

Shintaro Ando (Alan Shirahama) กลายเป็น Noble Dori หลังจากการเผชิญหน้าหลายครั้ง ตอนนี้กลุ่มชนชั้นสูงที่นำโดยชินทาโร่ อันโดะ ได้ต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งตำนาน (“เดนเซทสึ”) กับกลุ่มเจ้าชายซึ่งนำโดยคานาเดะ ซูซาคุ (เรียวตะ คาตาโยเสะ)ก่อนจะไปอ่านรีวิวแบบจัดเต็ม อย่าลืมแวะไปรับชมความบันเทิงเพิ่มเติมได้ที่ movie24hd.net แหล่งรวมรีวิวและสปอยหนังที่คุณไม่ควรพลาดครับ!

ถ้าคุณเคยประทับใจกับความ “เบียว” ที่มีเสน่ห์ในภาคแรกมาแล้ว ในภาคนี้ Kizoku Kourin จะยกระดับความเข้มข้นขึ้นไปอีกขั้น จากเดิมที่เป็นการชิงชัยตำแหน่ง “เจ้าชายในตำนาน” ภาคนี้กลับกลายเป็นการปะทะกันระหว่าง “เจ้าชาย” และ “ขุนนาง” ซึ่งเป็นการขยายจักรวาลที่น่าสนใจมาก
เนื้อหาในภาคนี้ไม่ได้เป็นแค่การโชว์ตัวละครชายรูปงามไปวันๆ แต่มันคือการตั้งคำถามถึง “นิยามของความสุข” ในมุมมองที่ต่างกัน
ฝั่งเจ้าชาย (Kanade): เชื่อในเรื่องของความฝัน ความสดใส และการปกป้องผู้หญิงด้วยความอ่อนโยน
ฝั่งขุนนาง (Shintaro): เชื่อในเรื่องของพลัง อำนาจ และการสร้างโลกที่ทุกคนมีที่ยืนผ่านการเป็นขุนนาง (Aristocrats)
จุดที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนตัวเอกอย่าง Shintaro (รับบทโดย Alan Shirahama) จากคนธรรมดาสู่การเป็นผู้นำขุนนางมาเฟียที่ดูภูมิฐานแต่แฝงไปด้วยความกดดัน การดำเนินเรื่องมีความเป็นดราม่าแอ็กชันที่หนักแน่นกว่าภาคก่อน มีการชิงไหวชิงพริบ และการใช้ “ไนต์คลับ” เป็นสัญลักษณ์ของอำนาจ ซึ่งทำให้หนังดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ต้องยอมรับว่าทีมสร้างจากเครือ LDH ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องของ Visual ครับ!
การคุมโทนสี: ภาคนี้จะมีความหรูหรา (Luxury) สูงมาก ตั้งแต่ฉากในคลับไปจนถึงชุดสูทของขุนนางที่เน้นสีขาวและสีดำตัดกับแสงไฟนีออน
มุมกล้อง: มีการใช้มุมกล้องแบบ Slow Motion ในจังหวะเปิดตัวตัวละครที่ทำออกมาได้ “เท่” จนใจสั่น การถ่ายทำฉากต่อสู้ทำได้ลื่นไหล ไม่ดูเป็นหนังรักใสๆ ทั่วไป แต่มีความเป็นหนังนักเลงญี่ปุ่น (High & Low Style) ผสมผสานอยู่ด้วย
นี่คือจุดแข็งที่สุดของเรื่อง เพราะเป็นการรวมตัวของสมาชิกจากวง GENERATIONS, THE RAMPAGE และ FANTASTICS
Alan Shirahama (Shintaro): พัฒนาการทางการแสดงก้าวกระโดดมาก จากเด็กหนุ่มเลือดร้อนในภาคก่อน กลายเป็นผู้นำที่มีความนิ่ง สุขุม และดูอันตรายในเวลาเดียวกัน สายตาของเขาสามารถสะกดคนดูได้อยู่หมัด
Ryota Katayose (Kanade): ยังคงรักษามาตรฐาน “เจ้าชาย” ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ความนิ่งสงบแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นของเขาคือขั้วตรงข้ามที่สมบูรณ์แบบกับ Shintaro
สมทบชาย: เหล่าผู้ช่วยและทีมขุนนางทุกคนมีบุคลิกเฉพาะตัวที่โดดเด่น ทำให้เราจดจำตัวละครได้ง่ายแม้จะมีตัวละครเยอะมากก็ตาม
| แหล่งรีวิว | คะแนน / ความคิดเห็น |
| IMDb | 6.5/10 – “เป็นการขยายจักรวาลที่ทำได้ดีกว่าที่คิด แฟนคลับ LDH จะต้องหลงรัก” |
| MyDramaList | 7.8/10 – “เคมีนักแสดงดีมาก ฉากแอ็กชันทำออกมาได้สวยงามและเท่สุดๆ” |
| Rotten Tomatoes | Audience Score 70% – “ถึงเนื้อหาจะมีความเฉพาะกลุ่ม แต่โปรดักชั่นถือว่าอยู่ในระดับพรีเมียม” |
ผู้กำกับ: Hayato Kawai (ผู้ที่เชี่ยวชาญการดัดแปลงมังงะและซีรีส์วัยรุ่น)
นักแสดงนำ:
Alan Shirahama รับบท Shintaro Ando (Dolly)
Ryota Katayose รับบท Kanade Suzaku
Nobuyuki Suzuki รับบท Kyogoku Takato
Kazuma Kawamura รับบท Kyogoku Ryu
ทีมผลิต: ผนึกกำลังระหว่าง NTV และ LDH Japan เพื่อสร้างความบันเทิงรูปแบบใหม่
หากคุณชอบสไตล์การต่อสู้ของหนุ่มหล่อและมิตรภาพลูกผู้ชาย ผมขอแนะนำ:
High & Low The Movie: ต้นตำรับหนังแอ็กชันรวมดาราจาก LDH ที่เดือดกว่า เซอร์วิสน้อยกว่า แต่สู้กันยับ
Prince of Legend (2019): ภาคแรกที่เป็นจุดเริ่มต้นของศึกเจ้าชาย
Crows Zero: สำหรับคนที่ชอบบรรยากาศโรงเรียนนักเลงและการแย่งชิงความเป็นหนึ่ง
คือหนังที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์ความบันเทิงอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนคลับศิลปิน หรือเป็นคนที่ชอบหนังแนวชิงไหวชิงพริบที่มีงานภาพสวยๆ เรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอนครับ!