รีวิวหนัง Star Wars จากจุดเริ่มต้นถึงปัจฉิมบท ภาคไหนคือที่สุด?

seosaveMay 3, 2026

รีวิวหนัง Star Wars จากจุดเริ่มต้นถึงปัจฉิมบท ภาคไหนคือที่สุด?

รีวิวหนัง Star Wars ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ เหล่านักดูหนังและสาวกเจไดทุกท่านเข้าสู่โลกของสงครามแห่งดวงดาวครับ! วันนี้ movie24hd จะพาคุณท่องอวกาศไปไกลแสนไกลเพื่อรีวิวภาพยนตร์ที่เป็นตำนานบทใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฮอลลีวูดอย่าง “Star Wars” หนังที่เปลี่ยนโลกจินตนาการให้กลายเป็นความจริง และยังคงสร้างอิทธิพลมาจนถึงปี 2026 นี้ เราจะมารีวิวแบบเน้นๆ ทั้งเนื้อเรื่อง งานสร้าง และการแสดง โดยไม่เน้นเรื่องย่อ แต่เน้น “อรรถรส” ที่ได้รับจากการชมครับ

รีวิวหนังStar Wars

Star Wars: Episode IV – A New Hope (1977)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: เป็นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเหนือกาลเวลาครับ ในยุคนั้นการได้เห็นดาบไลท์เซเบอร์และยานมิลเลนเนียม ฟอลคอน เป็นอะไรที่ตื่นตาตื่นใจมาก แม้เราจะมาดูในยุคนี้ งานภาพอาจดูมีความ “Retro” แต่กลับมีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก การเล่าเรื่องเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยพลังของความหวัง

การแสดงและงานภาพ: มาร์ค ฮามิลล์ ในบท ลุค สกายวอล์คเกอร์ ถ่ายทอดความซื่อบริสุทธิ์ของเด็กหนุ่มบ้านนอกออกมาได้ดีมาก แต่คนที่ขโมยซีนที่สุดหนีไม่พ้น แฮร์ริสัน ฟอร์ด ในบท ฮัน โซโล ที่มีความยโสแต่เท่สุดๆ งานภาพใช้เทคนิคโมเดลจำลองซึ่งดู “จริง” กว่า CG บางเรื่องในปัจจุบันเสียอีกครับ

รีวิวหนัง StarWars

Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back (1980)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: นี่คือภาคที่ดีที่สุดตลอดกาลสำหรับผมและแฟนทั่วโลก! หนังเปลี่ยนโทนจากความสดใสมาเป็นความมืดมน การพ่ายแพ้ของฝ่ายธรรมะ และจุดหักมุมที่ช็อกโลกที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ (I am your father) มันคือการยกระดับหนังอวกาศให้กลายเป็นดราม่าครอบครัวที่เข้มข้น

การแสดงและงานภาพ: การแสดงของ เคอร์รี่ ฟิชเชอร์ ในบท เจ้าหญิงเลอา แข็งแกร่งและสง่างามมาก งานภาพสมรภูมิบนดาวน้ำแข็ง Hoth ทำออกมาได้อลังการและกดดันสุดๆ ภาคนี้คือตัวอย่างของการทำภาคต่อที่ยอดเยี่ยมกว่าภาคแรกครับ

รีวิวหนังStar Wars

Star Wars: Episode VI – Return of the Jedi (1983)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: เป็นการปิดไตรภาคที่สมบูรณ์และซึ้งกินใจ การเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายระหว่างพ่อและลูกคือจุดพีคทางอารมณ์ แม้จะมีตัวละครอย่าง Ewoks ที่ดูเอาใจเด็กไปนิด แต่ฉากการดวลดาบในห้องบัลลังก์ของจักรพรรดินั้นคลาสสิกและทรงพลังมากครับ

รีวิว หนัง Star Wars

Star Wars: Episode I – The Phantom Menace (1999)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: ภาคนี้โดดเด่นมากในเรื่อง “การเมือง” และ “จุดเริ่มต้น” แม้แฟนๆ บางส่วนจะบ่นเรื่อง Jar Jar Binks แต่ฉากการแข่งขัน Podrace และการดวลดาบ 2 ต่อ 1 กับ Darth Maul คือที่สุดของความมันส์ในยุคนั้นเลยครับ

การแสดงและงานภาพ: เลียม นีสัน ในบท ไคว-กอน จินน์ ให้ความรู้สึกถึงอาจารย์เจไดที่สุขุมและเปี่ยมเมตตา งานภาพเริ่มใช้ CGI เข้ามามีบทบาทเยอะขึ้น ทำให้เราได้เห็นอาณาจักรที่วิจิตรตระการตาอย่าง Naboo ครับ

รี วิวหนัง Star Wars

Star Wars: Episode II – Attack of the Clones (2002)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: เน้นหนักไปที่ความสัมพันธ์แบบโรแมนติกของอนาคินและแพดเม่ แต่อาจจะดูเคอะเขินไปบ้างในเรื่องบทพูด อย่างไรก็ตาม ฉากสงครามโคลนในช่วงท้ายคือการโชว์ศักยภาพของกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

