

เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ชะตาลิขิตให้มากอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร แผ่นดินปิตุภูมิของเขาให้รอดพ้นอำนาจทมิฬของยักษา ผู้ก่อความทุกข์เข็ญให้ประชาราษฎร์ เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยทั้งโชคชะตาและวิชายุทธอย่างมีคุณธรรม อ๊อด ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล คือ ผู้ที่ถูกลิขิตมาให้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง ที่มีทั้งอาวุธและยุทธวิธีตามวิถีตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยวหลาน”โจรสลัดอากาศชาวจีน เธอเป็นสาวงามนักแม่นปืนจากกองเรือเหาะทะยานเมฆ พร้อมด้วยลิงทโมน นามว่า วาตะ รวมถึง อสูรสีชาด ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี ส่วนอ๊อดนั้นได้ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสาบสูญจากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน และได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักมาโดยตลอด เพื่อเตรียมต่อสู้กับหมู่มวลอธรรม
สวัสดีครับพี่น้องชาว Movie24HD ทุกท่าน! และขอทักทายแฟน ๆ ผู้รักการดูหนังจากช่อง YouTube พันธมิตรสุดแกร่งของเราทั้ง Malagorman, GreaterThanStudio และ DooaraiD555 ด้วยนะครับวันนี้ผมตื่นเต้นเป็นพิเศษครับ เพราะเราจะไม่ได้มารีวิวหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์ หรืออนิเมะญี่ปุ่นชื่อดัง แต่เราจะมาพูดถึง “ปรากฏการณ์” ครั้งสำคัญของวงการภาพยนตร์ไทย เป็นงานที่ทำให้ผมและคนไทยอีกหลายล้านคนต้องอุทานออกมาดัง ๆ ว่า “เฮ้ย! คนไทยทำได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ?” ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึง “9 ศาสตรา (9 Satra: The Legend of Muaythai)” ภาพยนตร์แอนิเมชันแอคชั่น-แฟนตาซี ฝีมือคนไทย 100% ที่ใช้เวลาสร้างนานกว่า 4 ปี ด้วยงบประมาณกว่า 230 ล้านบาท! หลายคนอาจจะเคยดูผ่านตามาแล้ว หรือบางคนอาจจะยังลังเลว่าการ์ตูนไทยจะสู้ของนอกได้ไหม? วันนี้ผมจะมารีวิวแบบ “เจาะลึก” ถึงแก่น ทั้งงานบท งานภาพ และการให้เสียงพากย์ ที่บอกเลยว่า ‘ของโคตรดี’ โดยที่เราจะไม่มานั่งเล่าเรื่องย่อให้เสียเวลา (เพราะอยากให้ไปลุ้นกันเองที่หน้าจอ) แต่จะชวนคุยให้เห็นว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็น Masterpiece ที่คุณต้องดูให้ได้สักครั้งในชีวิตที่ Movie24HD ครับ

