

เรื่องราวในภาคนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 นักรับจ้างสารพัด นำทีมโดยอดีตซามูไร กินโทกิ (ชุน โองุริ), คางุระ (คันนะ ฮาชิโมโตะ) และ ชินปาจิ (มาซากิ ซุดะ) กำลังร้อนเงินอย่างหนักเพื่อจะจ่ายค่าเช่าบ้าน พวกเขาจึงต้องหางานพาร์ทไทม์ทำจนได้เจอกับ ท่านโชกุน ผู้ซึ่งมอบงานสุดบ้าระห่ำ ที่ทำให้พวกเขาต้องเข้าไปพัวพันกับการแตกหักของหน่วยชินเซ็นกุมิ และความวุ่นวายอีกมากมายที่รับรองว่า ป่วน มัน ฮา เกรียน บ้า แหกทุกกฎเกณฑ์ชิมิ!!!
ถ้าคุณคิดว่าภาคแรกบ้าแล้ว ผมบอกเลยว่า “Gintama 2: Rules Are Made to Be Broken (2018) กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด 2” คือการยกระดับความกาวขึ้นไปอีกขั้น! นี่คือหนังที่ไม่แคร์กฎเกณฑ์ ไม่สนลิขสิทธิ์ (ล้อเลียนเรื่องอื่นยับ) และพร้อมจะทำลายกำแพงที่ 4 (Fourth Wall) เพื่อคุยกับคนดูอย่างหน้าตาเฉยวันนี้ผมจะพาทุกคนไปชำแหละความฮาและความดราม่าของภาคนี้ ว่าทำไมมันถึงได้รับการยกย่องว่าเป็น “Live Action จากมังงะที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งตลอดกาล” เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปหัวเราะจนท้องแข็งกันครับ และอย่าลืมว่าคุณสามารถรับชมความบันเทิงระดับหลุดโลกนี้ได้ที่ https://movie24hd.net/

Gintama 2 ไม่ใช่แค่หนังภาคต่อธรรมดา แต่มันคือจดหมายรักถึงแฟนการ์ตูนและคนชอบหนังตลกญี่ปุ่น ผู้กำกับ Yuichi Fukuda (ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเพี้ยน) กลับมาพร้อมกับความมั่นใจที่มากขึ้น งบประมาณที่ดูเหมือนจะเยอะขึ้น (แต่เอาไปลงกับอะไรก็ไม่รู้!) และทีมนักแสดงชุดเดิมที่ “ปล่อยของ” กันแบบไม่ห่วงสวยห่วงหล่อ ภาคนี้หยิบเอา 2 อาร์คที่ได้รับความนิยมสูงสุดในมังงะมารวมกัน คือ “อาร์คท่านโชกุน” (Shogun Reception Arc) ที่เน้นความฮาแบบหลุดโลก และ “อาร์ควิกฤตชินเซ็นกุมิ” (Shinsengumi Crisis Arc) ที่เน้นดราม่าและแอ็คชั่นสุดเท่ การผสมผสานสองอารมณ์ที่ขัดแย้งกันอย่างสุดขั้วให้มาอยู่ในหนังเรื่องเดียว คือความท้าทายที่ Gintama 2 ทำออกมาได้ “โคตรเนียน”
ชื่อเรื่อง: Gintama 2: Rules Are Made to Be Broken (กินทามะ ซามูไรเพี้ยนสารพัด 2: แหกกฎชิมิก่อนไม่รอแล้วนะ)
ปีที่ฉาย: 2018
แนว: Action, Comedy, Sci-Fi
ต้นฉบับ: มังงะโดย Hideaki Sorachi
ผู้กำกับ: Yuichi Fukuda
นักแสดงนำ: Shun Oguri, Masaki Suda, Kanna Hashimoto, Yuya Yagira, Haruma Miura, Ryo Yoshizawa
ความยาว: 2 ชั่วโมง 15 นาที
ช่องทางรับชม: Movie24HD
จุดที่น่าสนใจที่สุดของภาคนี้คือการเล่าเรื่องครับ ปกติหนังทั่วไปจะเลือกโทนใดโทนหนึ่ง แต่ Gintama 2 บอกว่า “ฉันจะเอาหมด!”
