

เรื่องราวของ ริน หญิงสาวที่สูญเสียการมองเห็นจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้ความฝันที่จะเป็นจิตรกรของเธอมืดดับลงตามไปด้วย เธอใช้ชีวิตอยู่อย่างสิ้นหวังในโลกที่เงียบเหงา จนกระทั่งเธอได้บังเอิญติดตามรายการพอดแคสต์ (Podcast) เล็กๆ ของชายหนุ่มนิรนามคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า “โซโล่” เสียงที่นุ่มนวลและการเล่าเรื่องราวของเขาที่เต็มไปด้วยทัศนคติที่สวยงามต่อโลกใบนี้ กลายเป็นแสงสว่างเดียวที่นำทางรินให้อยากกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง รินตัดสินใจพยายามตามหาเจ้าของเสียงนั้น โดยได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชายและกลุ่มเพื่อนคนพิการ จนกระทั่งเธอพบว่า “โซโล่” หรือ วิน แท้จริงแล้วเขาก็มีความลับและบาดแผลในใจที่ใหญ่ไม่แพ้เธอ ทั้งสองคนจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะเป็น “เสียง” และ “ตา” ให้แก่กันและกัน เพื่อก้าวข้ามอดีตไปสู่จุดหมายที่เสียงของหัวใจนำทางไป
ชื่อภาษาอังกฤษ: Follow My Voice
ชื่อภาษาไทย: ฝากใจให้เสียงนำทาง
แนวภาพยนตร์: โรแมนติก (Romance), ดราม่า (Drama), เพลง (Music)
ผู้กำกับ: นพคุณ เลิศวิญญู (Nophakun Lertwinyu)
ความยาว: 112 นาที
ประเทศต้นกำเนิด: ไทย (Thailand) / ญี่ปุ่น (Co-production)
ปีที่ออกฉาย: กุมภาพันธ์ 2025 (ต้อนรับเทศกาลวาเลนไทน์)
ค่ายภาพยนตร์: GDH ร่วมกับสหมงคลฟิล์ม
งานภาพสไตล์ฟีลกู๊ด: แม้ตัวเอกจะมองไม่เห็น แต่หนังกลับใช้สีสันและองค์ประกอบภาพที่งดงามเพื่อถ่ายทอด “โลกในจินตนาการ” ของตัวละครออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
การออกแบบเสียง (Sound Design): โดดเด่นด้วยระบบเสียงที่สมจริง (ASMR) เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงโลกที่รินได้ยิน ไม่ว่าจะเป็นเสียงฝน เสียงลม หรือเสียงลมหายใจ
เคมีนักแสดง: การกลับมาพบกันของนักแสดงวัยรุ่นแถวหน้าที่มีฝีมือการแสดงทางสายตาและอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้ง
ข้อความให้กำลังใจ: หนังมอบพลังบวกให้กับผู้ที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคในชีวิตและย้ำเตือนว่า “เราไม่จำเป็นต้องเห็นทางข้างหน้าเสมอไป ขอแค่มีหัวใจที่นำทาง” รับชมหนัง Follow My Voice (2025) ฝากใจให้เสียงนำทาง ได้ที่ movie24hd
ชญานิษฐ์ ชาญสง่าเวช (Chayanit Chansangavej): รับบท ริน (โชว์ทักษะการแสดงเป็นคนตาบอดได้อย่างสมจริง)
วชิรวิชญ์ ชีวอารี (Vachirawit Chivaaree): รับบท วิน / โซโล่ (ดีเจพอดแคสต์ผู้ลึกลับ)
ผู้กำกับ: นพคุณ เลิศวิญญู (ผู้กำกับภาพยนตร์สั้นชื่อดังที่ก้าวมาทำหนังยาวเป็นเรื่องแรก)
ทีมทำเพลง: รวบรวมศิลปินแนวอินดี้และคลาสสิกมาร่วมแต่งเพลงประกอบเพื่อใช้ในรายการพอดแคสต์ในเรื่อง

Your Eyes Tell (2020): หนังญี่ปุ่นเกี่ยวกับความรักของนักมวยหนุ่มและหญิงสาวตาบอดที่อบอุ่นหัวใจ
Blind (2011): หากชอบประเด็นการใช้ชีวิตของผู้พิการทางสายตาที่มีความระทึกขวัญและดราม่าผสมผสาน
The Fault in Our Stars (2014): เรื่องราวความรักของหนุ่มสาวที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคทางกายภาพแต่เติมเต็มกันด้วยใจ
Begin Again (2013): ความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นผ่านเสียงดนตรีและการเยียวยาบาดแผลในอดีต
Q: หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายหรือไม่?
A: เป็นบทภาพยนตร์ที่เขียนขึ้นมาใหม่ (Original Screenplay) โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของกลุ่มผู้พิการทางสายตาในประเทศไทยครับ
Q: ตอนจบเศร้าไหม?
A: หนังมีโทนดราม่าในช่วงแรก แต่บทสรุปเน้นไปที่ความหวังและการเริ่มต้นใหม่ (Bittersweet ending) ครับ
Q: เพลงประกอบในพอดแคสต์มีให้ฟังจริงไหม?
A: มีครับ ทางค่ายได้ปล่อย Album Soundtrack รวมถึงพอดแคสต์เวอร์ชันพิเศษของตัวละคร “โซโล่” ลงใน Spotify และ YouTube ครับ
ภาพยนตร์ได้รับการสนับสนุนโดย กระทรวงวัฒนธรรม และองค์กรเพื่อผู้พิการ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจและความเท่าเทียมในสังคม ปัจจุบันมีฉายในโรงภาพยนตร์ระบบ Dolby Atmos เพื่อประสบการณ์การฟังที่ดีที่สุด และมีกำหนดลงสตรีมมิ่งทาง ดูหนังออนไลน์ ในช่วงกลางปี 2026 ครับ คุณอยากให้ผมสรุป “เนื้อหาพอดแคสต์” ที่น่าสนใจในเรื่อง หรือแนะนำ “หนังไทยฟีลกู๊ด” เรื่องอื่นเพิ่มเติมไหมครับ?