

Pet Sematary: Bloodlines เป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญเหนือธรรมชาติ (Supernatural Horror) ที่ออกฉายในปี ค.ศ. 2023 โดยสร้างขึ้นเพื่อเป็น “ภาคต้น” (Prequel) ของภาพยนตร์รีเมค Pet Sematary (2019) ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย ลินด์ซีย์ แอนเดอร์สัน เบียร์ (Lindsey Anderson Beer) ซึ่งถือเป็นการประเดิมผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอ และร่วมเขียนบทกับ เจฟฟ์ บูห์เลอร์ หนังมีความยาวประมาณ 87 นาที ได้รับเรต R เนื่องจากมีฉากความรุนแรง เลือดสาด และภาษาที่หยาบคาย จัดจำหน่ายและสตรีมแบบเอ็กซ์คลูซีฟทางแพลตฟอร์ม Paramount+ ตัวหนังหยิบยกเอา “เรื่องเล่าในอดีต” เพียงสั้นๆ จากนิยายสยองขวัญระดับตำนานของ สตีเฟน คิง (Stephen King) มาขยายความให้กลายเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวที่เจาะลึกถึงต้นกำเนิดคำสาปของเมืองลัดโลว์
เรื่องราวพาย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1969 ณ เมืองลัดโลว์ (Ludlow) รัฐเมน ท่ามกลางบรรยากาศยุคสงครามเวียดนาม จั๊ด แครนดัลล์ (วัยหนุ่ม รับบทโดย แจ็คสัน ไวท์) มีความใฝ่ฝันที่อยากจะหนีออกไปจากเมืองบ้านเกิดที่แสนน่าเบื่อนี้เพื่อไปเข้าร่วมหน่วย Peace Corps กับ นอร์มา แฟนสาวของเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อพวกเขาบังเอิญไปพบกับสุนัขที่ดุร้ายผิดปกติ ซึ่งนำไปสู่การค้นพบความลับดำมืดที่ถูกฝังรากลึกอยู่ในเมืองนี้มาอย่างยาวนาน ในเวลาเดียวกัน ทิมมี เบเทอร์แมน (รับบทโดย แจ็ค มัลเฮิร์น) เพื่อนสนิทในวัยเด็กของจั๊ด ได้เดินทางกลับมาจากสงครามเวียดนามพร้อมกับเหรียญกล้าหาญ แต่ทิมมีที่กลับมานั้นไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เขามีพฤติกรรมแปลกประหลาด น่าขนลุก
และดูเหมือนจะล่วงรู้ความลับดำมืดของทุกคนในเมือง ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวถูกเปิดเผยเมื่อ บิล (รับบทโดย เดวิด ดูคอฟนี) พ่อของทิมมี ผู้ไม่อาจทำใจยอมรับความตายของลูกชายในสงคราม ได้แอบนำศพของทิมมีไปฝังไว้ใน “สุสานบรรพชน” (ป่าช้าอินเดียนแดงโบราณ) ที่อยู่ลึกเข้าไปในป่า ซึ่งดินแดนแห่งนี้มีพลังอำนาจลึกลับของปีศาจ “เวนดิโก” (Wendigo) ที่สามารถชุบชีวิตคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้… แต่สิ่งที่กลับมานั้น ไม่ใช่มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณดวงเดิม จั๊ดและกลุ่มเพื่อนวัยรุ่น จึงต้องร่วมมือกันเผชิญหน้ากับความชั่วร้ายที่ตื่นขึ้นมา พวกเขาต้องขุดคุ้ยประวัติศาสตร์เลือดของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งเมืองลัดโลว์ และหาทางหยุดยั้งทิมมี (หรือสิ่งที่สิงอยู่ในร่างของทิมมี) ก่อนที่คำสาปนี้จะทำลายทุกคนที่เขารัก ซึ่งเหตุการณ์นองเลือดในครั้งนี้เอง ที่จะกลายเป็นแผลเป็นในใจและหล่อหลอมให้จั๊ดกลายเป็นชายชราผู้กุมความลับของป่าช้า ในหนังภาคหลักที่เราคุ้นเคย รับชมหนัง Pet Sematary Bloodlines ได้ที่ movie24hd
การขยายจักรวาล (Lore Expansion): จุดเด่นที่สุดของภาคนี้คือการหยิบเอาตำนานเรื่อง “ทิมมี เบเทอร์แมน” ซึ่งเป็นเพียงเรื่องเล่าสั้นๆ ที่จั๊ดวัยชราเคยเล่าให้ฟังในนิยายของสตีเฟน คิง มาขยายความให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้น หนังพาเราไปสำรวจความเชื่อเรื่องปีศาจเวนดิโก และประวัติศาสตร์ของคนรุ่นปู่ย่าที่พยายามเก็บซ่อนความลับของสุสานแห่งนี้ไว้
นักแสดงรุ่นเก๋าเก๋าเกม: แม้นักแสดงนำจะเป็นวัยรุ่น แต่หนังได้นักแสดงรุ่นใหญ่ระดับตำนานอย่าง เดวิด ดูคอฟนี (David Duchovny) (จาก The X-Files) มารับบทพ่อที่หัวใจสลาย และ แพม กรีเออร์ (Pam Grier) (จาก Jackie Brown) มาร่วมแจม ซึ่งทั้งคู่ช่วยเพิ่มน้ำหนักและมิติความดราม่าให้กับหนังได้เป็นอย่างดี
