

เรื่องราวที่ไม่เคยถูกบอกเล่ามาก่อนของตัวร้ายที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดของภาพยนตร์เทพนิยายคลาสสิคของดิสนีย์ “สลีปปิ้ง บิวตี้” และการถูกหักหลังครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนจิตใจอันบริสุทธิ์ของเธอให้กลายเป็นดั่งหิน พลักดันด้วยความเคียดแค้นและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องชาวมัวร์ภายใต้การปกครองของเธอ มาเลฟิเซนท์ได้ปลดปล่อยคำสาปไปสู่ทารกน้อยแรกเกิดของพระราชา “ออโรร่า” เมื่อทารกน้อยเติบโตขึ้น ออโรร่าต้องตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งระหว่างอาณาจักรต้นไม้ที่เธอเติบโตมาพร้อมความรักและอาณาจักรมนุษย์ที่สืบสานความยิ่งใหญ่ของตระกูลเธอ มาเลฟิเซนท์ตระหนักว่าออโรร่าอาจจะเป็นกุญแจที่จะนำความสงบสุขมาสู่ดินแดน และถูกบังคับให้ต้องลงมือทำบางสิ่งที่จะเปลี่ยนโลกทั้งสองใบไปตลอดกาล
วันนี้ผมจะพาทุกคนเจาะลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจของนางฟ้าปีศาจ ในรีวิวฉบับเต็มสูบของ “Maleficent (2014) มาเลฟิเซนท์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ” ภาพยนตร์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการหนังเทพนิยายไปตลอดกาล เตรียมตัวให้พร้อม แล้วกางปีกบินไปพร้อมกันครับ! และอย่าลืมว่าคุณสามารถรับชมความอลังการนี้ได้แบบคมชัดที่ https://movie24hd.net/

Maleficent (2014) ไม่ใช่แค่หนัง Remake ธรรมดา แต่มันคือการ “Deconstruct” หรือรื้อสร้างตำนานใหม่ทั้งหมด หนังเรื่องนี้กล้าหาญมากที่ตั้งคำถามกับนิทานที่เราฟังมาก่อนนอนตั้งแต่เด็กว่า “แม่มดใจร้าย… ใจร้ายจริงหรือ?”ผู้กำกับ Robert Stromberg (ผู้เคยคว้ารางวัลออสการ์สาขา Art Direction จาก Avatar และ Alice in Wonderland) เนรมิตโลกแฟนตาซีที่สวยงามและดำมืดไปพร้อมกัน แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นตำนาน ไม่ใช่แค่ CG ที่สวยงาม แต่มันคือ “หัวใจ” ของเรื่องราวที่บีบคั้นอารมณ์ และการแสดงที่เหมือนองค์ลงของ Angelina Jolie
ชื่อเรื่อง: Maleficent (มาเลฟิเซนท์ กำเนิดนางฟ้าปีศาจ)
ปีที่ฉาย: 2014
แนว: Dark Fantasy, Adventure, Family, Drama
ผู้กำกับ: Robert Stromberg
นักแสดงนำ: Angelina Jolie, Elle Fanning, Sharlto Copley, Sam Riley
ทุนสร้าง: $180 ล้านเหรียญฯ
รายได้ทั่วโลก: $758 ล้านเหรียญฯ
ช่องทางรับชม: Movie24HD
บทหนังของ Maleficent (2014) คือจุดแข็งที่ทำให้หลายคนเสียน้ำตา มันไม่ใช่แค่เรื่องของเวทมนตร์คาถา แต่มันคือเรื่องของ “ความเป็นมนุษย์”
ฉากที่สะเทือนใจที่สุดและเป็นจุดเปลี่ยนของเรื่อง คือฉากที่ Stefan คนรักในวัยเด็ก วางยาและตัดปีกอันสง่างามของ เพื่อนำไปแลกกับบัลลังก์ราชา
สัญญะทางจิตวิทยา: นักวิจารณ์และนักจิตวิทยาหลายคนมองว่าฉากนี้เปรียบเสมือนการถูกล่วงละเมิด (Assault) ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เสียงกรีดร้องของ Jolie ในฉากที่ตื่นมาแล้วพบว่าปีกหายไป มันบาดลึกและเจ็บปวดเกินกว่าจะเป็นแค่หนังแฟนตาซี
มันอธิบายเหตุผลว่าทำไมเธอถึงกลายเป็นคนเย็นชา และทำไมเธอถึงเกลียดความรัก นี่คือการปูพื้นฐานตัวละครที่ยอดเยี่ยม ทำให้ “คำสาป” ที่เธอมอบให้เจ้าหญิงออโรร่า ไม่ได้เกิดจากความชั่วร้ายโดยสันดาน แต่เกิดจากความเจ็บปวดของการถูกทรยศ
หนังพลิกบทบาทให้ กลายเป็นคนเลี้ยงดู Aurora (Elle Fanning) เสียเอง (แอบเลี้ยงแบบซึนเดระ)
เราจะได้เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ที่น่ารักมาก จากความเกลียดชัง (“เจ้าสัตว์ร้ายตัวน้อย”) กลายเป็นความผูกพัน เธอกลายเป็นเงาที่คอยปกป้องเด็กน้อยจากอันตราย พล็อตตรงนี้ทำลายขนบแม่เลี้ยงใจร้ายของดิสนีย์อย่างสิ้นเชิง และทำให้เราเห็นมุมมองของ “แม่” ที่ไม่ได้ให้กำเนิด แต่รักลูกสุดหัวใจ
