รีวิว หนังปี 2024 ถือเป็นปีทองของวงการภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ทั้งฟอร์มยักษ์ไซไฟ ดราม่าเชือดเฉือน และแอนิเมชันที่เรียกน้ำตาผู้ชมทั่วโลก สำหรับแฟนๆ Movie24hdที่กำลังมองหาหนังดีๆ สักเรื่องดูในวันหยุด วันนี้เราคัดเน้นๆ 10 เรื่องที่ “กระแสแรง” และ “ยอดนิยม” ที่สุด มาชำแหละให้เห็นถึงแก่นของงานสร้าง การแสดง และบทภาพยนตร์ โดยไม่สปอยล์เนื้อหาสำคัญ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
Dune: Part Two (ดูน ภาคสอง)
ถ้าภาคแรกคือการปูพรม ภาคนี้คือการจุดไฟเผาโรงหนัง! นี่คือหนังที่ต้องดูบนจอใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:
บทหนังภาคนี้ก้าวข้ามคำว่า “นิยายไซไฟ” ไปสู่ “มหากาพย์การเมืองและศาสนา” จังหวะการเล่าเรื่องมีความเข้มข้นขึ้นกว่าภาคแรกอย่างเห็นได้ชัด บทหนังกล้าที่จะตั้งคำถามกับความเชื่อ การเป็นผู้นำ และเส้นบางๆ ระหว่าง “ผู้ปลดปล่อย” กับ “ผู้เผด็จการ” มันไม่ใช่แค่หนังสงคราม แต่มันคือหนังจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่ในคราบของยานอวกาศ
- งานภาพและโปรดักชัน:
Greig Fraser (ผู้กำกับภาพ) ยังคงทำหน้าที่ได้ระดับเทพเจ้า งานภาพโทนสีส้มและเหลืองของทะเลทราย Arrakis ไม่ได้ทำให้รู้สึกร้อนแล้งเพียงอย่างเดียว แต่มันดู “ขลัง” และ “น่าเกรงขาม” การออกแบบหนอนยักษ์ (Sandworms) ในภาคนี้สมจริงและทรงพลังจนพื้นโรงหนังแทบสั่นสะเทือน CGI ถูกใช้เพื่อส่งเสริมงานศิลป์ ไม่ใช่งานศิลป์ที่ถูกกลืนกินด้วย CGI
- การแสดง:
Timothée Chalamet (Paul Atreides) แสดงพัฒนาการของตัวละครจากเด็กหนุ่มผู้สับสน สู่ผู้นำที่น่าสะพรึงกลัวได้น่าขนลุก สายตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในครึ่งหลังของเรื่อง ส่วน Austin Butler ในบท Feyd-Rautha คือขโมยซีนแห่งปี ด้วยลุคที่ไร้คิ้วและน้ำเสียงที่เลียนแบบ Stellan Skarsgård ได้อย่างแนบเนียน เขาคือตัวร้ายที่บ้าคลั่งแต่มีเสน่ห์ดึงดูด
คะแนนจากผู้ชม:
IMDb: 8.6/10
Rotten Tomatoes: 93%
Deadpool & Wolverine
การกลับมาของ Marvel ที่แฟนๆ รอคอย และมันก็ไม่ทำให้ผิดหวังในแง่ของความบันเทิงระดับบ้าคลั่ง
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:บทหนังเรื่องนี้รู้ตัวดีว่าคนดูต้องการอะไร มันคือจดหมายรักถึงยุคหนังฮีโร่ Fox และการล้อเลียน Disney อย่างเจ็บแสบ บทสนทนา (Dialogue) ยังคงความกวนประสาทสไตล์ Ryan Reynolds แต่สิ่งที่น่าประทับใจคือการใส่ “หัวใจ” เข้าไปในเรื่องราวของ Wolverine ทำให้หนังมีมิติของความเศร้าและการไถ่บาปซ่อนอยู่ใต้ความตลกโปกฮา
