

จอยดูแลโรงแรมแห่งหนึ่งกับบริการทำอาหารในงานเลี้ยงในฟอร์ตโคจีร่วมกับโรนีและมุนนา วันหนึ่ง โรนีพบแขกที่คาดไม่ถึงชื่อจันดี พวกเขากลายเป็นเพื่อนกัน แต่ทว่าจันดีไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้พวกเขารู้ เกิดเรื่องคาดไม่ถึงขึ้นมากมายเมื่อษิวะเข้ามาในชีวิตพวกเขา จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างตัวละครทั้งสามนี้ นี่คือการรีวิวแบบเจาะลึก จัดเต็ม และ “ไม่เน้นเรื่องย่อ” สำหรับภาพยนตร์อินเดีย (Malayalam) เรื่อง “Brother’s Day (2019)” ครับ การรีวิวนี้จะเขียนในสไตล์พูดคุย วิเคราะห์เจาะลึกถึงกึ๋น เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็น “ของแปลก” ที่รสชาติจัดจ้าน และทำไมมันถึงถูกพูดถึงในแง่ของการ “หลอกคนดู” ได้อย่างแนบเนียน

ถ้าคุณตัดสินใจดูหนังเรื่องนี้เพราะเห็นโปสเตอร์ที่ Prithviraj Sukumaran (พระเอก) ยิ้มร่าเริง ใส่เสื้อผ้าสีสดใส ยืนอยู่ท่ามกลางสาวสวย และคิดว่า “อ๋อ นี่คงเป็นหนังตลกครอบครัวดูสบายๆ สไตล์ละครหลังข่าว” ผมขอบอกเลยครับว่า “คุณกำลังโดนหลอกครั้งใหญ่”Brother’s Day คือผลงานการกำกับครั้งแรกของนักแสดงตลกชื่อดัง Kalabhavan Shajohn ซึ่งใครจะไปคิดว่า ตลกอาชีพคนนี้ จะซ่อนมีดเล่มคมกริบไว้ข้างหลัง และพร้อมจะแทงคนดูให้จุกด้วยความระทึกขวัญที่คาดไม่ถึง นี่คือหนังที่ผมเรียกว่าเป็น “ลูกผสม” (Hybrid Genre) ที่บ้าบิ่นที่สุดเรื่องหนึ่งของวงการหนังมอลลู (Malayalam Cinema) ในปี 2019 เรามาผ่าหนังเรื่องนี้กันทีละส่วนครับ
บทหนังเรื่องนี้ถูกออกแบบมาเหมือน “รถไฟเหาะที่รางขาดกลางทาง” ครับ ครึ่งแรก: โลกสวยด้วยมือเรา ในช่วงครึ่งแรก หนังพยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้เราตายใจ บทหนังปูพื้นเรื่องราวของ รอนนี่ (Ronnie) พระเอกผู้แสนดี ทำอาชีพจัดเลี้ยง (Catering) ที่รักพี่รักน้อง รักครอบครัว เป็นคนตลกโปกฮา บทในช่วงนี้เต็มไปด้วยมุกตลก (Comedy) เพลงประกอบที่สนุกสนาน และสถานการณ์โรแมนติกคอมเมดี้ที่ดูเชยๆ (Cliché) จนคุณอาจจะเผลอคิดในใจว่า “หนังมันน้ำเน่าจังวะ” หรือ “ทำไมบทมันหลวมๆ ดูไม่มีแก่นสาร” แต่เชื่อผมเถอะครับ ความ “เบาหวิว” ในครึ่งแรก คือความตั้งใจของผู้กำกับ เขาต้องการให้คุณลดการป้องกันตัวลง เขาต้องการให้คุณหัวเราะและผ่อนคลาย เพื่อที่จะกระชากคุณลงนรกในครึ่งหลัง
ครึ่งหลัง: ดิ่งพสุธาสู่ความมืดมน จุดเปลี่ยนของเรื่อง (Turning Point) คือการปรากฏตัวของตัวร้ายอย่าง ศิวะ (Shiva) บทหนังพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าทันที จากหนังตลกกลายเป็น Psychological Thriller (จิตวิทยาระทึกขวัญ) ที่มีความโหด ดิบ และกดดัน สิ่งที่ผมชื่นชมในตัวบทคือ การสร้างปมของตัวร้าย ครับ ปกติหนังแนว Mass Entertainer ตัวร้ายมักจะเลวแบบไม่มีเหตุผล หรือเลวเพราะอยากรวย แต่บทของ “ศิวะ” ถูกเขียนขึ้นมาด้วยความซับซ้อนทางจิต (Complex Psyche) มันพูดถึงบาดแผลในวัยเด็ก (Childhood Trauma) ความเกลียดชังพ่อ และความบิดเบี้ยวของคำว่า “พี่น้อง” แก่นเรื่อง (Theme): พี่ชายผู้พิทักษ์ vs พี่ชายผู้ทำลาย ชื่อเรื่อง Brother’s Day ไม่ได้ตั้งมาเล่นๆ บทหนังเล่นกับคอนเซปต์ของ “พี่ชาย” ในสองมุมมอง:
