลปะ” หรือ “ความมหัศจรรย์” ที่เปลี่ยนโลกแบบที่สปีลเบิร์กทำไว้! แต่มันคือ “ผลงานวิศวกรรม” (A Feat of Engineering) ทางภาพยนตร์ที่สมบูรณ์แบบ! มันคือ “บล็อกบัสเตอร์” ที่ “ตระหนักรู้” ในตัวเอง (Self-Aware Blockbuster) ที่สุดเรื่องหนึ่งในยุคสมัยใหม่! โคลิน เทรวอร์โรว์ ไม่ได้แค่ “คืนชีพ” ไดโนเสาร์! เขาได้ “คืนชีพ” แฟรนไชส์ที่หลับใหล เขาสร้างภาพยนตร์ที่ “วิพากษ์” ความต้องการของผู้ชมที่ “มากขึ้น, ดังขึ้น, มีฟันเยอะขึ้น” … และในขณะเดียวกัน ก็ “ตอบสนอง” ความต้องการนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ มันคือความสำเร็จที่ “จำเป็น” (Necessary) ที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่า “สวนสนุก” แห่งนี้ ยังคงคุ้มค่าที่จะ “เปิด” ต่อไป รับชมหนัง Jurassic World (2015) จูราสสิค เวิลด์ ได้ที่ movie24hd