

เมื่อฟอนซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานที่ชื่อ มูน ต้องมาเป็นผู้พิทักษ์ดวงจันทร์ โดยไม่ได้เตรียมรับมือกับอุบัติเหตุอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ โดยเฉพาะกับยักษ์ไททันนาม เนครอสผู้ต้องการครอบครองดวงอาทิตย์และทำให้ความสมดุลย์ระหว่างกลางวันกับกลางคืนต้องพินาศ เวลานี้..ด้วยความช่วยเหลือจาก กลิม มนุษย์ขี้ผึ้งและโซโฮน ยอดนักรบที่จะกลายมาเป็นผู้พิทักษ์ดวงอาทิตย์ พวกเขาจึงออกผจญภัยเพื่อนำดวงอาทิตย์กลับคืนมาและหาทางนำดวงจันทร์กลับคืนสู่ท้องฟ้าให้เหมือนดังเดิม movie24hd.net ครับ!

ใน Mune: Guardian of the Moon, เนื้อหาภาคนี้ไม่ได้เล่าเรื่องการต่อสู้ระหว่างธรรมะกับอธรรมแบบดั้งเดิมเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการสำรวจ “หน้าที่และความรับผิดชอบ” ของผู้ที่ถูกเลือกโดยไม่ได้ตั้งใจ
บทภาพยนตร์เขียนออกมาได้ “คมคาย” มากครับ หนังสร้างโลกที่มีพระอาทิตย์และพระจันทร์ถูกลากไปตามพื้นโลกด้วยสัตว์ยักษ์ในตำนาน นี่คือคอนเซปต์ที่สดใหม่และเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ ตัวละคร Mune คือตัวแทนของความเปราะบางและความกลัว ในขณะที่ Sohone (เทพพิทักษ์ดวงอาทิตย์) คือตัวแทนของความมั่นใจและความแข็งกร้าว ความน่าสนใจอยู่ที่การที่หนังบีบให้ขั้วตรงข้ามทั้งสองต้องมาร่วมมือกันเมื่อ “หัวใจของโลก” ถูกขโมยไป หนังร้อยเรียงเรื่องราวการเติบโต (Coming-of-age) ของ Mune ได้อย่างน่าประทับใจ เราเห็นเขาเรียนรู้ที่จะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตนเอง มากกว่าจะเดินตามรอยเท้าของใคร นี่คือบทเรียนที่กินใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ครับ
ต้องยกนิ้วให้ทีมงาน On Animation Studios ที่สร้างงานภาพ (Visuals) ออกมาได้ “อัศจรรย์” จนแทบหยุดหายใจ นี่คืองานศิลปะที่มีชีวิตอย่างแท้จริง
งานภาพในเรื่องนี้มีความโดดเด่นมากครับ หนังใช้ 3D อนิเมชั่นที่ดูนุ่มนวลเหมือนดินน้ำมันสลับกับการใช้ 2D แบบดั้งเดิมในฉากความฝันหรือนิมิต ซึ่งช่วยสร้างมิติทางอารมณ์ที่แตกต่างกันได้ดีเยี่ยม การออกแบบตัวละคร (Character Design) มีความสร้างสรรค์สูงมาก Mune ที่ดูเหมือนสัตว์ประหลาดตัวจิ๋วสีฟ้าที่มีขนฟูเหมือนกำมะหยี่ หรือ Glim สาวน้อยที่ทำจากขี้ผึ้ง (ซึ่งจะละลายในที่ร้อนและแข็งตัวในที่เย็น) ทุกรายละเอียดสะท้อนถึงกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ได้อย่างชัดเจน แสงสีในฉากป่าเรืองแสงหรือฉากในนรกใต้ดินถูกจัดวางอย่างวิจิตรบรรจง ใครที่ชอบเสพงานภาพสวย ๆ รับรองว่าดูผ่าน movie24hd.net จะเห็นความพริ้วไหวของเส้นขนและแสงเงาที่นวลตาที่สุดครับ
แม้จะเป็นอนิเมชั่น แต่การพากย์เสียงคือหัวใจที่ทำให้ตัวละครเหล่านี้มี “วิญญาณ”
Omar (จาก Lupin) มอบน้ำเสียงที่มีความทะนงตัวแต่แฝงไปด้วยความรับผิดชอบ เขาสื่อสารความเปลี่ยนแปลงของตัวละครจากฮีโร่จองหองมาเป็นผู้เสียสละได้อย่างยอดเยี่ยม
เขาสามารถถ่ายทอดเสียงที่ดู “ขี้อาย” แต่ “กล้าหาญ” ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ทุกเสียงสั่นเครือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับอันตราย หรือเสียงหัวเราะที่สดใสเมื่อค้นพบความมหัศจรรย์ของดวงจันทร์ ทำให้คนดูตกหลุมรักตัวละครสีฟ้านี้ได้ไม่ยาก
ไม่ว่าจะเป็น Rob Lowe หรือ Christian Slater ทุกคนทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมครับ บทสนทนาในเรื่องมีความเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยปรัชญาที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการรักษาความสมดุลของธรรมชาติ
Mune ได้รับการยกย่องในเทศกาลหนังทั่วโลกและได้รับรางวัลมากมาย:
Variety: “จินตนาการอันล้ำเลิศที่แสดงออกมาผ่านงานภาพที่งดงามที่สุดเท่าที่อนิเมชั่นยุคใหม่จะทำได้”
IMDb: คะแนนเกาะกลุ่มอยู่ที่ 7.1/10 โดยผู้ชมส่วนใหญ่ชื่นชมในความสดใหม่ของพล็อตเรื่อง
Rotten Tomatoes: ฝั่งนักวิจารณ์ให้คะแนนในส่วนของงานสร้างสูงมาก โดยระบุว่าเป็นหนังที่ “มหัศจรรย์และตราตรึงใจ”
เพื่อเปิดโลกจินตนาการ: หนังเรื่องนี้จะพาคุณไปพบกับกฎของธรรมชาติที่คุณไม่เคยคิดถึงมาก่อน
บทเรียนเรื่องความมั่นใจ: เหมาะมากสำหรับใครที่กำลังรู้สึกว่าตัวเอง “เล็กน้อย” หรือ “ไม่เก่งพอ” เหมือน Mune
ความสวยงามไร้กาลเวลา: เป็นอนิเมชั่นที่ดูเมื่อไหร่ก็ยังสวยงามและทันสมัยอยู่เสมอ
ถ้าคุณรักความแฟนตาซีและภาพสวย ๆ แบบ Mune ลองหาเรื่องเหล่านี้มาดูต่อที่ movie24hd.net:
Song of the Sea (2014): อนิเมชั่น 2D ที่งดงามและเล่าเรื่องตำนานความเชื่อได้อย่างกินใจ
The Book of Life (2014): งานดีไซน์ตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์และสีสันสดใส
Rise of the Guardians (2012): การรวมตัวของเหล่าเทพพิทักษ์ที่สนุกและตื่นเต้น
Mune: Guardian of the Moon (2015) คือภาพยนตร์ที่พิสูจน์ว่า “ความกล้าหาญไม่ได้วัดกันที่ขนาดของร่างกาย แต่วัดกันที่ขนาดของหัวใจ” ด้วยงานภาพที่วิจิตรบรรจงและการเล่าเรื่องที่เปี่ยมเสน่ห์ หนังเรื่องนี้จึงเป็น “เพชรในตม” ที่คออนิเมชั่นห้ามพลาดเป็นอันขาด เว็บไซต์ movie24hd.net