ว้าว! นี่คือภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยมนุษยธรรมและปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้งภายใต้ความเรียบง่าย Riverside Mukolitta (2021) ณ ที่พักกับรักของเรา ไม่ใช่หนังที่คุณจะดูเพื่อหาความตื่นเต้นหวือหวา แต่มันคือ “ยาใจ” ที่ค่อยๆ ซึมซับเข้าสู่จิตวิญญาณของผู้ที่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือแบกรับความผิดพลาดในอดีต
ผมจะพาคุณไปเจาะลึกวิเคราะห์ในมุมมองของ นาโอโกะ โอกิกามิ (Naoko Ogigami) ผู้กำกับหญิงชาวญี่ปุ่นที่โดดเด่นในการสร้างภาพยนตร์ที่เรียกว่า “Therapeutic Cinema” หรือ “โรงบำบัดทางภาพยนตร์” โดยไม่เน้นเรื่องย่อตามที่คุณต้องการครับ เตรียมพบกับการวิเคราะห์ที่เจาะลึกถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ (และมีชีวิตหลังความตาย) ในอพาร์ตเมนต์เก่า ๆ ริมแม่น้ำแห่งนี้!

Riverside Mukolitta ได้รับการดัดแปลงมาจากนิยายที่เขียนโดย นาโอโกะ โอกิกามิ เอง ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลายเซ็นที่ชัดเจนในการผสมผสานระหว่าง ความเงียบสงบในชีวิตประจำวัน (Mundane Life) กับ อารมณ์ขันที่เหนือจริงและมืดหม่นเล็กน้อย (Dark and Surreal Humor) หัวใจหลักของหนังเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่การหาความสุขที่ยิ่งใหญ่ แต่มันคือการค้นพบ “ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จริงใจ” (Sincere Small Happiness) ที่เกิดขึ้นท่ามกลางบาดแผลและความสูญเสีย
Mukolitta มาจากคำในภาษาสันสกฤตว่า Muhurta ซึ่งหมายถึงหน่วยเวลาในตำราทางพุทธศาสนา (ประมาณ 48 นาที) ซึ่งสะท้อนถึงแก่นเรื่องที่ว่า “ความสุขเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เราต้องคว้าเอาไว้” ในแต่ละวัน

เนื้อหาของ Riverside Mukolitta หมุนรอบ ทาเคชิ (Takeshi) (รับบทโดย Kenichi Matsuyama) ชายหนุ่มผู้กำลังหลบหนีจากอดีตและความล้มเหลวส่วนตัว เขาเดินทางมาถึงเมืองชายทะเลอันห่างไกลในเขตโฮกุริกุ และอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ราคาถูกที่ชื่อ “Heights Mukolitta”
โคโซะปลูกผักไว้มากมาย และมีวิธีการ “จัดการ” กับสิ่งที่ไม่ต้องการอย่างเรียบง่าย
ชิโอริเก็บเถ้ากระดูกของสามีไว้ในห้องครัว และมีความสัมพันธ์ที่ “ใกล้ชิด” กับมันในแบบที่ทำให้ทาเคชิรู้สึกประหลาดใจ
การกระทำที่ดูแปลกประหลาดเหล่านี้คือ การบำบัดทางอ้อม (Indirect Therapy) ที่บอกว่า “ความเศร้าโศก (Grief)” ไม่จำเป็นต้องเป็นพิธีการที่เคร่งครัด แต่สามารถเป็นเรื่องส่วนตัวที่ผสมผสานความแปลกและอารมณ์ขันเข้าไปได้

สไตล์การกำกับภาพของโอกิกามิยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ “Slow Cinema” ที่เน้นความสบายตาและรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
เพลงประกอบ: ดนตรีประกอบในหนังเรื่องนี้มีความ ประหยัด และมักใช้เสียงของสภาพแวดล้อม (Ambient Sound) เป็นหลัก เพื่อเน้นความเงียบสงบในชนบท ซึ่งทำให้เสียงหัวเราะเล็ก ๆ หรือบทสนทนาที่สำคัญมีความหมายมากยิ่งขึ้น

นักแสดงในเรื่องนี้ไม่ได้ถูกขอให้แสดงอารมณ์ที่รุนแรงและฉูดฉาด แต่พวกเขาถูกขอให้แสดง “อารมณ์ที่ซ่อนอยู่” ผ่านความเงียบและสีหน้า
ภาพรวมการแสดง: นักแสดงทุกคนทำหน้าที่เป็น “เพื่อนร่วมทางที่แปลกประหลาด” ของทาเคชิ พวกเขาไม่ต้องพยายามมากเกินไป แต่แค่ “มีอยู่” ในช่วงเวลาที่เหมาะสม การแสดงที่ดูสบาย ๆ และเป็นธรรมชาติคือพลังขับเคลื่อนที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้

Riverside Mukolitta เป็นภาพยนตร์ที่ไม่ได้มอบคำตอบที่ยิ่งใหญ่ให้กับชีวิต แต่ให้ “พื้นที่หายใจ” แก่ผู้ชม มันคือการบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกถ้าคุณจะล้มเหลว และ ไม่เป็นไรหรอกถ้าการเศร้าโศกของคุณจะดูประหลาด เพราะสุดท้ายแล้ว ทุกคนต่างก็กำลังดิ้นรนและพยายามทำความเข้าใจกับความตายและความหมายของการมีชีวิตอยู่
นี่คือภาพยนตร์ที่ใช้ ความเรียบง่ายและอารมณ์ขันแปลก ๆ เป็นเครื่องมือในการสำรวจประเด็นที่หนักหน่วงที่สุดในชีวิตของมนุษย์: ความตาย, ความโดดเดี่ยว, และการค้นหาความสุข มันเป็นหนังที่จะ “กอด” คุณอย่างเงียบ ๆ และเตือนใจให้คุณชื่นชมกับมิตรภาพเล็ก ๆ และช่วงเวลาอันสั้น (Muhurta) ของความสุขที่คุณมีในวันนี้
หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับการอาบน้ำอุ่น ๆ ในวันที่อากาศหนาวเย็น และมองหาความหวังท่ามกลางความล้มเหลว Riverside Mukolitta คือสถานที่ที่คุณควรมาพักพิงคุณต้องการให้ผมเปรียบเทียบสไตล์การทำหนังของ นาโอโกะ โอกิกามิ กับผู้กำกับญี่ปุ่นคนอื่น ๆ ที่เน้นความเป็น “Therapeutic Cinema” หรือไม่ครับ? movie24hd