รอนนี่: ตัวแทนของพี่ชายที่พร้อมปกป้อง เสียสละ และมอบความอบอุ่น (The Protector)
ถ้าจะหาเหตุผลข้อเดียวที่คุณควรดูหนังเรื่องนี้ นั่นคือ การแสดง (Acting) ครับ โดยเฉพาะการดวลกันของสองนักแสดงนำ Prithviraj Sukumaran ในบท Ronnie (รอนนี่) Prithviraj คือซูเปอร์สตาร์ที่รู้หน้าที่ตัวเองดีเยี่ยม ในเรื่องนี้เขาไม่ได้ขายฝีมือการแสดงระดับล่ารางวัลเหมือนใน Ayyappanum Koshiyum หรือ Jana Gana Mana แต่เขาขาย “เสน่ห์” (Charisma)
เขาทำให้ตัวละครรอนนี่ ดูเป็นคนธรรมดาที่จับต้องได้ ไม่ใช่ฮีโร่บินได้
ในฉากตลก เขาเล่นได้ธรรมชาติ (แม้บางมุกจะแป้กๆ บ้างตามบท)
แต่ในฉากแอ็คชั่นและฉากดราม่าช่วงท้าย แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นคนละคน ความดุดันและความเจ็บปวดที่เขาถ่ายทอดออกมา ช่วยแบกรับอารมณ์ของฝั่งคนดีไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Prasanna ในบท Shiva (ศิวะ) ** Highlight ของเรื่อง นี่คือสิ่งที่ต้องพูดถึงให้ได้ และต้องให้ 100 คะแนนเต็ม! Prasanna นักแสดงชาวทมิฬที่ข้ามมาเล่นเรื่องนี้ ขโมยซีนทุกวินาทีที่เขาปรากฏตัว
การแสดงแบบ “นิ่งแต่ลึก”: Prasanna ไม่ได้เล่นเป็นตัวร้ายที่ตะโกนแหกปาก หรือทำหน้าตาน่ากลัวตลอดเวลา เขาเล่นเป็นคนรวย ดูดี มีการศึกษา พูดจาสุภาพ และยิ้มแย้ม… แต่ “รอยยิ้ม” ของเขานี่แหละครับที่น่ากลัวที่สุด
มันคือรอยยิ้มของคนโรคจิต (Psychopath) ที่มองมนุษย์คนอื่นเป็นแค่ของเล่น สายตาของเขาว่างเปล่าไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
ฉากที่เขาคุกคามเหยื่อด้วยความใจเย็น หรือฉากที่เขาเล่าเรื่องราวในอดีตด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มันสร้างความขนลุก (Chills) ได้มากกว่าฉากฆ่ากันเลือดสาดเสียอีก Prasanna ทำให้ตัวละครศิวะ กลายเป็นหนึ่งในตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุดในรอบปีของหนังอินเดียใต้
นักแสดงสมทบหญิง (The Female Cast) หนังมีตัวละครหญิงเยอะมาก ทั้ง Aishwarya Lekshmi, Prayaga Martin, Madonna Sebastian และ Miya George ข้อติของผมในส่วนนี้คือ แม้นักแสดงทุกคนจะสวยและเล่นดีตามมาตรฐาน แต่บทบาทของพวกเธอกลับถูกลดทอนให้เป็นแค่ “เครื่องมือขับเคลื่อนพล็อต” (Plot Device) พวกเธอมีหน้าที่แค่ 1. เป็นเป้าหมายของตัวร้าย 2. รอให้พระเอกมาช่วย ซึ่งน่าเสียดายศักยภาพของนักแสดงระดับ Aishwarya Lekshmi มาก แต่ถ้ามองในบริบทของหนังแนว “Mass Hero” ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติที่พบเห็นได้บ่อย
งานภาพของ Brother’s Day สะท้อนความเป็นการค้า (Commercial Film) อย่างชัดเจน แต่มีการใช้เทคนิคที่น่าสนใจในการสื่ออารมณ์
Contrast ของแสงสี (Color Grading)
ครึ่งแรก: หนังใช้โทนสีสว่างสดใส (High Key Lighting) สีสันฉูดฉาด เสื้อผ้าพระเอกสีเหลือง สีแดง บรรยากาศงานเลี้ยงรื่นเริง เพื่อสร้างความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น
