

Retribution (2015) พลิกเส้นตาย ทุกเช้าก็เหมือนเช้าวันปกติทั่วๆไป คาร์ลอส ผู้บริหารธนาคารแห่งหนึ่งขับรถไปส่งลูกๆของเขาที่โรงเรียนอย่างเคย แต่แล้วเมื่อเขาสตาร์ทรถ เขาก็พบโทรศัพท์ปริศนาที่ตกอยู่ในรถของเขา และในสายนั้นบอกว่าระเบิดถูกติดตั้งไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว และมันจะระเบิดถ้าหากเขาลุกออกจากรถไป! มีเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยชีวิตคาร์ลอสได้ นั่นก็คือ เขาต้องโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีของบุรุษปริศนาตามที่บอกนั่นเอง
หากคุณชื่นชอบหนังแนว “จำกัดสถานที่” (Single Location Thriller) ที่เล่นกับความกดดันและเวลาอย่าง Speed หรือ Phone Booth คุณต้องห้ามพลาด Retribution (2015) ครับ นี่คือหนังต้นฉบับจากสเปนที่ทรงพลังจนถูกนำไปรีเมคในหลายประเทศ (รวมถึงเวอร์ชั่นปี 2023 ที่นำแสดงโดย Liam Neeson) แต่เชื่อเถอะครับว่า “ต้นฉบับ” เร้าอารมณ์และดิบที่สุด!
ชื่อเรื่อง: Retribution (พลิกเส้นตาย / El Desconocido)
ผู้กำกับ: Dani de la Torre
นักแสดงนำ: Luis Tosar, Javier Gutiérrez, Goya Toledo
ความยาว: 1 ชั่วโมง 42 นาที
ประเภท: Action, Crime, Thriller
คาร์ลอส (Luis Tosar) ผู้บริหารธนาคารที่บ้างานและกำลังมีปัญหาครอบครัว เช้าวันหนึ่งเขาอาสาขับรถไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนเหมือนปกติ แต่ทว่าทันทีที่ออกรถ เขาก็ได้รับสายจากโทรศัพท์ปริศนาที่วางไว้ในรถ ปลายสายบอกกับเขาว่า “มีระเบิดติดตั้งอยู่ใต้เบาะรถ ถ้าใครลุกขึ้นหรือพยายามหนี รถจะระเบิดทันที”
ฆาตกรลึกลับสั่งให้คาร์ลอสโอนเงินจำนวนมหาศาลเข้าบัญชีเพื่อแลกกับชีวิตลูกๆ ระหว่างการขับรถหนีตายใจกลางเมือง คาร์ลอสต้องเผชิญกับความกดดันจากตำรวจที่เข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนร้ายเสียเอง และที่น่ากลัวกว่านั้นคือความจริงที่ค่อยๆ เปิดเผยว่า ฆาตกรคนนี้อาจเป็น “เหยื่อ” จากการกระทำในอดีตของคาร์ลอสนั่นเอง! หนังจะพาเราไปลุ้นว่าคาร์ลอสจะเลือกช่วยชีวิตลูก หรือจะยอมรับกรรมที่เขาเคยก่อไว้

การแสดงของ Luis Tosar: เขาถ่ายทอดอารมณ์ของพ่อที่สติแตกแต่ต้องพยายามคุมสถานการณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สีหน้าและแววตาของเขาทำให้คนดูรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย
บทภาพยนตร์ที่เฉียบคม: หนังไม่ได้ขายแค่ความตื่นเต้น แต่ยังวิพากษ์วิจารณ์ระบบธนาคารและการโกงกินที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตคนตัวเล็กๆ ได้อย่างแสบสัน
งานภาพและการกำกับ: การใช้มุมกล้องในพื้นที่แคบๆ บนรถสลับกับฉากไล่ล่ากลางเมืองทำออกมาได้ลื่นไหลและกดดันสุดๆ
IMDb: 6.6/10 – ผู้ชมยกย่องว่าเป็นหนึ่งในหนังระทึกขวัญที่ดีที่สุดของสเปนในรอบหลายปี
จุดเด่น: การหักมุมที่ทำให้คนดูเริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะเอาใจช่วยตัวเอกดีหรือไม่ (Grey Character)
Retribution (2015) คือหนังที่พิสูจน์ว่า “ความผิดพลาดในอดีต” มักจะกลับมาทวงคืนเสมอครับ หนังทำหน้าที่เขย่าขวัญคนดูได้ดีมาก ฉากที่ลูกๆ เริ่มหวาดกลัวคือบีบหัวใจสุดๆ ใครที่ชอบหนังแนวลุ้นระทึกแบบต้องคิดตามไปด้วย เรื่องนี้คือระดับ Masterpiece ที่คุณต้องดูต้นฉบับให้ได้ครับ!
Hard Hit (2021): เวอร์ชั่นรีเมคจากเกาหลีใต้ที่ทำออกมาได้ระทึกไม่แพ้กัน
Locke (2013): หนังที่ดำเนินเรื่องบนรถทั้งเรื่องและเล่นกับประเด็นความรับผิดชอบ
ดูหนัง Retribution (2015) พลิกเส้นตาย ซับไทยได้ที่ไหน?
หนังเรื่องนี้ต่างจากเวอร์ชั่น Liam Neeson (2023) อย่างไร?
สรุปแล้วคาร์ลอสเป็นคนดีไหม?