รีวิวหนัง Office Uprising (2018) ออฟฟิศป่วนซอมบี้คลั่ง ในภูมิทัศน์ของภาพยนตร์สมัยใหม่ มีประเภทย่อย (Subgenre) ที่ท้าทายการสร้างสรรค์อย่างยิ่งยวด นั่นคือ สยองขวัญ-ตลก (Horror-Comedy) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมันพยายามที่จะ เสียดสี (Satirize) สถาบันที่ผู้คนคุ้นเคยอย่าง ที่ทำงาน (The Workplace) ผลงานชิ้นเอกในแนวนี้ เช่น Shaun of the Dead (2004) หรือ The Belko Experiment (2016) (แม้เรื่องหลังจะเอนไปทางสยองขวัญเต็มตัว) ประสบความสำเร็จได้ ไม่ใช่เพียงเพราะ เลือด (Gore) หรือ มุกตลก (Jokes) แต่เพราะมันมี แก่นเรื่อง (Thesis) ที่ชัดเจนเกี่ยวกับ ความเฉื่อยชา (Apathy) ของมนุษย์ หรือ สัญชาตญาณดิบ (Primal Instinct) ที่ซ่อนอยู่ใต้คราบของ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
การมาถึงของ Office Uprising (2018) หรือ ออฟฟิศป่วนซอมบี้คลั่ง ผลงานการกำกับของ ลิน โอดิง (Lin Oeding) จึงเป็น กรณีศึกษา (Case Study) ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ว่าด้วย ความล้มเหลว (Failure) ในการสร้างสมดุลดังกล่าว นี่คือภาพยนตร์ที่ ทะเยอทะยาน (Ambitious) ที่จะวิพากษ์ วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ที่บดขยี้จิตวิญญาณ แต่กลับ จม (Drown) หายไปใน ความโกลาหล (Chaos) ที่ตื้นเขิน และ ความตลก (Comedy) ที่ไร้ซึ่ง ความเฉียบคม (Wit)
มันคือ อาการ (Symptom) ของภาพยนตร์ยุคสตรีมมิ่ง ที่ สับสน (Confuse) ระหว่าง ความรุนแรง (Violence) กับ ความหมาย (Meaning) และระหว่าง การลอกเลียน (Imitation) กับ การคารวะ (Homage)! บทวิเคราะห์นี้ จะทำการ ชำแหละ (Deconstruct) องค์ประกอบ 3 ส่วนที่ทำให้ Office Uprising กลายเป็น ความบันเทิง (Entertainment) ที่ ว่างเปล่า (Empty) อย่างน่าผิดหวัง: โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ ทรยศ (Betray) ต่อการเสียดสีของตัวเอง, สุนทรียศาสตร์ทางภาพที่ ไร้ (Devoid of) ซึ่งบรรยากาศ และ องค์ประกอบการแสดงที่ สูญเปล่า (Wasted)

ความผิดพลาดประการแรกและร้ายแรงที่สุดของ Office Uprising คือการ ทำลาย (Destroy) เป้าหมาย (Target) การเสียดสีของมันเอง ด้วย ความไร้ตรรกะ (Illogic) ของ โครงเรื่อง (Plot)
วาทกรรม ที่ทำงาน ที่ กลวงโบ๋ (The Hollow Workplace Satire)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ ปูพื้น (Establish) องค์ประกอบ คลาสสิก (Classic) ของ การเสียดสีที่ทำงาน (Workplace Satire) แบบที่ Office Space (1999) เคยทำไว้เป็น ตำนาน (Legendary) เราได้เห็น:
