รีวิวหนัง Zombie Fight Club (2014) เชื้อไวรัส ซัดสยองโลก ในภูมิทัศน์อันกว้างใหญ่ของ “ภาพยนตร์ซอมบี้” (Zombie Cinema) ซึ่งเป็นประเภทย่อย (Subgenre) ที่ถูก “ชำแหละ” มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน… เราได้เห็นซอมบี้ในฐานะ “อุปมานิทัศน์” (Metaphor) ของ “ลัทธิบริโภคนิยม” (Consumerism) ในงานของ จอร์จ เอ. โรเมโร (George Romero) … เราได้เห็นมันในฐานะ “ดราม่า” ของ “การสูญเสีย” (Loss) ใน The Walking Dead … และเราได้เห็นมันในฐานะ “ภัยพิบัติ” (Cataclysm) ที่รวดเร็วใน Train to Busan! แต่ “Zombie Fight Club” (2014) ผลงานการกำกับของ โจ เชียน (Joe Chien) จากไต้หวัน… ไม่ใช่สิ่งเหล่านั้นเลย! นี่คือภาพยนตร์ที่ “ปฏิเสธ” (Refuse) ที่จะมี “แก่นเรื่อง” (Thesis)! มัน “ปฏิเสธ” ที่จะมี “ตรรกะ” (Logic)! และมัน “ปฏิเสธ” ที่จะมี “ความเชื่อมโยง” (Coherence)! นี่ไม่ใช่ “ภาพยนตร์” แต่มันคือ “การระเบิด” (Explosion) ของ “แนวคิด” (Concepts) ที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ถูกยัดเยียดเข้ามาในความยาว 90 นาที มันคือ “ความล้มเหลว” (Failure) ที่ “ยิ่งใหญ่” (Spectacular) และ “น่าหลงใหล” (Fascinating) ที่สุดเรื่องหนึ่ง
การวิเคราะห์ “Zombie Fight Club” จึงไม่ใช่การ “วิจารณ์” (Critique) แต่มันคือการ “วินิจฉัย” (Diagnose) ว่าเหตุใด “ความทะเยอทะยาน” ที่จะสร้าง “สุดยอดหนังซอมบี้” จึงจบลงด้วย “ความว่างเปล่า” (Emptiness) ที่ดังสนั่นหวั่นไหว! บทวิเคราะห์นี้ จะทำการ “ชันสูตร” ซากปรักหักพังอันงดงามนี้ ผ่าน 3 องค์ประกอบที่ล่มสลาย: โครงสร้างการเล่าเรื่องที่ถูก “ฉีก” เป็นสองท่อน, สุนทรียศาสตร์ทางภาพที่ “บูชา” ความรุนแรงจนไร้ความหมาย และ องค์ประกอบการแสดงที่ถูก “สังเวย” ให้กับความโกลาหล

ความผิดพลาดที่ “ร้ายแรง” และ “ไม่สามารถให้อภัยได้” (Unforgivable) ที่สุดของ “Zombie Fight Club” คือการที่มัน “ไม่มี” “การเล่าเรื่อง” (Narrative)! มันไม่ได้มี “เรื่องเล่าที่ไม่ดี” (A Bad Narrative) … มัน “ไม่มี” เลย
ภาพยนตร์สองเรื่อง ที่ถูกเย็บติดกันอย่างหยาบๆ (The Two-Film Disaster)
“Zombie Fight Club” คือ “อสุรกายของแฟรงเกนสไตน์” (Frankenstein’s Monster) ที่แท้จริง มันคือ “ภาพยนตร์สองเรื่อง” ที่ “แตกต่าง” กันโดยสิ้นเชิง ถูกนำมา “เย็บ” (Stitch) ติดกัน โดยปราศจาก “เส้นด้าย” (Thread) ที่เชื่อมโยง