มารู้จักเบื้องหลังความยิ่งใหญ่กันสักนิดครับ ข้อมูลพวกนี้จะทำให้คุณดูหนังเรื่องนี้ด้วยความ “อิน” ที่มากกว่าเดิม
| หัวข้อ | รายละเอียด |
| ชื่อเรื่อง | 9 ศาสตรา (9 Satra: The Legend of Muaythai) |
| ประเภท | Action, Adventure, Fantasy, Animation |
| ผู้กำกับ | กันต์ เอี่ยมสุวรรณ, ณัฐ ยศวัฒนานนท์, พงศา กรศรี |
| ค่ายผู้ผลิต | Exformat Films |
| ความยาว | 1 ชั่วโมง 42 นาที |
| ทุนสร้าง | 230 ล้านบาท (โดยประมาณ) |
| นักพากย์หลัก | ไต้ฝุ่น KPN, โบว์ AF5, น็อต วรฤทธิ์, สาวิตรี สุทธิชานนท์ |
| รับชมได้ที่ | https://movie24hd.net/ |
สิ่งแรกที่ต้องขอปรบมือให้คือ “บทภาพยนตร์” ครับ หลายครั้งที่หนังแอนิเมชันไทยมักจะตกม้าตายที่บท ไม่แข็งแรงบ้าง ยัดเยียดคติสอนใจเกินไปบ้าง แต่สำหรับ 9 ศาสตรา ทีมงานทำการบ้านมาดีมาก โดยการใช้โครงสร้างการเล่าเรื่องแบบสากลที่เรียกว่า Hero’s Journey (การเดินทางของวีรบุรุษ) มาผสมผสานกับ “จิตวิญญาณไทย” ได้อย่างลงตัว
9 ศาสตรา ไม่ได้เล่าเรื่องรามเกียรติ์แบบเดิม ๆ ที่เราเรียนในห้องเรียน แต่เป็นการหยิบยืม “Archetype” หรือต้นแบบตัวละครมาใช้ เช่น เผ่าพันธ์ุยักษ์ (Asura) ที่ยึดครองเมือง รามเทพนคร และลิง ที่เป็นฝ่ายต่อต้าน ความฉลาดของบทคือการสร้างจักรวาลใหม่ที่ “ยักษ์ไม่ใช่แค่ปีศาจร้าย และมนุษย์ไม่ใช่แค่เหยื่อ” ตัวละครมีมิติสีเทา ๆ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ถูกกดขี่ มันทำให้เนื้อเรื่องมีความเข้มข้นแบบหนังการเมืองผสมกำลังภายใน ไม่ใช่แค่นิทานหลอกเด็ก
หนังเรื่องนี้ทำการบ้านเรื่องแม่ไม้มวยไทยมาดีมาก แต่มันไปไกลกว่าแค่ท่าทางครับ บทหนังพยายามสื่อสารปรัชญาของมวยไทย คือ “การมีสติ” และ “จิตใจที่แข็งแกร่ง” ตัวละครเอกอย่าง “อ๊อด” ไม่ได้เก่งเทพมาตั้งแต่เกิด เขาต้องฝึกฝน ต้องเจ็บ ต้องแพ้ (ชอบตรงนี้มาก พระเอกเรื่องนี้เจ็บจริง!) พัฒนาการของตัวละครอ๊อดจากการเป็นเด็กหนุ่มธรรมดา สู่การเป็นผู้กอบกู้ มันค่อยเป็นค่อยไปและน่าเชื่อถือ ทำให้คนดูเอาใจช่วยได้ไม่ยาก
สูตรสำเร็จของหนังผจญภัยคือต้องมีปาร์ตี้ (Party) ที่ดี 9 ศาสตรา ทำได้ดีมากในการเกลี่ยบทให้ตัวละคร 4 ตัวหลัก:
อ๊อด: ตัวแทนความหวังและมนุษย์
เสี่ยวหลาน: ตัวแทนความคล่องแคล่วและเทคโนโลยี (โจรสลัดอากาศ)
วาตะ: ลิงภูเขา ตัวแทนความสนุกสนานและมิตรภาพ
การที่คน ยักษ์ และลิง มาร่วมมือกัน มันสะท้อน Theme เรื่อง “ความสามัคคี” ได้ดีกว่าคำพูดสวยหรูนับร้อยคำครับ
