

เตรียมแรงมาหัวเราะกับภาพยนตร์สำหรับครอบครัวเรื่องใหม่ นำแสดงโดย น้องหมาเซนต์เบอร์นาร์ด ขวัญใจหนึงเดียวของคนทั่วโลก…บีโธเฟ่น! หลังจากสร้างความเสียหายไว้กับกองถ่ายภาพยนตร์ น้องหมาตัวใหญ่ใจดีกับ เอ็ดดี้ ครูฝึกของเขา จึงมุ่งหน้ากลับบ้านมาถึงเมืองเล็กๆ ชายฝั่งทะเลแห่งหนึ่ง เมื่อบีโธเฟ่น ได้เพื่อนใหม่เป็นเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เขาจึงได้ช่วยเด็กชายคนนี้ ค้นหาแผนที่โจรสลัดที่จะนำไปสู่ขุมทรัพย์ที่ซุกซ่อนไว้ และร่วมกันผจญภัย ที่จะทำให้ทุกๆคนในเมืองอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว

หากคุณคุ้นเคยกับบีโธเฟนในฐานะหมาป่วนบ้านนิวตัน ภาคนี้จะเปลี่ยนรสชาติใหม่โดยสิ้นเชิงครับ Treasure Tail คือความพยายามที่จะผสมผสานเสน่ห์ของสุนัขแสนรู้เข้ากับหนังแนว “Treasure Hunt” หรือการตามล่าขุมทรัพย์สไตล์ Goonies หรือ Indiana Jones เวอร์ชั่นเด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี
หนังเปิดตัวด้วย Eddie (Jonathan Silverman) ครูฝึกสัตว์ในฮอลลีวูดที่ต้องรับมือกับความล้มเหลวในการถ่ายทำ จนกระทั่งโชคชะตาพัดพาเขาและเจ้าบีโธเฟนกลับไปยังบ้านเกิดริมทะเล และได้รับลายแทงสมบัติโบราณของโจรสลัด
การเดินเรื่องที่กระชับ: หนังภาคนี้ตัดความยืดเยื้อของดราม่าครอบครัวออกไป และแทนที่ด้วย “เควสต์” หรือภารกิจการตามหาเบาะแสสมบัติ ทำให้เด็กๆ ที่รับชมจะรู้สึกสนุกไปกับการไขปริศนาข้างๆ เจ้าบีโธเฟน
ธีมของมิตรภาพ: นอกจากเรื่องเงินทองและสมบัติ หนังยังสอดแทรกเรื่องราวของมิตรภาพระหว่างคนกับสัตว์ และความสำคัญของการรักษาประวัติศาสตร์ของชุมชนเอาไว้ ซึ่งเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับผู้ชมรุ่นเยาว์
Jonathan Silverman (รับบท Eddie): เขากลับมารับบทนำอีกครั้งหลังจากเคยปรากฏตัวในภาคก่อนๆ โจนาธานมีทักษะ “Physical Comedy” หรือการแสดงตลกท่าทางที่เข้าข่ายยอดเยี่ยม เขาทำหน้าเหวอหรือล้มลุกคลุกคลานได้ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เราเชื่อว่าเขาคือคนที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างวีรกรรมของเจ้าหมาตัวยักษ์อยู่ตลอดเวลา
Kristy Swanson: นางเอกยอดนิยมยุค 90 มารับบทเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวในเมืองชายฝั่ง เธอเพิ่มความละมุนและเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ให้กับหนัง ทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องดูมีมิติมากขึ้น
เจ้าบีโธเฟน (The Dog Performance): ในภาคนี้สุนัขที่แสดงเป็นบีโธเฟนดูจะมี “สกิล” ที่เพิ่มขึ้นครับ ไม่ใช่แค่ตัวโตที่คอยทำลายข้าวของ แต่เราจะได้เห็นการใช้สัญชาตญาณในการค้นหา และการสื่อสารกับเด็กๆ ที่ทำออกมาได้น่ารักจนใจละลาย
แม้จะเป็นหนังที่ส่งตรงลงแผ่น (Direct-to-video) แต่โปรดักชั่นกลับทำออกมาได้ดีเกินคาด:
โลเคชั่นที่สวยงาม: หนังเลือกถ่ายทำในเมืองริมทะเลที่มีบรรยากาศสดใส สลับกับฉากถ้ำลึกลับและป่าชายเลน ซึ่งช่วยสร้างมู้ดของการผจญภัยได้ดีกว่าการติดอยู่ในบ้านเหมือนภาคก่อนๆ
วิชวลเอฟเฟกต์: มีการใช้ CGI เล็กน้อยในฉากที่เกี่ยวข้องกับสมบัติหรือแผนที่ ซึ่งอยู่ในระดับที่ยอมรับได้สำหรับหนังครอบครัว ไม่ดูหลอกตาจนเสียอรรถรส
| แหล่งข้อมูล | คะแนน / คำนิยาม |
| IMDB | 4.6/10 (คะแนนเฉลี่ยสำหรับหนังเด็ก-ครอบครัวที่เน้นความบันเทิงเฉพาะกลุ่ม) |
| Amazon Reviews | 4/5 Stars (ผู้ปกครองส่วนใหญ่ชื่นชมว่าเป็นหนังที่ปลอดภัยและสนุกสำหรับเด็ก) |
มุมมองจาก movie24hd: ถ้าคุณมองหาหนังที่จะเปิดให้ลูกหลานดูในบ่ายวันอาทิตย์เพื่อสร้างรอยยิ้ม Beethoven’s Treasure Tail คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบครับ มันมีความใสซื่อ ความตลก และภาพที่สวยงาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่หายไปจากหนังสมัยใหม่หลายเรื่อง
หากคุณอินกับการล่าสมบัติของเจ้าบีโธเฟน ลองดูเรื่องเหล่านี้ต่อ:
Air Bud: Seventh Inning Fetch: เมื่อสุนัขแสนรู้ไปเล่นเบสบอลและตามหาลูกสุนัขที่หายไป
Cats & Dogs: The Revenge of Kitty Galore: สงครามสายลับระหว่างแมวกับหมา
Space Buddies: การผจญภัยของกลุ่มลูกหมาโกลเด้นที่หลุดไปในอวกาศ
Beethoven’s Treasure Tail (2014) คือเครื่องพิสูจน์ว่าชื่อของ “บีโธเฟน” ยังคงเป็นแบรนด์แห่งความสุขที่ไม่เคยตาย หนังมอบความตื่นเต้นเล็กๆ และความน่ารักที่ยิ่งใหญ่ เป็นมหากาพย์การเดินทางที่สอนให้รู้ว่าสมบัติที่มีค่าที่สุดอาจไม่ใช่ทองคำ แต่เป็นความเชื่อมั่นที่เรามีให้แก่กัน movie24hd