
คองยังคงอาศัยอยู่ใน Hollow Earth พร้อมกับแม่ของเขา แมดส์ แมคเกรเกอร์ ผู้นำของ Monarch องค์กรวิจัยไททัน ค้นพบโลกใต้พิภพอีกแห่งที่เต็มไปด้วยไททันที่ดุร้ายและอันตราย แมคเกรเกอร์เชื่อว่าคองเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องโลกจากภัยคุกคามใหม่นี้ คองถูกนำตัวออกจาก Hollow Earth โดย Monarch และส่งไปยังโลกมนุษย์เพื่อฝึกฝนให้กลายเป็นอาวุธต่อต้านไททันตัวอื่น ๆ แมดส์ แมคเกรเกอร์เชื่อว่าคองเป็นไททันเดียวที่สามารถเอาชนะ สคาร์ คิง ไททันลิงยักษ์สีแดงที่ปกครองโลกใต้พิภพได้ ระหว่างทาง คองได้พบกับ เจค เพลทต์ (ไบรอัน ไทรี เฮนรี) นักวิทยาศาสตร์ของ Monarch ซึ่งเชื่อว่าคองเป็นมากกว่าอาวุธ เขาเชื่อว่าคองเป็นผู้นำที่แท้จริงของไททันทั้งหมด เจค เพลทต์และแม็ดส์ แมคเกรเกอร์ร่วมมือกันเพื่อปกป้องคองจากสคาร์ คิง ในที่สุด พวกเขาก็ตระหนักว่าคองคือกุญแจสำคัญในการปกป้องโลกจากภัยคุกคามใหม่นี้

ถ้าคุณคิดว่าการเห็นก๊อตซิล่ากับคองต่อยกันบนเรือบรรทุกเครื่องบินในภาคที่แล้วคือที่สุดของความพีค ขอให้คุณลบภาพจำนั้นทิ้งไปซะ เพราะ Godzilla x Kong: The New Empire ผลงานการกำกับของ Adam Wingard ได้พาเรากระโดดข้ามคำว่า “สมจริง” ไปสู่คำว่า “โคตรมันส์” แบบเต็มสูบ ที่ Movie24HD เราเข้าใจดีว่าแฟนหนังมอนสเตอร์ต้องการอะไร คุณไม่ได้ต้องการบทพูดดราม่าเครียดๆ ของมนุษย์ แต่คุณต้องการเห็นสัตว์ยักษ์ตีกัน ตึกถล่มทลาย และพลังทำลายล้างระดับล้างโลก วันนี้ผมจะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมภาคนี้ถึงเป็นจดหมายรักถึงแฟนหนังไคจูยุคโชวะ (Showa Era) และทำไมคุณถึง “ห้ามพลาด” การรับชมเรื่องนี้
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในภาคนี้คือการเปลี่ยนโทนหนังจาก “หนังภัยพิบัติ” มาเป็น “หนังแอ็คชั่นผจญภัย” เต็มรูปแบบ
ภาคนี้เนื้อหาเกือบ 70% เกิดขึ้นใน Hollow Earth ซึ่งถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องมาก ทีมงานเนรมิตโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณแปลกประหลาด สัตว์ประหลาดหน้าตาพิสดาร และอารยธรรมโบราณที่สาบสูญ การเดินเรื่องในโลกนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังดู Avatar ผสม Indiana Jones แต่เปลี่ยนตัวเอกเป็นลิงยักษ์ คอง (Kong) ได้รับบทบาทเป็นตัวเดินเรื่องหลัก (Protagonist) เขาไม่ได้เป็นแค่สัตว์ประหลาด แต่เขามีอารมณ์ ความเหงา และความโหยหาพวกพ้อง การที่หนังใส่ตัวละคร ซูโก้ (Suko) หรือ “มินิคิงคอง” เข้ามา ไม่ใช่แค่เพื่อความน่ารักหรือขายของเล่น แต่เพื่อสร้างมิติความเป็น “พ่อ” และ “ผู้นำ” ให้กับคอง ซึ่งทำออกมาได้อบอุ่นหัวใจอย่างไม่น่าเชื่อ