“การเล่าเรื่อง” จึง “ตาย” ตั้งแต่นาทีที่ 40! มันไม่ใช่ “การพัฒนา” (Evolution) ของเรื่องราว มันคือ “การยอมแพ้” (Capitulation)! มันคือการที่ผู้เขียนบท (หรือผู้กำกับ) “เบื่อ” (Bored) หนังเรื่องแรกที่ตัวเองกำลังสร้าง และตัดสินใจ “สร้าง” หนังเรื่องใหม่ที่ “เท่กว่า” (Cooler) ขึ้นมาทับ
ความว่างเปล่า ของ “ตัวละคร” และ “แก่นเรื่อง” (The Void of Character and Theme)
เพราะ “โครงสร้าง” มัน “แตก” (Broken) … “ทุกสิ่ง” ที่อยู่บนโครงสร้างนั้น จึง “พัง” ตามไปด้วย
“การเล่าเรื่อง” ของ “Zombie Fight Club” คือ “หลุมดำ” (Black Hole) มัน “ไร้” ซึ่ง “เหตุและผล” (Causality) และ “ไร้” ซึ่ง “แก่นสาร” (Substance) โดยสิ้นเชิง

หาก “การเล่าเรื่อง” คือ “ความล้มเหลว”… บางที “ภาพ” (Visuals) อาจจะเป็น “ผู้กอบกู้” (The Savior)?! น่าเศร้า ที่ “ม่! “Zombie Fight Club” คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของ “สุนทรียศาสตร์แห่งความล้นเกิน” (Aesthetics of Excess) ที่ “ทำลาย” ตัวเอง
เลือด (Gore) ในฐานะ “วอลเปเปอร์” (Wallpaper)
ภาพยนตร์เรื่องนี้ “ชุ่มโชก” (Drenched) ไปด้วย “เลือด” และ “ความรุนแรง” (Gore)! มันคือ “ความตั้งใจ” (Intentional) ที่จะ “ผลัก” (Push) ขอบเขตของ “รสนิยม” (Taste)! เราเห็น “การฉีกกระชาก”, “การควักไส้”, “การระเบิด” ของร่างกาย… ใน “ทุกๆ 5 นาที! แต่ปัญหาของ “ความล้นเกิน” (Excess) คือ… มัน “ทำให้ชาชิน” (Numbing)
หลังจาก “หัว” ระเบิดเป็นครั้งที่ 10… “หัว” ที่ระเบิดครั้งที่ 11 ก็ “ไม่” มี “ความหมาย” (Impact) อีกต่อไป! ความสยองขวัญ (Horror) ได้ “สูญเสีย” (Lose) “พลัง” (Power) ของมันไป เพราะมันถูก “ใช้” (Utilize) อย่าง “ฟุ่มเฟือย” (Excessively) จน “ไร้ค่า” (Worthless)
ความมืด ปะทะ “ความฉูดฉาด” (The Tonal Clash)
เช่นเดียวกับ “การเล่าเรื่อง” … “งานภาพ” (Cinematography) ของหนังเรื่องนี้ก็ “แตก” เป็น “สองซีก”
“งานภาพ” จึง “ไม่” มี “เอกภาพ” (Cohesion) มันคือ “สงคราม” (War) ระหว่าง “สองสไตล์” ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
การแสวงหาประโยชน์ ในฐานะ “สไตล์” (Exploitation as Style)