การเปลี่ยนโทนสีแบบชัดเจนนี้ ช่วยนำทางความรู้สึกคนดูให้ดำดิ่งไปกับเนื้อหาที่เปลี่ยนไปได้ดีมาก
มุมกล้องและการตัดต่อ
ฉากแอ็คชั่น: ทำออกมาได้ดุดัน มีการใช้ Slow Motion ตามสไตล์หนังอินเดีย เพื่อเน้นความเท่ของพระเอก แต่สิ่งที่ทำได้ดีคือ “จังหวะการปะทะ” ที่ดูหนักหน่วง เสียงเอฟเฟกต์หมัดเท้าที่ดังสนั่น (แม้จะเกินจริงไปบ้าง) แต่มันสะใจคอหนังแอ็คชั่น
ฉากระทึกขวัญ: ผู้กำกับเลือกใช้มุมกล้องที่อึดอัด (Claustrophobic angles) เวลาที่ตัวร้ายอยู่กับเหยื่อ ทำให้เรารู้สึกหายใจไม่ออกและกดดันแทนตัวละคร
ความกล้าของผู้กำกับมือใหม่ ต้องชื่นชม Kalabhavan Shajohn ที่กล้าทำหนังเรื่องแรกด้วยความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง และกล้าผสมสองแนวทางที่ขัดแย้งกัน (Comedy + Dark Thriller) เข้าด้วยกัน การคุมโทนไม่ให้หนัง “หลุด” จนเละเทะ ถือเป็นงานหิน แต่เขาทำออกมาได้ค่อนข้างดี แม้รอยต่อระหว่างครึ่งแรกกับครึ่งหลังอาจจะดู “กระชาก” อารมณ์ไปหน่อย แต่มันก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ประเด็นเรื่องเพศ (Gender Issue) สิ่งหนึ่งที่ต้องพูดถึงอย่างตรงไปตรงมา คือหนังเรื่องนี้อาจจะมี Misogynistic Undertones (นัยยะของการเกลียดชังผู้หญิง) แฝงอยู่ผ่านตัวละครร้าย ตัวร้ายมีปมเกลียดผู้หญิง และวิธีการที่เขาใช้กระทำต่อเหยื่อนั้นค่อนข้างรุนแรงทางจิตใจ ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ชมบางกลุ่มรู้สึกไม่สบายใจได้ หนังพยายามแก้ต่างด้วยการให้พระเอกเป็นผู้ปกป้อง แต่ภาพความรุนแรงต่อผู้หญิงในเรื่องก็ยังเป็นสิ่งที่ถูกวิจารณ์อยู่พอสมควร ดนตรีประกอบ (Music & Score) เพลงประกอบโดย 4 Musics ทำหน้าที่ได้ดีในฉากเต้นรำ แต่ทีเด็ดจริงๆ คือ Background Score ในฉากระทึกขวัญ ดนตรีที่กดประสาท ช่วยบิ้วท์ให้ตัวร้ายดูน่ากลัวขึ้น 50% เสียงธีมของศิวะ คือสิ่งที่ทำให้คนดูรู้ทันทีว่า “ความฉิบหายมาเยือนแล้ว”
“Brother’s Day” ไม่ใช่หนังออสการ์ ไม่ใช่หนังปรัชญาลึกซึ้ง และไม่ใช่หนังที่สมบูรณ์แบบ แต่มันคือ “หนังบันเทิงที่รสชาติจัดจ้าน” (Solid Entertainer) ถ้าคุณชอบหนังที่ดูไปเรื่อยๆ แล้วต้องร้อง “เฮ้ย!” เพราะเรื่องพลิก ถ้าคุณชอบดูการแสดงของ “ตัวร้าย” ที่ฉลาดและโรคจิตจนน่าขนลุก และถ้าคุณเป็นแฟนหนังอินเดียที่ชอบความเว่อร์วังผสมความดราม่าหนักๆ หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอนครับ มันคือการผสมผสานระหว่างความตลกโปกฮาแบบบ้านๆ กับความโหดร้ายแบบหนังฆาตกรรมต่อเนื่องที่ลงตัวอย่างประหลาด คำนิยามสั้นๆ สำหรับหนังเรื่องนี้: “ขนมหวานเคลือบยาพิษ… ที่อร่อยจนวางไม่ลง”
คะแนนรีวิวในมุมมองหนังบันเทิง:
ความสนุก/บันเทิง: 8.5/10
การแสดง (โดยรวม): 8/10 (ให้ Prasanna 10/10)
บทภาพยนตร์: 7/10 (หักคะแนนความยืดเยื้อและรอยต่อที่ไม่เนียน)
งานภาพ/โปรดักชั่น: 7.5/10
ดูจบแล้วคุณอาจจะระแวงคนแปลกหน้าที่เข้ามาทำดีด้วย และอาจจะรักพี่น้องของคุณมากขึ้น… หรือไม่ก็กลัวพวกเขาไปเลยครับ! movie24hd