(สปอยล์!) จุดพีคที่สุดคือการที่ดิสนีย์กล้าบอกว่า “จุมพิตจากเจ้าชายที่เพิ่งเจอกันไม่กี่นาที มันไม่ใช่รักแท้หรอก!” แต่รักแท้คือความรักที่บริสุทธิ์และเสียสละของ “แม่” ต่างหากที่ปลุกเจ้าหญิงได้
ประเด็นนี้ทรงพลังมาก (คล้ายกับ Frozen ที่ฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน) มันสอนให้เด็กผู้หญิงยุคใหม่รู้ว่า ความรักมีหลายรูปแบบ และผู้ชายไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิตเสมอไป
ต้องยอมรับตรงๆ ว่า ถ้าไม่ใช่ Angelina Jolie หนังเรื่องนี้อาจจะไปไม่ถึงดวงดาวขนาดนี้ครับ เธอคือ The Soul of the Movie อย่างแท้จริง
รูปลักษณ์: ด้วยโหนกแก้มที่เสริมให้แหลมคม เขาอันใหญ่โต และชุดคลุมสีดำ Jolie ดูน่าเกรงขามและงดงามราวกับหลุดออกมาจากอนิเมชั่นปี 1959 เป๊ะๆ
การใช้สายตา: เธอเล่นน้อยแต่ได้มาก (Subtle Acting) แค่การปรายตามอง หรือรอยยิ้มมุมปากที่ดูเหยียดหยามแต่แฝงความเศร้า เธอทำให้เรารู้สึก “กลัว” และ “สงสาร” ไปพร้อมๆ กัน ฉากที่เธอพยายามถอนคำสาปข้างเตียงออโรร่า คือฉากที่แสดงศักยภาพทางการแสดงขั้นสุดยอดที่ทำเอาคนดูน้ำตาซึม
น้อง Elle คือตัวแทนของความสดใส (Sunshine) ที่เข้ามาละลายน้ำแข็งในใจของ รอยยิ้มที่จริงใจและความไร้เดียงสาของเธอเป็นธรรมชาติมาก จนเราเชื่อว่าทำไมปีศาจร้ายถึงยอมใจอ่อน เคมีระหว่างเธอกับ Jolie คือความลงตัวของ “ความมืด” และ “ความสว่าง”
Stefan คือตัวร้ายที่แท้จริงในคราบมนุษย์ Sharlto เล่นบทคนบ้าอำนาจและหวาดระแวงได้น่าหมั่นไส้มาก เขาทำให้เราเห็นว่า “ความโลภ” กัดกินจิตใจคนจนกลายเป็นปีศาจที่น่ากลัวกว่าแม่มดเสียอีก
ด้วยฝีมือของผู้กำกับที่มีพื้นฐานด้าน Art Direction งานภาพของ จึงวิจิตรตระการตามากครับ
หนังแบ่งโลกออกเป็นสองโทนสีอย่างชัดเจน:
ป่ามัวร์: เต็มไปด้วยสีสัน แสงเรืองรอง สิ่งมีชีวิตรูปร่างแปลกตา (ภูติตัวจิ๋ว, ต้นไม้ยักษ์) สื่อถึงอิสระและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
ปราสาทมนุษย์: เต็มไปด้วยเหล็ก สนิม สีทึมๆ และเครื่องจักรสังหาร สื่อถึงความแข็งกระด้างและการทำลายล้าง
แม้หนังจะฉายตั้งแต่ปี 2014 แต่ CG ยังดูไม่เก่าเลย โดยเฉพาะ “ปีก” ของ ที่ขยับได้สมจริงมาก มันดูมีน้ำหนัก มีกล้ามเนื้อ และเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายจริงๆ ไม่ใช่แค่กราฟิกแปะหลัง รวมถึงฉากมังกรพ่นไฟในช่วงไคลแม็กซ์ที่ทำออกมาได้ดุเดือดเผ็ดมันส์
ชุดของ กลายเป็นไอคอนนิคแฟชั่นทันทีที่หนังฉาย การออกแบบที่ผสมผสานระหว่างวัสดุธรรมชาติ (หนัง, ขนนก, กระดูก) กับความ High Fashion ทำให้ตัวละครนี้ดูทันสมัยและคลาสสิกในเวลาเดียวกัน
นี่คือภาพยนตร์ที่พิสูจน์ว่า “เหรียญมีสองด้านเสมอ” เรื่องราวเดียวกัน เมื่อมองต่างมุม ความจริงก็เปลี่ยนไป
มันคือหนังที่เชิดชูพลังของผู้หญิง (Empowerment) การลุกขึ้นสู้จากความเจ็บปวด
มันคือหนังครอบครัวที่สอนเรื่องความรักและความให้อภัย
และมันคือ Masterpiece ในชีวิตการแสดงของ Angelina Jolie
หากคุณยังไม่เคยดู หรือเคยดูแล้วแต่อยากสัมผัสความประทับใจอีกครั้ง ไม่มีช่วงเวลาไหนเหมาะเท่าตอนนี้แล้วครับ คลิกเข้าไปที่ Movie24HD แล้วปล่อยใจไปกับเวทมนตร์ได้เลย
คะแนนรีวิวจาก Movie24HD:
การแสดง: 10/10 (Angelina Jolie คือที่สุด)
งานภาพ: 9/10 (สวยงาม อลังการ)
เนื้อเรื่อง: 8.5/10 (ตีความใหม่ได้ยอดเยี่ยม แม้ช่วงกลางจะเนือยไปนิด)
ความประทับใจ: 9/10
อย่าให้รูปลักษณ์ภายนอกมาตัดสินความดีงาม! มาร่วมพิสูจน์ความจริงของนิทานที่คุณเคยรู้ 👉 คลิกเพื่อดูหนัง Maleficent (2014) แบบเต็มเรื่อง คมชัด ทั้งพากย์ไทยและซาวด์แทร็ก ที่ Movie24HD