

เมื่อโคนัน และ ”ชูอิจิ อากากิ” ได้รู้ว่าอดีตเจ้าหน้าที่ FBI “อลัน แม็คเคนซี่” ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นประธานของ WSG จะทำการขึ้นรถไฟขบวนปฐมฤกษ์ ทั้งสองจึงทำการติดตามไปไขข้อสงสัย ในขณะที่น้องสาวของอากาอิ “มาสึมิ เซระ” และแม่ของอากาอิ “แมรี่ เซระ” ก็ได้ทำการติดตามสืบคดีนี้อยู่เช่นเดียวกัน แต่ที่น่าสนใจไปมากกว่านั้น ก็คือการที่น้องชายของอากาอิ “ชูคิจิ ฮาเนดะ” นักเล่นหมากรุกมืออาชีพก็กำลังจะเดินทางจากนาโกย่าไปยังโตเกียว ซึ่งเป็นจุดเริ่มของขบวนรถไฟขบวนนี้เช่นเดียวกัน

นี้โดดเด่นออกมาในฐานะหนัง “แอ็กชันทริลเลอร์สายลับ” อย่างเต็มตัวครับ หนังไม่ได้เน้นแค่การสืบสวนคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายแบบเดิมๆ แต่ยกระดับสเกลเรื่องให้เป็นวินาศกรรมระดับชาติที่เชื่อมโยงกับ FBI และเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดอย่าง “HyperLinear” รถไฟความเร็วสูงระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งเปรียบเสมือนเวทีหลักของกระสุนสีเพลิงในภาคนี้
สิ่งที่ movie24hd มองว่าเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เนื้อเรื่องภาคนี้ทรงพลัง คือการนำ “ครอบครัวอากาอิ” มาเป็นแกนกลางครับ เราจะได้เห็นการทำงานที่ไม่ได้นัดหมายของพี่น้องตระกูลอากาอิ ทั้ง ชูอิจิ (ในคราบสึบารุ), มาสึมิ (นักสืบสาวม.ปลาย) และ ชูคิจิ (เซียนหมากรุก) โดยมีคุณแม่สุดแกร่งอย่าง แมรี่ คอยคุมเชิงอยู่ห่างๆ บทหนังมีความซับซ้อนในแง่ของ “แรงจูงใจ” ตัวร้ายในภาคนี้ไม่ใช่เพียงฆาตกรโรคจิต แต่เป็นคนที่มีปมแค้นกับองค์กรระดับโลกอย่าง FBI ทำให้เนื้อเรื่องมีความตึงเครียดสูง การชิงไหวชิงพริบระหว่างโคนันและเหล่าอากาอิในการหยุดยั้งรถไฟที่พุ่งทะยานด้วยความเร็วกว่า 1,000 กม./ชม. ถูกเล่าออกมาได้กดดันนาทีต่อนาที บทกระจายความสำคัญให้ตัวละครได้ดีเยี่ยม ทุกคนมีจังหวะ “เท่” เป็นของตัวเอง ทำให้เนื้อเรื่องดูแน่นและน่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ
Studio TMS Entertainment ยังคงรักษามาตรฐานงานภาพระดับโรงภาพยนตร์ได้อย่างยอดเยี่ยม:
Cinematography ของความเร็ว: ฉากการเคลื่อนที่ของรถไฟ HyperLinear ทำออกมาได้ดูทรงพลังและรวดเร็วมาก การใช้มุมกล้องติดตามวัตถุความเร็วสูงทำได้สมูท (Smooth) ไม่มีสะดุด ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นในฉากไคลแมกซ์ได้หลายเท่าตัว
ฉากสไนเปอร์ที่เป็นตำนาน: การนำเสนอวิถีกระสุนของอากาอิ ชูอิจิ ในภาคนี้คือ “มาสเตอร์พีซ” ครับ งานภาพสื่อให้เห็นถึงความเงียบเชียบแต่เฉียบคม แสงสีแดงของเลเซอร์และกระสุนที่พุ่งแหวกอากาศถูกวาดออกมาได้สวยงามและดูขลังมาก
Background & Lighting: บรรยากาศของเมืองนาโกย่าและโตเกียวถูกจำลองออกมาได้สมจริง โดยเฉพาะฉากในสถานีรถไฟและการจัดแสงสีแดง-เงินตามธีมของเรื่อง ช่วยสร้างเอกลักษณ์ทางสายตาให้กับภาคนี้อย่างชัดเจน
ในฐานะ “การแสดง” ของตัวละครอนิเมะ ทีมพากย์ทั้งญี่ปุ่นและไทยทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติ:
Minami Takayama : ยังคงถ่ายทอดความฉลาดแกมโกงและความมุ่งมั่นของโคนันได้ดีเยี่ยม ในภาคนี้โคนันต้องออกแรงเยอะกว่าปกติ ซึ่งเราจะได้ยินเสียงแห่งความเหนื่อยหอบและการตัดสินใจที่เฉียบขาดผ่านน้ำเสียงของเธอ
Shuichi Ikeda (อากาอิ ชูอิจิ): น้ำเสียงที่นุ่มลึก เยือกเย็น และดูเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาได้ คือเสน่ห์ที่ทำให้แฟนๆ กรี๊ดสลบ ทุกคำพูดของอากาอิในภาคนี้ดูมีน้ำหนักและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ครอบครัวอากาอิ: นักพากย์แต่ละท่านสามารถดึงคาแรกเตอร์ความ “จัดจ้าน” ของแต่ละคนออกมาได้ชัดเจน โดยเฉพาะมาสึมิที่มีความมุทะลุและชูคิจิที่มีความสุขุมแต่แฝงไปด้วยไหวพริบมหาศาล
สำหรับแอดมิน คือภาคที่ “มันส์หยด” ที่สุดภาคหนึ่งในเชิงแอ็กชัน หนังไม่ได้ทอดทิ้งหัวใจของการเป็นนักสืบ แต่เลือกที่จะใส่ “ความตื่นเต้น” เข้าไปในระดับที่หนัง Hollywood บางเรื่องยังอาย ประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในครอบครัวอากาอิถูกสอดแทรกมาได้อย่างน่าสนใจ และตอนจบของเรื่องนี้ก็ทิ้งความรู้สึก “สะใจ” ให้กับคนดูได้อย่างดีเยี่ยม จุดเด่น: การรวมตัวของครอบครัวอากาอิแบบครบทีม, ฉากยิงสไนเปอร์ที่ล้ำเกินจินตนาการ, และความระทึกบนรถไฟความเร็วสูงที่ทำเอาลืมนั่งไม่ติดเก้าอี้
สรุปภาพรวม: คือของขวัญสำหรับแฟนโคนันที่ชื่นชอบความบู๊ระห่ำและการวางแผนที่เหนือชั้น งานภาพสวยระดับพรีเมียม การแสดง (เสียงพากย์) ทรงพลัง และเนื้อเรื่องที่น่าติดตามตั้งแต่ต้นจนจบ อย่าลืมกดไลก์และติดตาม YouTube ช่อง malagorman, GreaterThanStudio และ DooaraiD555 เพื่อรับชมคลิปสปอยหนังและบทวิเคราะห์โคนันแต่ละภาคกันด้วยนะครับ ส่วนใครอยากดูโคนันพากย์ไทยภาพชัดเป๊ะ เข้าไปที่ movie24hd.net ได้เลย!