ช่วงครึ่งแรกของหนังคือความบันเทิงบริสุทธิ์ หนังเปิดตัวด้วยการล้อเลียนตัวเอง (คุยเรื่องเปลี่ยนนักแสดง, เรื่องรางวัลออสการ์, เรื่องลิขสิทธิ์ Warner Bros.) และเข้าสู่อาร์คท่านโชกุนที่ร้านตัดผมและคาบาร่าคลับ
มุกตลกในภาคนี้มีความเป็น “Universal” มากขึ้น คือถึงคุณไม่ได้อ่านการ์ตูนมาก่อน คุณก็ขำได้กับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานที่ตัวละครต้องเจอ (เช่น การพยายามโกนผมโชกุน แต่ดันทำพลาดจนเรื่องบานปลาย)
การล้อเลียน (Parody) คือหัวใจหลัก ภาคนี้มีการล้อ Evangelion, Black Jack และหนังญี่ปุ่นดังๆ อีกเพียบ ซึ่งทำออกมาได้กวนประสาทมาก
พอหนังเข้าสู่ครึ่งหลัง โทนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเข้าสู่อาร์คกบฏชินเซ็นกุมิ หนังนำเสนอประเด็นความภักดี (Loyalty) และอัตลักษณ์ (Identity)
Hijikata (รองหัวหน้าปีศาจ) ถูกชิป AI ฝังในตัวจนกลายเป็นโอตาคุที่อ่อนแอ ทำให้เขาต้องต่อสู้กับตัวเองเพื่อปกป้องสิ่งที่รัก
Itou Kamotaro ตัวร้ายที่มีปมเรื่องการยอมรับ เป็นตัวละครที่มีมิติและน่าเห็นใจ การปะทะกันทางอุดมการณ์ระหว่างเขากับกลุ่มชินเซ็นกุมิ คือไฮไลท์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีน้ำหนัก ไม่ใช่แค่หนังตลกไร้สาระ
ถ้าฮอลลีวูดมี Avengers ญี่ปุ่นก็มีแก๊ง Gintama นี่แหละครับ นักแสดงทุกคนคือระดับ A-List ของวงการบันเทิงญี่ปุ่น แต่ทุกคนยอมทิ้งภาพพจน์เพื่อบทบาทเหล่านี้
Shun Oguri คือ Gintoki ที่สมบูรณ์แบบ เขามีความ “ขี้เกียจ” และ “กวนโอ๊ย” โดยธรรมชาติ แต่พอถึงบทต้องสู้ เขาส่งสายตาของ “ปีศาจขาว” ออกมาได้น่าเกรงขาม
เคมี: การรับส่งมุกกับแก๊งสารพัดรับจ้าง (ชินปาจิ, คางุระ) ลื่นไหลเป็นธรรมชาติมาก เหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ
ต้องปรบมือดังๆ ให้ Yuya Yagira ครับ ภาคนี้เขาต้องเล่นเป็น 2 บุคลิกที่ต่างกันสุดขั้ว
Hijikata: รองหัวหน้าสุดโหด เท่ ขรึม สูบบุหรี่จัด
Tosshi: โอตาคุสายแบ๊ว ใส่แว่น พูดจาภาษาการ์ตูน ขี้ขลาด
Yuya สลับโหมดไปมาได้น่าทึ่งมาก ฉากที่เขาต้องสู้กับตัวเองในจิตใจ หรือฉากตะโกนเชียร์ไอดอล คือความทุ่มเทระดับ 10/10 ที่ทำให้คนดูทั้งขำทั้งสงสาร
สาวน้อยพันปีที่ยอมทำ “หน้าเหวอ” (Face Distorted) และแคะจมูกโชว์กล้อง! ภาคนี้ Kanna ยังคงน่ารักและเกรียนแตก ฉากแอ็คชั่นของเธอมีความคล่องตัวสูง และการพูดสำเนียงจีน (ในฉบับญี่ปุ่น) ก็เป็นเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้
การปรากฏตัวของ Haruma Miura (ผู้ล่วงลับ) คือของขวัญสำหรับแฟนหนัง เขาเล่นบท Itou ได้สง่างาม เยือกเย็น และแฝงความเศร้า การแสดงของเขาทำให้ตัวร้ายตัวนี้ดู “แพง” และฉากต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเขาคือหนึ่งในฉากที่สวยงามและน่าจดจำที่สุดในเรื่อง
หล่อสังหาร! ใครเมน Okita เตรียมกรี๊ดสลบ ภาคนี้เขามีฉากโชว์เทพเยอะมาก โดยเฉพาะฉากสู้บนรถไฟ ความซาดิสม์ที่มาพร้อมหน้าตาอันหล่อเหลาคือเสน่ห์ที่ Ryo ถ่ายทอดออกมาได้เป๊ะตามการ์ตูน
สไตล์ของผู้กำกับ Fukuda คือการทำให้ดู “Low Budget” ในฉากตลก แต่จัดเต็มในฉากสู้
CGI: ในฉากกาวๆ CG จะดูลอยๆ ปลอมๆ (ซึ่งตั้งใจให้ฮา) แต่พอเป็นฉากต่อสู้จริงจัง หรือฉากขับรถไล่ล่า งานภาพกลับดูดีมีระดับ เอฟเฟกต์ระเบิดหรือแสงดาบทำออกมาได้ตื่นตาตื่นใจ
การออกแบบคิวบู๊ (Choreography): ภาคนี้คิวบู๊ดีกว่าภาคแรกมาก! มีความรวดเร็ว ดุดัน โดยเฉพาะฉาก Gintoki vs Bansai (นักดาบสายไหม) ที่ใช้เส้นเอ็นในการต่อสู้ ออกแบบมาได้สร้างสรรค์และลุ้นระทึก
เครื่องแต่งกาย: เก็บรายละเอียดจากมังงะได้ครบถ้วน โดยเฉพาะชุดของ Shinsengumi ที่ดูเท่และขลังเมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม
Gintama 2 คือตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของคำว่า “Sequel Done Right” (ภาคต่อที่ทำถูกทาง) มันแก้จุดบกพร่องของภาคแรก เพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหา และใส่ความฮาแบบไม่ยั้งมือ ถ้าคุณเครียดจากงาน เหนื่อยจากชีวิต การเปิดดูหนังเรื่องนี้ที่ Movie24HD คือการบำบัดชั้นดีครับ คุณจะได้หัวเราะจนลืมหายใจ และได้ซึมซับมิตรภาพลูกผู้ชายที่กินใจในเวลาเดียวกัน
คะแนนรีวิวจาก Movie24HD:
ความฮา: 10/10 (ขำจนปวดท้อง)
ฉากแอ็คชั่น: 9/10 (เดือดกว่าที่คิด)
การแสดง: 9.5/10 (นักแสดงทุ่มสุดตัว)
ความคุ้มค่า: 10/10 (ต้องดู!)
อย่าปล่อยให้ความเครียดครอบงำ! มาปลดปล่อยความฮาไปกับ👉 คลิกดูหนัง Gintama 2 (2018) ออนไลน์ ภาพชัดแจ๋ว เสียงซาวด์แทร็กต้นฉบับ ได้ที่ Movie24HD