การแสดงและงานภาพ: เฮย์เดน คริสเตนเซน สื่อสารความใจร้อนและความสับสนในจิตใจของอนาคินได้ดี แม้จะถูกวิจารณ์ในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนกลับยอมรับว่าเขาคืออนาคินที่สมบูรณ์แบบครับ

รี วิว หนัง Star Wars

Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith (2005)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: ภาคที่หดหู่ที่สุดในไตรภาคพรีเควล การกวาดล้างเจได (Order 66) ทำออกมาได้บีบคั้นอารมณ์มาก การเปลี่ยนผ่านของอนาคินสู่ด้านมืดนั้นมีเหตุผลรองรับที่น่าเศร้าใจ

การแสดงและงานภาพ: การแสดงของ เอียน แมคเดียร์มิด ในบท พัลพาทีน นั้นยอดเยี่ยมจนน่าขนลุก ฉากดวลดาบระหว่างโอบีวันและอนาคินบนดาวลาวา Mustafar คือฉากแอ็คชันที่ออกแบบท่าทางได้สวยงามและรวดเร็วที่สุดในแฟรนไชส์ครับ

รีวิว หนัง Star Wars

Star Wars: Episode VII – The Force Awakens (2015)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: เป็นการทำคารวะภาค 4 ที่ยอดเยี่ยมมาก เจ.เจ. แอบรัมส์ ดึงบรรยากาศเก่าๆ กลับมาได้อย่างครบถ้วน การปรากฏตัวของฮัน โซโล วัยเก๋าทำให้แฟนๆ น้ำตาซึม หนังเดินเรื่องไวและสนุกตามสไตล์บล็อกบัสเตอร์สมัยใหม่

การแสดงและงานภาพ: เดซี ริดลีย์ ในบท เรย์ ดูสดใสและมีพลัง ขณะที่ อดัม ไดรเวอร์ ในบท ไคโล เร็น คือตัวร้ายที่มีความซับซ้อนทางอารมณ์สูงมาก งานภาพสวยงามไร้ที่ติครับ

รี วิว หนัง Star Wars

Star Wars: Episode VIII – The Last Jedi (2017)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: ภาคที่สร้างเสียงแตกมากที่สุด! แต่มองในมุมนักวิจารณ์ นี่คือหนังที่กล้าตั้งคำถามกับขนบเดิมๆ ของเจได การเล่าเรื่องมีความแปลกใหม่และภาพสวยเหมือนงานศิลปะ (ฉากดาวเกลือสีแดงคือที่สุด)

การแสดงและงานภาพ: มาร์ค ฮามิลล์ กลับมาสวมบท ลุค ที่ดูหมดไฟได้ขยี้ใจสุดๆ งานภาพโดย ไรอัน จอห์นสัน มีมุมกล้องที่สง่างามและมีสีสันที่จัดจ้านกว่าภาคอื่นๆ

รี วิว หนัง StarWars

Star Wars: Episode IX – The Rise of Skywalker (2019)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: ภารกิจการปิดฉากมหากาพย์ 9 ภาค หนังพยายามใส่ทุกอย่างลงไปเพื่อเอาใจแฟนๆ แม้จังหวะจะดูเร่งรีบไปบ้าง แต่ในแง่ของความบันเทิงและการส่งท้ายตัวละครที่เรารัก มันทำหน้าที่ของมันได้สมบูรณ์ครับ

รี วิว หนัง StarWars

Rogue One: A Star Wars Story (2016)

 

ความรู้สึกหลังรับชม: สำหรับ movie24hd นี่คือภาคแยกที่ดีที่สุด! มันคือหนังสงครามที่ดิบเถื่อนและไม่มีพลังเจไดมาช่วยวิเศษวิโส การเสียสละของตัวละครทุกตัวทำออกมาได้กินใจ และฉาก Darth Vader ในตำนานช่วงท้ายคือความฟินระดับ 10 กะโหลกครับ

ภาคล่าสุด (New Content 2024-2026)

 

ปัจจุบันจักรวาล Star Wars ขยายตัวไปสู่ซีรีส์คุณภาพสูงบน Disney+ เช่น The Mandalorian และ Andor ที่ได้รับคำชมอย่างท่วมท้นในเรื่องความสมจริงและบทที่เข้มข้นขึ้น รวมถึงภาพยนตร์โปรเจกต์ใหม่ที่กำลังจะมาถึงซึ่งเน้นไปที่ยุค “The New Jedi Order” ของเรย์ ที่จะกลับมาสร้างตำนานใหม่อีกครั้ง

ตารางคะแนนรีวิวจากแหล่งข้อมูลชั้นนำ

 

  • Episode IV: A New Hope 8.6/10 93% 10/10
  • Episode V: Empire Strikes Back 8.7/10 95% 10/10
  • Episode III: Revenge of the Sith 7.6/10 79% 9/10
  • Rogue One 7.8/10 84% 9.5/10
  • Episode VII: The Force Awakens 7.8/10 93% 8.5/10