ความสยองและบรรยากาศ: บรรยากาศของเมืองลัดโลว์ในยุค 60s ทำออกมาได้คลาสสิกและอึดอัด ฉากการปรากฏตัวของทิมมีมีความกดดันและน่าขนลุก โดยเฉพาะการใช้คำพูดปั่นประสาทเพื่อล้วงเอาปมในใจของตัวละครอื่นมาโจมตี
เสียงวิจารณ์แตก: ในมุมของนักวิจารณ์ หนังถูกมองว่าพึ่งพาจังหวะ Jump Scare (ตุ้งแช่) มากเกินไป และจังหวะการเล่าเรื่องในช่วงท้ายค่อนข้างเร่งรีบ บางคนมองว่ามันอาจจะไม่ได้มีความสดใหม่เท่าภาคต้นฉบับ แต่สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของนิยาย สตีเฟน คิง นี่คือส่วนเติมเต็มจิ๊กซอว์ที่น่าสนใจ

ผู้กำกับ: ลินด์ซีย์ แอนเดอร์สัน เบียร์ (Lindsey Anderson Beer)
เขียนบท: ลินด์ซีย์ แอนเดอร์สัน เบียร์, เจฟฟ์ บูห์เลอร์ (อิงจากนิยายของ Stephen King)
นักแสดงนำ:
แจ็คสัน ไวท์ (Jackson White) รับบทเป็น จั๊ด แครนดัลล์
แจ็ค มัลเฮิร์น (Jack Mulhern) รับบทเป็น ทิมมี เบเทอร์แมน
เดวิด ดูคอฟนี (David Duchovny) รับบทเป็น บิล เบเทอร์แมน (พ่อของทิมมี)
ฟอร์เรสต์ กูดลัค (Forrest Goodluck) รับบทเป็น แมนนี
นาตาลี อลิน ลินด์ (Natalie Alyn Lind) รับบทเป็น นอร์มา
แพม กรีเออร์ (Pam Grier) รับบทเป็น มาจอรี วอชเบิร์น
หากคุณชื่นชอบภาพยนตร์สยองขวัญที่เกี่ยวกับคำสาป การคืนชีพ และบรรยากาศเมืองเล็กๆ ที่มีความลับซ่อนอยู่ ขอแนะนำ:
Pet Sematary (1989 & 2019): ภาพยนตร์ภาคหลักที่คุณต้องดูเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของจั๊ด แครนดัลล์
IT (2017) / IT Chapter Two (2019): ผลงานจากปลายปากกาของสตีเฟน คิง ที่เล่าเรื่องความสยองที่ฝังรากลึกในเมืองเล็กๆ และกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องลุกขึ้นสู้
Salem’s Lot (2004 / 2024): อีกหนึ่งตำนานความสยองของสตีเฟน คิง ที่ว่าด้วยเมืองต้องคำสาป
The Autopsy of Jane Doe (2016): หากชอบบรรยากาศความน่ากลัวที่เกี่ยวกับศพและความลี้ลับ
Scary Stories to Tell in the Dark (2019): หนังสยองขวัญยุค 60s ที่กลุ่มวัยรุ่นต้องเผชิญกับปีศาจและตำนานพื้นบ้าน
Q: จำเป็นต้องดูภาค 2019 หรือ 1989 มาก่อนไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องดูมาก่อนก็สามารถเข้าใจเส้นเรื่องได้เพราะนี่คือ “ภาคต้น” แต่หากคุณเคยดูภาคหลักมาก่อน จะทำให้คุณอินกับตัวละคร “จั๊ด” มากขึ้น และเข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้เรื่องป่าช้าแห่งนี้ดีนักในตอนที่เขาแก่ตัวลง
Q: ทำไมชื่อเรื่องถึงสะกดคำว่า Cemetery ผิดเป็น Sematary?
A: เป็นความตั้งใจของ สตีเฟน คิง ที่อิงตามป้ายหน้าสุสานในเรื่อง ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยเด็กๆ ในเมืองที่สะกดคำผิดจาก Cemetery เป็น Sematary
Q: เรื่องราวนี้มีในนิยายต้นฉบับไหม?
A: ไม่มีเป็นบทหลัก แต่เป็น “เรื่องเล่าซ้อนเรื่อง” ที่จั๊ด แครนดัลล์ เล่าให้พระเอกในภาคหลักฟังเพื่อเตือนสติว่า “ศพที่ถูกฝังที่นั่น จะฟื้นขึ้นมาแบบไม่เหมือนเดิม” โดยยกตัวอย่างโศกนาฏกรรมของ ทิมมี เบเทอร์แมน
ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดตัวครั้งแรกในเทศกาล Fantastic Fest ประจำปี 2023 ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่เน้นแนวสยองขวัญและแฟนตาซีโดยเฉพาะ ก่อนที่จะปล่อยให้สตรีมมิ่งผ่าน Paramount+ โปรเจกต์นี้ถือเป็นความพยายามของค่าย Paramount ที่จะขยายจักรวาล (Franchise) ของนิยายสตีเฟน คิง ดูหนังออนไลน์ ให้กลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ที่กว้างขึ้น โดยการนำเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย (Lore) ของดินแดนอาถรรพ์ قبيلةไมก์แมก (Mi’kmaq) มาตีความใหม่ เพื่อให้ผู้ชมยุคปัจจุบันได้เห็นถึงรากเหง้าของความชั่วร้ายที่ครอบงำเมืองลัดโลว์มาหลายชั่วอายุคน มีหนังแนวสยองขวัญ หรือผลงานเรื่องอื่นๆ ของ สตีเฟน คิง ที่คุณอยากให้ผมสรุปลงลึกแบบนี้อีกไหมครับ?