

วิล ลิซ่า และเพื่อนสองคนพยายามหนีจากภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้นและภัยพิบัติทางธรรมชาติ และพบกับแบทแมน แฮนค็อก เดอะฮัลค์ อินเดียนาโจนส์ ฮันนาห์ มอนทานา ไมเคิล แจ็คสัน เบวูลฟ์ กูรูแห่งความรัก ไอรอนแมน ชิพมังก์บ้าๆ ความพยายามที่ดูเหมือนเปล่าประโยชน์ของพวกเขาในการขอความช่วยเหลือและหลบภัยจากภัยคุกคามที่ไม่รู้จัก

ในโลกของภาพยนตร์ มีหนังประเภทหนึ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อ “ทำลายทุกกฎเกณฑ์” และ คือราชาแห่งอาณาจักรนั้นครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามจะเป็นหนังหายนะตามชื่อเรื่อง แต่มันคือการนำเอาป๊อปคัลเจอร์ (Pop Culture) ในปี 2008 มาปั่นรวมกันแล้วเสิร์ฟด้วยความตลกแบบไร้ขีดจำกัด จนกลายเป็นหนังที่ขึ้นชื่อว่า “ต้องดูสักครั้งถ้าอยากรู้ว่าขีดจำกัดของความฮาอยู่ที่ไหน”
ความน่าสนใจของเนื้อเรื่องใน ไม่ใช่ความสมเหตุสมผล แต่มันคือ “จังหวะการหักมุมใส่หนังเรื่องอื่น” หนังเดินเรื่องผ่านสถานการณ์ภัยพิบัติบังหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวละครได้ไปเจอกับตัวละครจากหนังดังเรื่องอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Juno, Iron Man, Enchanted, Sex and the City ไปจนถึง The Hulk บทภาพยนตร์ชุดนี้มีความเป็น “Post-Modern” สูงมากครับ คือการที่หนังรู้ตัวว่าตัวเองเป็นหนังล้อเลียน และจงใจใส่สถานการณ์ที่ดูไร้สาระที่สุดเท่าที่จะคิดได้ลงไป การร้อยเรียงฉากต่อฉากทำออกมาได้รวดเร็ว ราวกับเรากำลังดูวิดีโอรวมฮิตบน YouTube ยุคบุกเบิก ซึ่งความกระชับและไม่เยิ่นเย้อนี้เองที่ทำให้คนดู (ที่ทันกระแสหนังในปีนั้น) รู้สึกสนุกไปกับการ “จับผิด” ว่าฉากต่อไปหนังจะล้อเรื่องอะไร
หากถามถึงงานภาพใน ต้องบอกว่ามันคือการ “ล้อเลียนงานวิชวลเอฟเฟกต์” ครับ ทีมงานไม่ได้พยายามทำให้ CG เนียนตาเหมือนหนังมาร์เวล แต่กลับจงใจทำให้มันดูหลอกตาหรือโอเวอร์จนเกินเหตุ เพื่อเน้นย้ำความตลก
Production Design: การจำลองฉากจากหนังดังทำออกมาได้ดีจนน่าประหลาดใจครับ เช่น ฉากล้อเลียนหนังเรื่อง Juno หรือบ้านจาก Enchanted ทีมงานเก็บรายละเอียดองค์ประกอบสำคัญได้ครบถ้วน เพื่อให้คนดูจำได้ทันทีว่านี่คือฉากจากเรื่องอะไร
Cinematography: มุมกล้องถูกจัดวางในสไตล์หนังบล็อกบัสเตอร์ทั่วไป มีฉากระเบิดตูมตาม ฉากวิ่งหนีภัยพิบัติที่ดูสมจริงในแง่ของมุมภาพ แต่เนื้อหาข้างในกลับเต็มไปด้วยความรั่ว เป็นการตัดกัน (Contrast) ที่สร้างเสียงหัวเราะได้ดีเยี่ยม
หลายคนอาจมองว่าการเล่นหนังตลกแบบนี้เป็นเรื่องง่าย แต่จริงๆ แล้วการแสดงให้ “ดูโง่แต่ฮา” ต้องใช้ทักษะจังหวะ (Timing) ที่แม่นยำมากครับ
Matt Lanter: พระเอกของเรื่องที่ต้องรับหน้าที่เป็น “คนปกติ” ท่ามกลางคนบ้า เขาแสดงออกมาได้นิ่งพอที่จะเป็นที่พึ่งของทีม แต่ก็หลุดฮาได้ถูกจังหวะ
Carmen Electra: เจ้าแม่หนังล้อเลียนที่มาสร้างสีสันและความเซ็กซี่ให้กับเรื่อง เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าเธอคือส่วนประกอบสำคัญที่หนังแนวนี้ขาดไม่ได้
Vanessa Minnillo และ Kim Kardashian: การปรากฏตัวของดาราดังในยุคนั้น (ซึ่งบางคนยังเป็นดาวรุ่งอยู่) สร้างเซอร์ไพรส์ให้คนดูได้ตลอด หนังใช้ประโยชน์จากภาพลักษณ์ของพวกเธอมาล้อเลียนได้อย่างเจ็บแสบ
สำหรับแอดมิน คือ “Time Capsule” ชั้นดีครับ ถ้าคุณอยากรู้ว่าในปี 2008 โลกเราคลั่งไคล้อะไร หนังเรื่องนี้รวบรวมไว้หมดแล้ว มันไม่ใช่หนังที่ดูเพื่อเอาสาระหรือปรัชญาชีวิต แต่มันคือหนังที่ดูเพื่อ “ปลดปล่อย” และหัวเราะไปกับความไร้สาระของมนุษย์ เป็นหนังที่เหมาะมากสำหรับการเปิดดูในปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง
เคล็ดลับการดู: ยิ่งคุณรู้จักหนังในปี 2007-2008 มากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งฮากับมุกในเรื่องนี้มากขึ้นเป็นเท่าตัว!
สรุปภาพรวม: คือภาพยนตร์ที่นิยามคำว่า “สุดจัดปลัดบอก” ในเรื่องความรั่ว หากคุณอยากพักสมองจากเรื่องเครียดๆ แล้วมาดูเหล่าฮีโร่และดาราดังถูกปั่นจนเสียสุนัข เรื่องนี้คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม อย่าลืมติดตามคลิปสปอยหนังมันส์ๆ ได้ที่ YouTube malagorman, GreaterThanStudio และ DooaraiD555 นะครับ ส่วนใครอยากดูหนังออนไลน์พากย์ไทย คลิกไปเลยที่ movie24hd.net