เป้าหมาย (The Target) ถูก ตั้ง (Set up) ไว้อย่างชัดเจน: วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) คือ ปีศาจ (The Monster)! แต่ การเล่าเรื่อง กลับ ล้มเหลว (Fail) ที่จะ ยิง (Shoot) เป้าหมายนั้น เครื่องดื่มชูกำลัง (Energy Drink) ที่เปลี่ยน พนักงาน (Employees) ให้กลายเป็น ฆาตกร (Maniacs) ควรจะเป็น อุปมานิทัศน์ (Metaphor) ที่เฉียบคม มันควรจะเป็น การปลดปล่อย (Unleashing) ความโกรธ (Rage) ที่ ถูกกดทับ (Repressed) ของ ชนชั้นแรงงาน (The Working Class)
แต่ บทภาพยนตร์ (Screenplay) กลับ ไม่ (Does not) เชื่อใจ (Trust)! ใน ความเฉลียวฉลาด (Intelligence) ของผู้ชม แทนที่จะ สำรวจ (Explore) ธีม (Theme) นี้… หนังกลับ โยน (Throw) มันทิ้งไปใน 15 นาทีแรก การจลาจล (The Uprising) ไม่ได้ รู้สึก (Feel) เหมือน การปฏิวัติ (Revolution)! ของ คนทำงาน (Workers) มัน รู้สึก เหมือน ข้ออ้าง (An Excuse) ที่ ไร้ตรรกะ (Illogical) เพื่อที่จะ เริ่ม (Start) ฉากแอ็กชัน (Action Sequences) การเสียดสี (The Satire) จึง ตาย (Dies) … ก่อนที่ ศพแรก (First body) จะล้มลงเสียอีก
หัวใจ ที่ ขาดหายไป (The Missing Heart)
หนังตลกสยองขวัญ (Horror-Comedy) ที่ ยิ่งใหญ่ (Great) จะ ยืน (Stand) อยู่ได้ด้วย หัวใจ (Heart) Shaun of the Dead ไม่ใช่เรื่องของ ซอมบี้ … มันคือเรื่องของ มิตรภาพ (Friendship) และ การเติบโต (Growing Up) Zombieland ไม่ใช่เรื่องของ การเอาชีวิตรอด … มันคือเรื่องของ การสร้างครอบครัว (Finding Family)! Office Uprising … ไม่ (Does not) มี (Have) หัวใจ (Heart) การเล่าเรื่อง พยายาม สร้าง (Manufacture) ความสัมพันธ์ (Relationships) ที่ ตื้นเขิน (Superficial):
เมื่อ ผู้ชม (Audience) ไม่ (Do not) ผูกพัน (Care) กับ ตัวละคร (Characters) … การต่อสู้ (The Fight) ทั้งหมดจึง ไร้ (Loses) ซึ่ง ความหมาย (Meaning) เรา ไม่ (Do not) กลัว (Fear) ว่าพวกเขาจะ ตาย (Die) … และเราก็ ไม่ (Do not) ลุ้น (Cheer) ให้พวกเขา รอด (Survive) การเล่าเรื่อง จึงกลายเป็น สุญญากาศ (Vacuum) ทางอารมณ์ ที่เต็มไปด้วย เสียงรบกวน (Noise)

หาก การเล่าเรื่อง คือ ความล้มเหลว … งานภาพ (The Visuals) ก็คือ ความธรรมดา (Mediocrity) ที่ ตอกย้ำ (Emphasize) ความล้มเหลวนั้น
สุนทรียศาสตร์แบบซิทคอม (The Sitcom Aesthetic)
Office Uprising คือ ภาพยนตร์ (Movie) ที่ ดู (Looks) เหมือน ละครซิทคอม (Sitcom) ทางโทรทัศน์ แสง (Lighting) คือ หายนะ (The Disaster) ที่แท้จริง ความสยองขวัญ (Horror) ต้องการ (Needs) เงา (Shadows) ความตึงเครียด (Suspense) เกิด (Is born) จาก สิ่งที่เรามองไม่เห็น (What we cannot see) Office Uprising ปฏิเสธ (Rejects) สิ่งนี้ ทุก (Every) ฉาก (Scene) … แม้แต่ฉากที่ ควรจะ (Supposed to be) น่ากลัว (Terrifying) ที่สุด… กลับ! สว่าง (Brightly Lit) อย่าง ผิดธรรมชาติ! (Unnaturally)! ออฟฟิศ (The Office) ถูกอาบด้วย
