รีวิวหนัง The Wailing (2016) ฆาตกรรมอำปีศาจ ในปริมณฑลของภาพยนตร์สยองขวัญร่วมสมัย มีผลงานเพียงไม่กี่ชิ้นที่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของแนวทาง (Genre) เพื่อสัมผัสกับแก่นแท้ของความกลัวเชิงอัตถิภาวนิยม (Existential Dread) ได้อย่างลึกซึ้ง “The Wailing” (2016) หรือในชื่อดั้งเดิม “Gokseong” (곡성) ผลงานการกำกับของ นา ฮง-จิน (Na Hong-jin) คือหนึ่งในเพชรเม็ดงามอันน่าพรั่นพรึงนั้น นี่ไม่ใช่เพียงภาพยนตร์สยองขวัญว่าด้วยการขับไล่ภูตผี แต่คือบทสวดอภิธรรมที่ว่าด้วยการล่มสลายของศรัทา, การระบาดของความหวาดระแวง และความไร้ประสิทธิภาพของสถาบันที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อต่อกรกับ “ความชั่วร้าย” (Evil) ที่ไร้รูป
“The Wailing” คือมหากาพย์ความยาวกว่าสองชั่วโมงครึ่งที่ใช้ “ความคลุมเครือ” (Ambiguity) เป็นอาวุธหลักในการจู่โจมผู้ชม มันปฏิเสธที่จะมอบคำตอบที่ง่ายดาย แต่กลับลากผู้ชมให้จมดิ่งลงไปในวังวนแห่งความสับสน, ความสิ้นหวัง, และความสงสัย ไปพร้อมกับตัวละคร นี่คือการเดินทางสู่ก้นบึ้งของจิตใจมนุษย์ที่เปราะบาง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจ! บทวิจารณ์ฉบับนี้ จะทำการวิเคราะห์องค์ประกอบสำคัญสามประการของ “The Wailing”—ได้แก่ แก่นเรื่องและโครงสร้างการเล่าเรื่อง, สุนทรียศาสตร์ทางภาพ, และการแสดง—เพื่อถอดรหัสว่าเหตุใดภาพยนตร์เรื่องนี้จึงเป็นมากกว่าแค่ “ความน่ากลัว” แต่คือ “ประสบการณ์” ที่สั่นสะเทือนรากฐานการรับรู้ของเรา

ความอัจฉริยะของ “The Wailing” อยู่ที่การปฏิเสธที่จะ “เลือกข้าง” มันวางตัวละครและผู้ชมไว้ ณ จุดกึ่งกลางของสงครามทางจิตวิญญาณที่ซับซ้อน โดยที่ “อาวุธ” ที่ร้ายแรงที่สุดไม่ใช่กรงเล็บหรือเขี้ยว แต่คือ “ความสงสัย” (Doubt)
การล่มสลายของสถาบัน (The Collapse of Institutions)
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดฉากในหมู่บ้านชนบทที่เงียบสงบ “ก๊กซอง” และค่อยๆ นำเสนอการล่มสลายของ “เสาหลัก” ที่ค้ำจุนสังคมทีละเสา:
เมื่อสถาบันทั้งสามล่มสลาย สิ่งที่เหลืออยู่คือ “ครอบครัว” ที่เปราะบาง ซึ่งกลายเป็นสมรภูมิสุดท้าย และ จอง-กู ในฐานะ “พ่อ” ก็คือปราการด่านสุดท้ายที่ล้มเหลวอย่างน่าสมเพช
การเล่าเรื่องแบบ “เหยื่อ” (Narrative as Victimization)
“The Wailing” ไม่ได้เล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้รอบรู้ แต่เล่าผ่านสายตาที่หวาดกลัวและสับสนของ จอง-กู ผู้ชมถูกบังคับให้ “ติดเชื้อ” แห่งความหวาดระแวงไปพร้อมกับเขา
ความน่ากลัวที่แท้จริงคือการตระหนักรู้ว่า “ความจริง” อาจไม่มีอยู่จริง หรือต่อให้มีอยู่จริง มนุษย์ที่ถูกครอบงำด้วยความกลัวและความสิ้นหวัง ก็ไม่มีปัญญาพอที่จะมองเห็นมันได้ทันเวลา