- งานภาพและโปรดักชัน:ฉากแอ็คชั่นในเรื่องนี้ดิบ เถื่อน และเลือดสาดสมเรต R การออกแบบคิวบู๊ระหว่าง Deadpool และ Wolverine มีความสร้างสรรค์สูงมาก (โดยเฉพาะฉากในรถ) งาน CGI อาจจะมีลอยบ้างในบางจุด แต่ด้วยโทนหนังที่ทีเล่นทีจริง ทำให้เรามองข้ามไปได้สบายๆ
- การแสดง:เคมีระหว่าง Ryan Reynolds และ Hugh Jackman คือที่สุด! Hugh Jackman กลับมาสวมกรงเล็บอีกครั้งด้วยพลังการแสดงที่ลึกซึ้งกว่าเดิม เขาทำให้เราเห็นความเจ็บปวดของ Logan ในเวอร์ชันที่ล้มเหลว ส่วน Ryan ก็ยังคงเป็น Deadpool ที่ไม่มีใครแทนได้
คะแนนจากผู้ชม:
Inside Out 2 (มหัศจรรย์อารมณ์อลเวง 2)
Pixar กลับมาทวงบัลลังก์ด้วยการเล่นกับความซับซ้อนของจิตใจวัยรุ่นได้อย่างชาญฉลาด
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:บทหนังโตขึ้นตามตัวละครหลัก การเพิ่มอารมณ์ใหม่อย่าง “Anxiety (ว้าวุ่น)” เข้ามา คือความอัจฉริยะที่สะท้อนสังคมปัจจุบันได้ดีเยี่ยม บทหนังทำให้ผู้ใหญ่หลายคนร้องไห้เพราะมันคือการ “เห็นภาพ” ความวิตกกังวลของตัวเองบนจอหนัง การเล่าเรื่องลื่นไหลและมีจังหวะตลกที่ลงตัว
- งานภาพและโปรดักชัน:งานแอนิเมชันของ Pixar ยังคงมาตรฐานสูงลิ่ว การออกแบบคาแรคเตอร์อารมณ์ใหม่ๆ มีความสร้างสรรค์ โดยเฉพาะ Anxiety ที่มีการเคลื่อนไหวแบบสั่นๆ ตลอดเวลา สะท้อนบุคลิกได้ชัดเจน การใช้สีสันเพื่อแทนความรู้สึกยังคงทำได้ดีเยี่ยม
- การแสดง (พากย์เสียง):Maya Hawke ที่มาพากย์เสียง Anxiety ทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ น้ำเสียงที่รัวเร็วและดูตื่นตระหนกของเธอช่วยขับเคลื่อนหนังได้ทั้งเรื่อง เป็นการแสดงผ่านเสียงที่ทำให้ตัวละครนี้ทั้งน่ารำคาญและน่าเห็นใจในเวลาเดียวกัน
คะแนนจากผู้ชม:
IMDb: 7.8/10
Rotten Tomatoes: 91%
ภาคแยกที่พิสูจน์ว่าโลกของ Mad Max ยังมีเรื่องราวให้เล่าอีกมากมาย โดยไม่ต้องพึ่งพา Max Rockatansky
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:
ต่างจาก Fury Road ที่เป็นเหตุการณ์สั้นๆ Furiosa เลือกเล่าแบบ Odyssey (การเดินทางยาวนาน) ครอบคลุมเวลาหลายปี บทหนังเน้นไปที่การเติบโตและความแค้น มันมีความเป็นนิทานปรัมปราในโลกดิสโทเปีย การเล่าเรื่องแบ่งเป็นบทๆ ทำให้หนังดูแปลกใหม่และมีความเป็นวรรณกรรมมากขึ้น
- งานภาพและโปรดักชัน:
George Miller ยังคงเป็นพ่อมดแห่งงานแอ็คชั่น งานภาพมีความจัดจ้าน สีสันฉูดฉาดตัดกับทะเลทราย การออกแบบยานพาหนะยังคงบ้าคลั่งเหมือนเดิม มุมกล้องที่โฉบเฉี่ยวทำให้คนดูรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนรถบรรทุกด้วยจริงๆ
- การแสดง:
Anya Taylor-Joy รับบท Furiosa วัยสาวได้ยอดเยี่ยม เธอใช้ “ดวงตา” ในการแสดงอารมณ์มากกว่าคำพูด ความดุดันและความเปราะบางถูกถ่ายทอดออกมาพร้อมกัน ส่วน Chris Hemsworth ในบท Dementus พลิกบทบาทมารับบทร้ายที่ดูตลกแต่โหดเหี้ยม เป็นการแสดงที่แพรวพราวและน่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งของเขา