แสงฟลูออเรสเซนต์ (Fluorescent Light) ที่ แบน (Flat) และ ไร้ (Devoid of) ซึ่ง มิติ (Dimension) ความโกลาหล (The Chaos) และ เลือด (The Gore)! ที่เกิดขึ้นใน แสง (Light) ที่ สว่างจ้า (Harsh) เช่นนี้ … มัน ไม่ (Does not) น่ากลัว (Scary) มันแค่ ดู (Look) ราคาถูก (Cheap) และ ไร้รสนิยม (Tacky)! การกำกับภาพ (Cinematography) ไร้ (Lacks) ซึ่ง จินตนาการ (Imagination) มันคือ ภาษาภาพ (Visual Language) ที่ ปลอดภัย (Safe) และ น่าเบื่อ (Boring) ที่สุด มัน ไม่ (Does not) สร้าง (Build) บรรยากาศ (Atmosphere) … มัน ทำลาย (Destroys) มัน
แอ็กชัน ที่ ไร้ แรงปะทะ (Weightless Action)
ความรุนแรง (Gore) ใน Office Uprising นั้น มี (Is present) เลือด (Blood) สาด (Splashes) ร่างกาย (Bodies) ถูก (Are) ทำลาย (Mutilated)! แต่ การนำเสนอ (Presentation) ของมัน กลับ ไร้ (Lacks) ซึ่ง ผลกระทบ (Impact) การตัดต่อ (Editing) รวดเร็ว (Hyper) และ สับสน! (Confusing) มัน ซ่อน (Hide) ข้อจำกัด (Limitations) ของ งบประมาณ (Budget) และ การออกแบบท่าต่อสู้ (Choreography)! ฉากแอ็กชัน (Action scenes) ไม่ (Do not) รู้สึก (Feel) อันตราย (Dangerous) มัน รู้สึก (Feel) เหมือน (Like) การแสดง (Staged) ความรุนแรง (The Violence) ถูกใช้ในฐานะ มุกตลก (Punchline) ที่ ง่าย (Lazy) แทนที่จะ สร้างสรรค์ (Creative) (แบบ Tucker & Dale vs. Evil) … มันกลับ ซ้ำซาก (Repetitive)! งานภาพ (The Visuals) ของ Office Uprising คือ ความล้มเหลว (Failure) ในการ เข้าใจ (Understand) ภาษา (Language) ของ แนว (Genre) ที่มันพยายามจะเป็น

โศกนาฏกรรม (Tragedy) ที่แท้จริงของ Office Uprising! คือ รายชื่อนักแสดง (The Cast) มันคือ การรวมตัว (Ensemble) ของ นักแสดงสมทบ (Character Actors) ที่ มีพรสวรรค์ (Talented) อย่างน่าทึ่ง… แต่พวกเขากลับ สูญเปล่า (Wasted) ใน บท (Roles) ที่ แบน (One-Dimensional) และ น่ารำคาญ (Irritating)
ก. เบรนตัน ทเวทส์ (Brenton Thwaites) ในบท เดสมอนด์ (Desmond)
ตัวเอก (The Protagonist) คือ! ศูนย์กลาง (The Center) ที่ กลวง (Hollow) ทเวทส์ คือ นักแสดง (Actor) ที่มี เสน่ห์ (Charisma) … แต่ เสน่ห์ (Charm) ไม่ (Is not) เท่ากับ (Equal) ตัวละคร (Character)! บท (Script) ต้องการ (Wants) ให้เขาเป็น มาร์ตี้ แมคฟลาย (Marty McFly) หรือ ฌอน (Shaun) แต่ การแสดง! (Performance) ของเขา ไม่ (Lacks) มี (Have) ความตื่นตระหนก (Panic) หรือ ความเปราะบาง (Vulnerability) ที่จำเป็น เขา เดิน (Walks) ผ่าน ความโกลาหล (The Chaos) ด้วย ความมั่นใจ (Confidence)! ที่! ผิดที่ผิดทาง (Misplaced) เขา ไม่เคย (Never) รู้สึก (Feel) กลัว (Afraid) หรือ อับจนหนทาง (Overwhelmed) เขาคือ ฮีโร่ (Hero) ที่ สำเร็จรูป (Pre-Packaged) เกินไป สำหรับหนัง! (Movie) ที่ ควรจะ (Should be) เกี่ยวกับ (About) ความล้มเหลว (Failure)