ถ้าบทคือกระดูก งานภาพก็คือหน้าตา และ 9 ศาสตรา คือคนหน้าตาดีระดับอินเตอร์ครับ! นี่คืองานภาพที่กล้าพูดได้เต็มปากว่า “เทียบชั้นระดับโลก” ในยุคที่มันฉาย
ลืมภาพวาดลายไทยเดิม ๆ ไปได้เลย ทีมงานออกแบบตัวละครได้ Modern มาก ๆ
ยักษ์: ถูกดีไซน์ให้มีความเป็น Alien ผสมกับชุดเกราะแบบไทย ลายสักอักขระบนตัวยักษ์ (โดยเฉพาะเทหะยักษาน) ดูขลังและน่าเกรงขาม ผิวหนัง (Texture) ของยักษ์มีความหยาบ ความด้าน ดูสมจริง
อ๊อด: รูปร่างกล้ามเนื้อ (Anatomy) ของนักมวยไทย ถูกถอดแบบมาอย่างถูกต้อง มัดกล้ามตอนเกร็ง ตอนเตะ ดูรู้เลยว่าศึกษากายวิภาคมาเป๊ะมาก
ฉากในเรื่องมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่หมู่บ้านชนบทที่แสงแดดอบอุ่น ไปจนถึง “รามเทพนคร” เมืองลอยฟ้าที่ดูอึมครึม น่ากลัว และยิ่งใหญ่ จุดที่ผมชอบที่สุดคือ “การให้แสง (Lighting)” ครับ ฉากต่อสู้ตอนกลางคืน หรือฉากในถ้ำ แสงเงาที่ตกกระทบวัตถุมันสร้างบรรยากาศ (Mood & Tone) ได้ดีเยี่ยม โดยเฉพาะฉากการใช้พลังของ “ศาสตราวุธ” ที่มีแสงสีตระการตา VFX (Visual Effects) พวกระเบิด ควัน ฝุ่น ทำออกมาได้เนียนตา ไม่ดูลอย
นี่คือไฮไลต์! ทีมงานใช้นักมวยไทยจริง ๆ มาเป็นแบบในการทำ Motion Capture หรืออ้างอิงท่าทาง ทุกหมัด ทุกศอก ทุกเข่าที่อ๊อดปล่อยออกมา มันคือท่ามวยไทยที่ถูกต้อง มีน้ำหนัก มีแรงปะทะ (Impact) ดูแล้วรู้สึก “เจ็บแทน” มุมกล้อง (Camera Work) ในฉากต่อสู้มีความหวือหวา รวดเร็ว เหมือนดูหนังแอคชั่นฮอลลีวูด ไม่แช่ภาพนิ่ง ๆ แบบการ์ตูนสมัยก่อน ทำให้เราลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้
แอนิเมชันจะไร้วิญญาณถ้าขาดเสียงพากย์ที่ดี และ 9 ศาสตรา เลือกใช้นักแสดงอาชีพมาพากย์ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ถูกมาก
ไต้ฝุ่นถ่ายทอดเสียงของเด็กหนุ่มที่มีความมุ่งมั่นแต่ก็มีความกลัวในใจออกมาได้ดี เสียงตะโกนตอนปล่อยท่าไม้ตายมีพลัง ไม่รู้สึกว่าดัดเสียงจนเกินธรรมชาติ
คนนี้ต้องอวยยศ! พี่น็อตทำให้ตัวร้ายอย่าง “เทหะยักษาน” ดูน่ากลัวและทรงพลังมาก เสียงทุ้มต่ำและจังหวะการพูดที่ดูอำมหิต ทำให้เรารู้สึกกดดันทุกครั้งที่ตัวละครนี้โผล่ออกมา นี่คือหนึ่งในตัวร้ายที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์แอนิเมชันไทยครับ
ดนตรีประกอบเรื่องนี้เล่นใหญ่มากครับ ใช้วงออร์เคสตราผสมกับเครื่องดนตรีไทย (เช่น ปี่พาทย์ กลองสะบัดชัย) จังหวะดนตรีช่วยบิ๊วอารมณ์หนังได้สุดยอด ฉากเศร้าก็ทำเอาน้ำตาซึม ฉากสู้ก็เร้าใจจนหัวใจเต้นตามจังหวะกลอง