องค์ประกอบทางภาพที่ “น่ารังเกียจ” (Offensive) ที่สุด คือ “การปฏิบัติต่อตัวละครหญิง”! “Zombie Fight Club” ไม่ใช่แค่ “มี” “ฉากโป๊เปลือย” (Nudity) … แต่มัน “แสวงหาประโยชน์” (Exploit) จากมัน! “ซอมบี้” ในเรื่องนี้ (โดยเฉพาะซอมบี้เพศหญิง) มักจะ “เปลือยอก” (Topless) โดย “ไร้เหตุผล” (No Reason)! ตัวละครหญิง (ที่เป็นมนุษย์) ก็มักจะถูกจับ, ถูกทรมาน, หรือถูกนำเสนอใน “มุมกล้อง” (Camera Angles) ที่ “จ้องมอง” (Leering) ร่างกายของพวกเธอ! มันคือ “การถอยหลัง” (Regression) กลับไปสู่ยุค “หนังเกรด B” (Exploitation Films) ในยุค 70s! แต่มัน “ไม่” มี “เสน่ห์” (Charm) หรือ “ความตระหนักรู้” (Self-Awareness) แบบหนังเหล่านั้น! มันเป็นเพียง “ความพยายาม” ที่ “ตื้นเขิน” (Shallow) ที่จะ “ช็อก” (Shock) ผู้ชม โดยปราศจาก “ศิลปะ” (Artistry) หรือ “ประเด็น” (Point)

นี่คือ “โศกนาฏกรรม” (Tragedy) ที่แท้จริงของภาพยนตร์เรื่องนี้! การมี “นักแสดง” ที่ “มีความสามารถ” (Talented Performers) แต่กลับต้องมา “ติด” (Trapped) อยู่ใน “สุญญากาศ” (Vacuum) ของ “บทภาพยนตร์” ที่ “ตาย” แล้ว
แอนดี้ ออน (Andy On) ในบท “แอนดี้”
แอนดี้ ออน คือ “นักแสดงแอ็กชัน” (Action Star) ที่ “มีความสามารถ” (Legitimate) เขามี “เสน่ห์” (Charisma) และ “ทักษะ” (Skills) ที่พิสูจน์แล้วในภาพยนตร์ฮ่องกงหลายเรื่อง! ใน “Zombie Fight Club” … เขา “สูญเปล่า” (Wasted)
นักแสดงสมทบ ในฐานะ “เครื่องมือ” (The Supporting Cast as Props)
นักแสดงคนอื่นๆ (เช่น เจสสิก้า แคมเบนซี, ไมเคิล หว่อง, หรือ เทเรนซ์ หยิน) ตกอยู่ใน “ชะตากรรม” (Fate) ที่ “เลวร้าย” (Worse) ยิ่งกว่า! พวกเขา “ไม่” ใช่ “ตัวละคร” (Characters)! พวกเขาคือ “เครื่องมือ” (Props) ที่ถูกใช้เพื่อ “ขับเคลื่อน” (Move) “เหตุการณ์” (Events) ที่ไร้ตรรกะ
นักแสดงหญิงในเรื่องนี้ “ไม่” ได้รับ “โอกาส” (Opportunity) ที่จะ “แสดง” (Act) เลย พวกเธอแค่ “กรีดร้อง” (Scream) และ “ถูกกระทำ” (Be objectified)
“Zombie Fight Club” (2014) ไม่ใช่ “ภาพยนตร์” ที่ “ไม่ดี” (A Bad Movie)! มันคือ “ภาพยนตร์” ที่ “ไม่มีอยู่จริง” (A Non-Movie)! มันคือ “เปลือก” (Shell) ที่ “สวยงาม” (ในแบบที่วิปริต) แต่ “ข้างใน” (Inside) นั้น “กลวงโบ๋” (Hollow)! มันคือ “การทดลอง” (Experiment) ที่ “ล้มเหลว” (Failed) ใน “ทุก” (Every) ระดับของ “ภาษาภาพยนตร์” (Cinematic Language)
มันคือ “อนุสาวรีย์” (Monument) แห่ง “ความไร้แก่นสาร” (Substance-less) มันคือ “ภาพยนตร์” ที่ “มี” (Has) “ทุกอย่าง” (Everything) (ซอมบี้, กังฟู, เลือด, ปืน) … แต่กลับ “ไม่” (Has) “มี” (Nothing) “อะไร” (Anything) เลย รับชมหนัง Zombie Fight Club (2014) เชื้อไวรัส ซัดสยองโลก ได้ที่ movie24hd