เจน เลวี (Jane Levy) ในบท ซาแมนธา (Samantha)
นี่คือ การสูญเสีย (The Loss) ที่ ยิ่งใหญ่ (Biggest) ที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้! เจน เลวี คือ ราชินี (A Queen) ของ แนว (Genre) นี้ เธอ พิสูจน์ (Proved) ใน Evil Dead (2013) และ Don’t Breathe (2016) ว่าเธอ เข้าใจ (Understands)! ความสยองขวัญ (Horror) และ! ความแข็งแกร่ง (Resilience)! ใน Office Uprising … เธอ ถูก (Is) ลดทอน! (Reduced) เธอ ถูก (Is) ลด (Reduced) บทบาท (Role) ลงเหลือเพียง คนรัก (The Love Interest) พรสวรรค์! (Talent) และ พลัง! (Energy) ของเธอ! ถูก (Are) กักขัง (Caged) เธอ ไม่ (Is not) ได้! (Given) โอกาส (A chance) ที่จะ ส่องสว่าง! (Shine) หรือ ต่อสู้ (Fight) ในแบบที่เธอ สามารถ (Is capable of) ทำได้ มันคือ การใช้ทรัพยากร (Casting) ที่ ผิดพลาด (Misuse) อย่าง น่าเศร้า (Tragic)
ตัวประกอบ ที่ ล้นเกิน (The Over-the-Top Supporting Cast)
นักแสดง (Actors) ที่เหลือ… โดยเฉพาะ แซคารี ลีวาย (Zachary Levi) ในบท อดัม! เมาตัน … คือ ภาพสะท้อน (Microcosm) ของ ปัญหา (Problem) ทั้งหมด พวกเขา ไม่ (Are not) ได้ (Asked) รับ (To give) การแสดง (A Performance) พวกเขา! ถูก (Are asked) ร้องขอ! (To deliver) การ์ตูนล้อเลียน (A Caricature)! ลีวาย (Levi) แสดง (Plays) เมาตัน (Mouton) ด้วย พลัง (Energy) ระดับ 11 (Eleven) มัน ดัง (Loud), ล้น (Exaggerated), และ น่ารำคาญ (Annoying)! มัน ไม่ (Not) ตลก (Funny)! มัน เหนื่อย (Exhausting) การแสดง (Performance) ของเขา ขาด (Lacks) ความจริง (Truth) และ ความน่ากลัว (Menace) ที่ ตัวร้าย (Villain) ควรจะ (Should) มี! นักแสดง (Cast) ทั้งหมด ติด (Are trapped) อยู่ในภาพยนตร์ (Movie) ที่ไม่ (Does not) รู้ (Know)! ว่า (What) มัน (It) ต้องการ (Wants) จะ (To be) เป็น (Be)
Office Uprising! (2018) คือ ความล้มเหลว (Failure) ใน ทุก (Every) ระดับ (Level) มัน ล้มเหลว (Fails) ในฐานะ หนังสยองขวัญ (Horror Film) (เพราะมัน ไม่ น่ากลัว) มัน ล้มเหลว (Fails) ในฐานะ หนังตลก (Comedy) (เพราะมัน ไม่ ตลก) และมัน ล้มเหลว (Fails) อย่าง น่าสังเวช (Miserably) ในฐานะ การเสียดสี (Satire) (เพราะมัน ไร้ ซึ่ง สติปัญญา)! มันคือ อนุสรณ์สถาน (Monument) แห่ง ความตื้นเขิน (Superficiality) มันคือ เปลือก (Shell) ของ แนว (Genre) ที่ ไร้ (Devoid of) ซึ่ง หัวใจ! (Heart), สมอง (Brain), หรือ จิตวิญญาณ (Soul)! มันคือ ภาพยนตร์ (Movie) ที่ บูชา (Worships) ความโกลาหล (Chaos) … แต่กลับ ลืม (Forgets) ที่จะ สร้าง (Create)! เหตุผล (A reason) ให้เรา สนใจ (To care) ใน ความโกลาหล (Chaos) นั้น