คะแนนจากผู้ชม:
IMDb: 7.6/10
Rotten Tomatoes: 90%
Kingdom of the Planet of the Apes
การสานต่อตำนานซีซาร์ที่แข็งแรงและเปิดศักราชใหม่ได้อย่างน่าสนใจ
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:บทหนังฉลาดที่เลือกทิ้งช่วงเวลาไปหลายร้อยปี ทำให้เราเห็นวิวัฒนาการของสังคมวานร บทหนังตั้งคำถามเกี่ยวกับการ “บิดเบือนประวัติศาสตร์” และ “การตีความคำสอน” ตัวละคร Proximus Caesar เป็นตัวร้ายที่มีมิติทางความคิดที่น่าสนใจมาก
- งานภาพและโปรดักชัน:Weta Digital ยังคงเป็นเบอร์หนึ่งเรื่อง Motion Capture ขนลิงทุกเส้น ผิวหนังที่เปียกชื้น แววตาของวานร มันสมจริงจนแยกไม่ออก ฉากโลกที่ถูกธรรมชาติทวงคืนดูสวยงามและหดหู่ในเวลาเดียวกัน
- การแสดง:เหล่านักแสดง Motion Capture ทำงานได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะ Kevin Durand (Proximus Caesar) ที่ถ่ายทอดความเป็นราชาผู้ทรงภูมิและน่าเกรงขามออกมาได้อย่างทรงพลัง แม้จะอยู่ภายใต้ CGI แต่คาริสม่าทะลุจอออกมาเลยทีเดียว
คะแนนจากผู้ชม:
IMDb: 7.1/10
Rotten Tomatoes: 80%

Alien: Romulus
การกลับสู่รากเหง้าความสยองขวัญที่แฟนเดนตายถวิลหา
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:บทหนังตัดความซับซ้อนเชิงปรัชญาจากภาค Prometheus ทิ้งไป แล้วกลับมาโฟกัสที่ “ความกลัวในที่แคบ” (Claustrophobia) การดำเนินเรื่องในช่วงแรกอาจช้าหน่อยเพื่อปูตัวละคร แต่พอเครื่องติดแล้ว หนังใส่ไม่ยั้ง เป็นการผสมผสานภาค 1 และภาค 2 ได้อย่างลงตัว
- งานภาพและโปรดักชัน:ผู้กำกับ Fede Álvarez เน้นใช้ Practical Effects (เอฟเฟกต์ทำมือ) และหุ่น animatronic ทำให้เจ้า Xenomorph ดูมีชีวิตและน่าขยะแขยงจริงๆ แสงเงาและการออกแบบฉากยานอวกาศที่ดูเก่าและสกปรก ช่วยสร้างบรรยากาศกดดันได้ดีมาก
- การแสดง:Cailee Spaeny (อีกแล้ว!) รับบทนำได้ดีมาก มีกลิ่นอายของ Ripley แต่เป็นเวอร์ชันวัยรุ่นที่ต้องเอาตัวรอด แต่คนที่ต้องชมคือ David Jonsson ในบท Andy (หุ่นยนต์) การแสดงของเขามีความซับซ้อน ระหว่างความไร้เดียงสากับความน่ากลัวเมื่อระบบถูกอัปเกรด
คะแนนจากผู้ชม:
The Fall Guy (สตันท์แมนคนจริง)
หนังแอ็คชั่น-โรแมนติกที่อุทิศแด่คนเบื้องหลังอย่างแท้จริง
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:
บทหนังมีความ Meta (ล้อเลียนตัวเอง) และเต็มไปด้วยมุกตลกที่คนรักหนังจะเก็ตได้ง่าย เรื่องราวสืบสวนอาจจะไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่สิ่งที่โดดเด่นคือเคมีพระนางและการเล่าเรื่องชีวิตของสตันท์แมนที่สนุกสนานและน่ารัก