เพื่อยืนยันว่าหนังเรื่องนี้ดีจริง ไม่ได้อวยเอง ผมขอยกคะแนนและเสียงวิจารณ์จากแหล่งต่าง ๆ มาฝากครับ
IMDb: คะแนนสูงถึง 7.4/10 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับหนังแอนิเมชันที่ไม่ใช่ของ Disney/Pixar หรือ Ghibli
กระแสในไทย: ตอนฉายเกิดกระแส “ปากต่อปาก” อย่างรุนแรง คนไทยแห่ไปดูจนโรงแตก และต่างชื่นชมว่าเป็น “ความหวังใหม่ของวงการแอนิเมชันไทย”
ความคิดเห็นจากผู้ชม:
“ภาพสวยตาแตก! ไม่คิดว่าคนไทยจะทำได้ขนาดนี้ ฉากสู้มันส์กว่าหนังคนแสดงบางเรื่องอีก”
“ชอบที่หนังไม่ดูถูกคนดู บทไม่ง่องแง่ง ผู้ใหญ่ดูได้มันส์ เด็กดูได้ข้อคิด”
“เป็นหนังที่ทำให้ภูมิใจในความเป็นไทย โดยไม่ต้องยัดเยียดวัฒนธรรมแบบเชย ๆ”
ถ้าคุณดู 9 ศาสตรา จบแล้วไฟแห่งการต่อสู้มันลุกโชน หรืออยากสนับสนุนงานแอนิเมชัน/หนังไทยดี ๆ อีก ผมแนะนำให้ดูเรื่องเหล่านี้ต่อที่ Movie24HD ครับ:
ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์ (Krut: The Himmaphan Warriors): อีกหนึ่งแอนิเมชันไทยฟอร์มยักษ์ที่หยิบตำนานป่าหิมพานต์มาทำเป็นสงครามสุดมันส์
องค์บาก (Ong-Bak): ถ้าชอบศิลปะแม่ไม้มวยไทยแบบต้นตำรับ ต้องย้อนกลับไปดูมาสเตอร์พีซของ จา พนม ครับ
Raya and the Last Dragon: แอนิเมชัน Disney ที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมถึงไทย) ธีมการผจญภัยและการกอบกู้แผ่นดินคล้ายกันมาก
9 ศาสตรา (2018) ไม่ใช่แค่ “การ์ตูนไทย” แต่คือ “ภาพยนตร์แอคชั่นระดับสากล” ที่มีหัวใจเป็นไทยอย่างเต็มเปี่ยม มันคือหลักฐานที่พิสูจน์ว่า ฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งงานภาพที่สวยงาม การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล และบทภาพยนตร์ที่สนุกครบรสหากคุณเป็นคนไทย ผมอยากขอร้องให้คุณดูหนังเรื่องนี้สักครั้งครับ ไม่ใช่แค่เพื่อสนับสนุน แต่เพื่อที่คุณจะได้รับ “ความบันเทิง” ชั้นดี ที่จะทำให้คุณยืดอกบอกใครต่อใครได้อย่างภูมิใจว่า “นี่ไง หนังไทย!”
🥊 พร้อมจะกอบกู้รามเทพนครไปกับ “อ๊อด” หรือยัง?อย่ารอช้า! คลิกเพื่อรับชมความมันส์ระดับตำนาน 9 ศาสตรา ได้ทันทีที่ลิงก์นี้ครับ 👉 ดูหนังออนไลน์ที่นี่ movie24hd.netและถ้าชอบรีวิวแบบเจาะลึก จริงใจ และเป็นกันเองแบบนี้ ฝากติดตามช่อง YouTube ของพันธมิตรที่น่ารักของเราด้วยนะครับ: สำหรับวันนี้ ผมขอตัวไปฝึกแม่ไม้มวยไทยหน้ากระจกก่อนนะครับ (เผื่อได้กู้โลกกับเขาบ้าง) แล้วเจอกันใหม่ในรีวิวหน้า สวัสดีครับ! 🙏🇹🇭