

Rendel Cycle of Revenge (2024) เมื่อ ‘สไมลี่’ เข้ายึดครองบริษัทผลิตยาวาลา เรนเดล ผู้พิทักษ์กฎหมายสวมหน้ากากจะล้างแค้นให้กับการฆาตกรรมครอบครัวของเขา สวัสดีค่ะเพื่อนๆ คอหนังและแฟนคลับ movie24hd ทุกคน! วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับฮีโร่สายดาร์กจากฝั่งยุโรปที่กลับมาสานต่อความแค้นให้สิ้นซาก ในภาคต่อที่หลายคนรอคอย (และเกือบจะไม่ได้ดู) อย่าง ใครที่ชอบหนังแนว Anti-Hero บรรยากาศมืดหม่น และฉากแอ็คชั่นดิบๆ สไตล์ The Punisher หรือ Batman ภาคดาร์กๆ บอกเลยว่าเรื่องนี้คือตัวเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ! Rendel: Cycle of Revenge เป็นภาคต่อของ Rendel: Dark Vengeance (2017) ซึ่งเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องแรกของฟินแลนด์ ในภาคนี้ “เรนเดล” ยังคงจมอยู่กับความเจ็บปวดจากการสูญเสียครอบครัว และเป้าหมายเดียวของเขาก็คือการกวาดล้างองค์กรชั่วร้ายอย่าง VALA ให้สิ้นซาก แต่ครั้งนี้ศัตรูมาพร้อมกับแผนการที่ใหญ่กว่าเดิม!
เมื่อ คริสโตเฟอร์ “สไมลีย์” ค็อกซ์ (Christopher “Smiley” Cox) ทายาทของตระกูลวายร้ายได้ก้าวขึ้นมากุมอำนาจใน VALA Corporation เขาวางแผนจะปล่อยวัคซีนอันตราย NH25 ไปทั่วโลกเพื่อควบคุมมนุษยชาติ “เรนเดล” จึงต้องกลับมาสวมหน้ากากอีกครั้งเพื่อหยุดยั้งหายนะนี้ ท่ามกลางวิญญาณจากอดีตที่คอยหลอกหลอนและการต่อสู้ที่ดุเดือดกว่าที่เคย
ชื่อเรื่อง: Rendel: Cycle of Revenge
ประเภท: แอ็คชั่น / อาชญากรรม / ดราม่า / แฟนตาซี
ผู้กำกับ: Jesse Haaja
นักแสดงนำ: Kristofer Gummerus, Sean Cronin, Bruce Payne
ความยาว: 1 ชั่วโมง 39 นาที
ช่องทางรับชม: https://movie24hd.net/

Kristofer Gummerus (รับบท Rendel): ยังคงถ่ายทอดความเงียบขรึมและจิตใจที่แตกสลายของตัวละครเรนเดลได้อย่างดีเยี่ยม
Sean Cronin (รับบท Smiley): วายร้ายหลักของภาคนี้ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันน่าขนลุกและเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
Bruce Payne (รับบท Edward Cox): นักแสดงรุ่นเก๋าที่มาช่วยเสริมทัพให้เส้นเรื่องของตระกูลค็อกซ์ดูเข้มข้นขึ้น
ผู้กำกับ Jesse Haaja: แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องปัญหาการผลิตจนเขาเกือบถอนตัว แต่เขาก็ยังสามารถสร้างโทนหนังที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้
IMDb: 5.8/10 (แฟนหนังแอ็คชั่นดาร์กๆ ให้การตอบรับค่อนข้างดีในแง่ของบรรยากาศ)
Rotten Tomatoes: (ยังไม่มีคะแนนอย่างเป็นทางการจากนักวิจารณ์ในวงกว้าง แต่กลุ่มแฟนหนังแนวอินดี้ให้ความสนใจสูง)
Review Movie Content movie24hd: 7/10 – จุดเด่นอยู่ที่งานภาพสไตล์ Comic-Book ที่ทำออกมาได้สวยและดูอินเตอร์มาก แม้บทบางช่วงจะดูเรียบไปนิด แต่ฉากแอ็คชั่นและการดีไซน์ตัวละครถือว่าทำได้สอบผ่านค่ะ!
The Crow (1994/2024): เรื่องราวความแค้นจากหลุมศพที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฮีโร่สายมืดหลายเรื่อง
The Punisher (2004): การล้างแค้นแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ของชายที่สูญเสียครอบครัว
Dredd (2012): ความแอ็คชั่นแบบดิบๆ ในเมืองที่เต็มไปด้วยอาชญากร
Q: จำเป็นต้องดูภาคแรกก่อนไหมถึงจะรู้เรื่อง?
A: แนะนำให้ดูภาคแรกก่อนจะฟินกว่าค่ะ เพราะจะได้เข้าใจปมหลังว่าทำไมเรนเดลถึงแค้นองค์กร VALA ขนาดนี้ แต่ถ้าจะดูภาคนี้เลย หนังก็มีเกริ่นสั้นๆ ให้พอตามทันอยู่ค่ะ
Q: หนังโหดมากไหม?
A: มีฉากแอ็คชั่นที่รุนแรงและมืดหม่นพอสมควรค่ะ ตามสไตล์หนังเรท R หรือแนววัยรุ่นตอนต้นขึ้นไป (25+) จะอินเป็นพิเศษ
Q: ทำไมภาคนี้ถึงพูดภาษาอังกฤษ ทั้งที่เป็นหนังฟินแลนด์?
A: เป็นความตั้งใจของทีมสร้างที่อยากให้หนังเข้าถึงผู้ชมทั่วโลกได้ง่ายขึ้นค่ะ เลยเปลี่ยนมาใช้ภาษาอังกฤษในการถ่ายทำทั้งหมด