- งานภาพและโปรดักชัน:
งานภาพสวยงามตามสไตล์ผู้กำกับ David Leitch ฉากแอ็คชั่นเน้น Long take และการโชว์คิวบู๊ที่ดูรู้เรื่อง การใช้สีสันนีออนและแสงไฟทำให้หนังดูทันสมัยและมีสไตล์
- การแสดง:
Ryan Gosling คือหัวใจของเรื่อง เขามีเสน่ห์เหลือล้น ทั้งในบทตลก บทบู๊ และบทรัก เคมีเข้ากับ Emily Blunt ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้คนดูเอาใจช่วยความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากกว่าคดีฆาตกรรมในเรื่องเสียอีก
คะแนนจากผู้ชม:
Godzilla x Kong The New Empire
ความบันเทิงล้วนๆ แบบไม่ต้องพกสมอง! เหมาะสำหรับคนที่อยากเห็นยักษ์ตีกัน
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง:บทหนังลดความสำคัญของมนุษย์ลง (ซึ่งดีแล้ว) และให้เวลากับ Monsterverse มากขึ้น การเล่าเรื่องผ่านภาษากายของ Kong และ Godzilla ทำได้ดีเกินคาด แม้บทจะดูเวอร์วังและไร้เหตุผลไปบ้าง แต่นั่นคือสิ่งที่หนังแนวนี้ควรจะเป็น
- งานภาพและโปรดักชัน:CGI อัดแน่นเต็มสูบ การออกแบบ Hollow Earth มีความแฟนตาซีสูงมาก สีสันในภาคนี้ฉูดฉาดแบบการ์ตูนยุค 80s ฉากต่อสู้ในเมืองใหญ่ทำลายล้างได้สะใจขาโหด
- การแสดง:ในส่วนของมนุษย์ Dan Stevens เข้ามาเพิ่มสีสันได้ดีด้วยบุคลิกยียวน แต่ “นักแสดง” ที่ดีที่สุดคือ Kong ทีมอนิเมเตอร์สามารถถ่ายทอดอารมณ์ความเหงา ความโกรธ และความเป็นพ่อของ Kong ออกมาได้ละเอียดมาก
คะแนนจากผู้ชม:
Challengers
หนังดราม่ากีฬาที่เซ็กซี่ ร้อนแรง และตัดต่อได้มันส์กว่าหนังแอ็คชั่น!
- บทภาพยนตร์และการดำเนินเรื่อง: บทหนังเล่นกับเส้นเวลา (Timeline) สลับไปมาได้อย่างชาญฉลาด เรื่องราวรักสามเส้าในสนามเทนนิสที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน การทรยศ และแรงขับทางเพศ บทสนทนาคมกริบและเชือดเฉือน
- งานภาพและโปรดักชัน: Luca Guadagnino ผู้กำกับสร้างสรรค์งานภาพที่แปลกตา มุมกล้อง POV จากลูกเทนนิส หรือมุมมองใต้พื้นกระจก ทำให้หนังดูกระฉับกระเฉง ดนตรีประกอบแนว Techno เร้าอารมณ์สุดๆ
- การแสดง: Zendaya พิสูจน์ความเป็นซุปตาร์ เธอเล่นเป็นตัวละครที่คนดูทั้งรักทั้งเกลียดได้แนบเนียน ทั้งสายตา ท่าทาง คือนางพญาในสนาม Josh O’Connor และ Mike Faist ก็ส่งรับอารมณ์กันได้ดุเดือด เคมีของทั้งสามคนคือระเบิดเวลาดีๆ นี่เอง
คะแนนจากผู้ชม:
บทสรุป
ปี 2024 เป็นปีที่ภาพยนตร์มีการพัฒนาทั้งในด้านเทคนิคการถ่ายทำและการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นคอหนังแอ็คชั่น ดราม่า หรือไซไฟ หวังว่าลิสต์ 10 เรื่องนี้จะเป็นไกด์นำทางให้คุณเลือกหนังเรื่องโปรดในค่ำคืนนี้ได้ พร้อมจะดำดิ่งไปกับโลกภาพยนตร์หรือยัง? 👉 คลิกเพื่อรับชม หนังปี 2024 ทั้งหมดที่นี่ Movie24hd.net