ต่างจากวายร้ายภาคก่อนๆ ที่เป็นสัตว์ป่าบ้าพลัง Skar King คือวายร้ายที่มีความเป็นมนุษย์สูงมาก (ในร่างลิง) มันมีความเจ้าเล่ห์ บ้าอำนาจ และซาดิสม์ การออกแบบคาแรคเตอร์ตัวนี้ให้ใช้อาวุธ (แส้กระดูก) และใช้สัตว์อื่นเป็นทาส (Shimo) ทำให้เรารู้สึกว่ามันคือ “Thanos” เวอร์ชั่นลิง ที่คองตัวคนเดียวไม่สามารถเอาชนะได้ นี่คือเหตุผลที่ทำให้การร่วมมือกัน (Team-up) ของคองและก๊อตซิล่าดูสมเหตุสมผลและน่าตื่นเต้น
แม้ภาคนี้คองจะเด่นกว่า แต่ทุกครั้งที่ Godzilla ปรากฏตัว หนังจะตอกย้ำสถานะ “King of Monsters” ของพี่แกอย่างชัดเจน ก๊อตซิล่าภาคนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาเพื่อ “ฟาร์มเลเวล” เราจะได้เห็นการเดินทางไปทั่วโลกเพื่อดูดซับพลังงาน เตรียมพร้อมสำหรับศึกใหญ่ การวิวัฒนาการสู่ร่าง Godzilla Evolved (เกล็ดสีชมพู) ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสกิน แต่เป็นการสื่อว่าพี่แกพร้อมจะซัดหน้าทุกคนที่ขวางทาง โดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม
Adam Wingard เป็นผู้กำกับที่หลงใหลในยุค 80s และเขาก็ใส่ความชอบนั้นลงไปในงานภาพอย่างเต็มที่
Color Palette (โทนสี): ลืมความมืดหม่นจากภาค 2014 ไปได้เลย ภาคนี้เต็มไปด้วยสีสันฉูดฉาด ทั้งสีชมพู Magenta ของก๊อตซิล่า, สีฟ้านีออนของผลึกคริสตัลใน Hollow Earth และลำแสงน้ำแข็งของ Shimo มันให้ความรู้สึกเหมือนปกอัลบั้มเพลง Synthwave ที่ดูแล้วเพลินตามาก
ฉากต่อสู้ไร้แรงโน้มถ่วง (Zero Gravity Fight): นี่คือ Masterpiece ของหนังเรื่องนี้! ไอเดียที่ให้มอนสเตอร์สู้กันในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ทำให้มุมกล้องและการเคลื่อนไหวหลุดกรอบฟิสิกส์เดิมๆ เราจะได้เห็นก๊อตซิล่าพุ่งชนเหมือนตอร์ปิโด คองเหวี่ยงขวานกลางอากาศ และฉากการปะทะที่หมุนติ้ว 360 องศา งาน CGI ในฉากนี้ลื่นไหลและอลังการจนต้องดูซ้ำเพื่อเก็บรายละเอียด
สเกลของภาพ: หนังยังคงรักษาความรู้สึก “ยิ่งใหญ่” ไว้ได้ดี โดยเฉพาะฉากที่คองยืนอยู่หน้าพีระมิด หรือฉากก๊อตซิล่านอนขดตัวในโคลอสเซียม (โรม) ที่แสดงให้เห็นว่าโลกมนุษย์เป็นเหมือนแค่ “ที่นอนแมว” สำหรับพวกมัน
จุดอ่อนสำคัญของหนัง MonsterVerse มักจะเป็นพาร์ทมนุษย์ แต่ในภาคนี้ถือว่ามีการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด
นี่คือ MVP ฝั่งมนุษย์ อย่างแท้จริง! แดน สตีเวนส์ (จาก Downton Abbey และ The Guest) มารับบทสัตวแพทย์ไคจูสุดเฟี้ยว บุคลิกที่ร่าเริง กวนโอ๊ย แต่พึ่งพาได้ และสไตล์การแต่งตัวที่เหมือนหลุดมาจากยุคฮิปปี้ ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของหนังให้ดูสนุกและผ่อนคลาย เคมีของเขากับไบรอัน ไทรี เฮนรี เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
น้องเจียยังคงเป็น “หัวใจ” ของเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคอง และเธอกับดร.ไอลีน (รับบทโดย Rebecca Hall) เป็นเส้นเรื่องดราม่าเส้นเดียวที่ทำงานได้ดี การแสดงออกทางสีหน้าและภาษามือของน้อง สื่อสารอารมณ์ความเหงาของการเป็น “คนสุดท้ายของเผ่าพันธุ์” ได้ลึกซึ้ง ซึ่งไปสะท้อน (Parallel) กับความรู้สึกของคองได้อย่างลงตัว
เบอร์นี่กลับมาทำหน้าที่ตัวตบมุกและตัวแทนคนดู (ที่ขี้สงสัย) แม้บางมุกจะแป้กบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือตัวละครที่ทำให้การอธิบายข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ (Exposition) ดูไม่น่าเบื่อจนเกินไป
จุดแข็ง (Pros):
แอ็คชั่นจัดเต็ม: หนังรู้ตัวว่าขายอะไร ใส่ฉากสู้มาแบบ Non-stop แทบไม่มีช่วงน่าเบื่อ
เคมีมอนสเตอร์: การที่มอนสเตอร์สื่อสารกันรู้เรื่องโดยไม่มีบทพูด (ใช้แค่สายตาและท่าทาง) ทำได้ยอดเยี่ยมมาก
ความบันเทิง: เป็นหนัง Popcorn Movie ที่สมบูรณ์แบบ ดูจบแล้วแฮปปี้ ไม่เครียด
จุดสังเกต (Cons):
พล็อตง่าย: เนื้อเรื่องเดาทางได้ง่ายมาก ไม่มีจุดหักมุมที่น่าตกใจ
สเกลพลัง: บางช่วงสเกลพลังอาจดูแกว่งๆ (Power Scaling) เพื่อให้บทดำเนินไปได้
ความสมเหตุสมผล: ถ้าคุณเป็นคนซีเรียสเรื่องฟิสิกส์ หรือถามว่า “ก๊อตซิล่าวิ่งเร็วขนาดนั้นได้ไง?” หนังเรื่องนี้อาจจะขัดใจคุณบ้าง เพราะมันเน้น “ความเท่” มาก่อน “ความจริง”
Godzilla x Kong: The New Empire คือหนังที่สร้างมาเพื่อปลุกความเป็นเด็กในตัวคุณ มันคือความฝันของคนที่อยากเห็นแอ็คชั่นฟิกเกอร์ตีกันในสเกลระดับโลก มันบ้าคลั่ง มันไร้สาระ (ในทางที่ดี) และมันโคตรจะสนุก หากคุณต้องการเสพงานภาพกราฟิกสุดอลังการ เสียงคำรามที่กระหึ่มจนลำโพงสะเทือน และสีสันที่สดใสคมชัด การดูแบบ Full HD / 4K ที่ Movie24HD คือคำตอบที่ดีที่สุด เราการันตีคุณภาพไฟล์ที่จะทำให้คุณเห็นทุกเกล็ด ทุกขน และทุกรอยแผลเป็นของราชันย์ทั้งสอง คลิกเลยเพื่อรับชม Godzilla x Kong: The New Empire (2024) อาณาจักรใหม่ พากย์ไทย/ซับไทย ภาพชัด เสียงแน่น ไม่มีโฆษณาคั่นกลางอารมณ์