นา ฮง-จิน ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องที่น่าสะพรึงกลัว แต่เขายัง “สร้าง” มันขึ้นมาด้วยภาษาภาพยนตร์ที่ทรงพลังและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว งานภาพโดย ฮง คยอง-พโย (Hong Kyung-pyo ผู้ซึ่งภายหลังโด่งดังจาก Parasite) คือองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ “Gokseong” มีชีวิต
ธรรมชาติในฐานะ “ผู้สมรู้ร่วมคิด” (Nature as Accomplice)
ภาพยนตร์สยองขวัญตะวันตกมักใช้ “ความมืด” (Darkness) แต่ “The Wailing” ใช้ “ธรรมชาติ” (Nature) เป็นหลัก
สุนทรียศาสตร์แห่งความเน่าเปื่อย (The Aesthetics of Decay)
“The Wailing” คือภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วย “ความเน่าเปื่อย” ทั้งทางกายภาพและจิตวิญญาณ งานภาพจงใจจับจ้องไปที่ความน่ารังเกียจ:
ฉาก “พิธีกรรม” (The Ritual): การตัดต่อขั้นปรมาจารย์
หากจะกล่าวถึงฉากที่เป็นลายเซ็นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ย่อมหนีไม่พ้น “ฉากพิธีกรรมไล่ผี” (The Gut) ที่ถูกตัดสลับ (Cross-cutting) กับพิธีกรรมของชายชาวญี่ปุ่น! นี่คือการใช้ “การตัดต่อ” (Editing) เพื่อ “สร้างความหมาย” ที่บิดเบือนอย่างอัจฉริยะ นา ฮง-จิน บังคับให้ผู้ชมเชื่อว่าพิธีกรรมทั้งสองกำลัง “ต่อสู้กัน” (Shaman vs. Stranger) แต่เมื่อภาพยนตร์ดำเนินต่อไป เรากลับถูกบีบให้ตั้งคำถามว่า หรือว่าพวกเขากำลัง “ร่วมมือกัน” หรือกระทั่ง “ทำพิธีให้คนละคน”?! ฉากนี้คือการจำลอง “ความสับสน” ของผู้ชมในรูปแบบที่เข้มข้นที่สุด มันคือการใช้ภาษาภาพยนตร์เพื่อ “หลอกลวง” (Deceive) ผู้ชมอย่างซึ่งๆ หน้า และมันได้ผลอย่างสมบูรณ์แบบ
ความสำเร็จของ “The Wailing” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยหากปราศจากการแสดงที่ยอดเยี่ยม ซึ่งนักแสดงทุกคนต้องแบกรับ “ความคลุมเครือ” ของตัวละครไว้ และถ่ายทอดมันออกมาอย่างสมจริง
ควัก โด-วอน (Kwak Do-won) ในบท จอง-กู
ควัก โด-วอน คือ “หัวใจ” ที่กำลังแตกสลายของเรื่องนี้ เขาไม่ใช่ “ฮีโร่” เขาคือ “ชายสามัญ” (Everyman) ที่ขี้ขลาด, ไม่เด็ดขาด, และถูกสถานการณ์บีบคั้น
ฮวัง จอง-มิน (Hwang Jung-min) ในบท อิล-กวัง
ฮวัง จอง-มิน ปรากฏตัวในครึ่งหลังของเรื่อง แต่เขา “ขโมย” ทุกฉากที่ปรากฏตัว เขารับบท “ร่างทรง” ที่เปี่ยมเสน่ห์ (Charismatic) และ “ทันสมัย” (Modern)
จุน คุนิมุระ (Jun Kunimura) ในบท ชายญี่ปุ่นแปลกหน้า
คุนิมุระ คือ “ความว่างเปล่า” (The Void) ที่น่าสะพรึงกลัว เขารับบทที่แทบไม่มีบทพูด แต่ต้องสื่อสารทุกอย่างผ่าน “การปรากฏตัว” (Presence)
ชอน อู-ฮี (Chun Woo-hee) ในบท มู-มยอง
เธอคือ “ไพ่ตาย” (Wildcard) ของเรื่อง “มู-มยอง” (แปลว่า “ไร้นาม”) คือตัวแทนของ “พลังลึกลับ” อีกขั้วหนึ่ง การแสดงของ ชอน อู-ฮี ทั้งเปราะบางและคุกคามในเวลาเดียวกัน เธอคือ “ผู้พิทักษ์” หรือ “ผู้ลวงหลอก” อีกคน? ฉากสุดท้ายที่เธอเผชิญหน้ากับ จอง-กู คือบททดสอบศรัทธาสุดท้ายที่บีบคั้นหัวใจที่สุด

“The Wailing” (2016) ไม่ใช่ภาพยนตร์ที่คุณ “ดู” แต่เป็นภาพยนตร์ที่ “ทดสอบ” คุณ มันคือการเดินทางอันยาวนาน 156 นาที สู่การล่มสลายของทุกสิ่งที่เรารู้จัก: ตรรกะ, ศาสนา, กฎหมาย และครอบครัว! นา ฮง-จิน ได้สร้างผลงานชิ้นเอก (Masterpiece) ที่ปฏิเสธการประนีประนอม เขาสร้างโลกที่ “ความชั่วร้าย” ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล และ “ความดี” ก็อาจจะไร้ประสิทธิภาพ ความน่ากลัวที่แท้จริงของ “The Wailing” ไม่ใช่ปีศาจที่มีเขาแดงหรือร่างทรงที่ร่ายรำ แต่อยู่ในฉากสุดท้ายที่ จอง-กู ตระหนักว่าเขา “ติดกับ” และ “เลือกผิด” ตั้งแต่ต้น
มันคือภาพยนตร์ที่ทิ้ง “บาดแผล” ไว้ในใจผู้ชม บังคับให้เราต้องกลับไปตั้งคำถามกับระบบความเชื่อของตนเอง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้มันเป็นมากกว่าภาพยนตร์สยองขวัญ แต่มันคือ “วรรณกรรม” ชิ้นเยี่ยมที่ว่าด้วยความเปราะบางของจิตวิญญาณมนุษย์ รับชมหนัง The Wailing (2016) ฆาตกรรมอำปีศาจได้ที่ movie24hd