

เจน กู๊ดเดลมีทุกอย่างที่พร้อมจะมอบให้เธอ เธอเป็นโปรดิวเซอร์รายการทอล์คโชว์ยอดนิยมในช่วงกลางวัน และกำลังมีความสัมพันธ์อันร้อนแรงกับเรย์ โปรดิวเซอร์ผู้เก่งกาจของรายการ เมื่อเรย์ทิ้งเธอโดยไม่คาดคิด เธอเริ่มการศึกษาพฤติกรรมผู้ชายอย่างละเอียดเพื่อค้นหาว่าอะไรที่ทำให้ผู้ชายชอบแกล้ง “การค้นคว้า” ของเธอทำให้เธอกลายเป็นนักปราชญ์/กูรูในชั่วข้ามคืนสำหรับผู้หญิงโสดทุกหนทุกแห่ง เมื่อเจนเริ่มใช้เอ็ดดี้เพื่อนร่วมห้องที่เจ้าชู้และเพื่อนร่วมงานที่เป็นผู้หญิงของเธอเป็นอาหารสัตว์ในการค้นคว้าของเธอ เธอพบทั้งอารมณ์ขันและคำตอบที่พวกเขาคาดไว้น้อยที่สุด

จุดเด่นที่ทำให้เนื้อเรื่องของ Someone Like You แตกต่างจากหนังรักดาษดื่นทั่วไป คือการหยิบเอา “ทฤษฎีทางชีววิทยา” มาใช้เยียวยาอาการอกหัก หนังเล่าเรื่องราวของ Jane Goodale (รับบทโดย Ashley Judd) โปรดิวเซอร์รายการทอล์คโชว์ที่ชีวิตรักพังทลายลงเพราะถูกแฟนหนุ่มทิ้ง แทนที่เธอจะจมอยู่กับกองน้ำตา Jane กลับลุกขึ้นมาตั้งสมมติฐานว่า “ผู้ชายก็เหมือนวัว” ที่ไม่มีวันผสมพันธุ์กับวัวตัวเดิมซ้ำสอง (Old Cow Theory) และต้องการ “วัวตัวใหม่” (New Cow) เสมอ เธอเริ่มเขียนคอลัมน์ใช้นามแฝงจนโด่งดังไปทั่วเมือง ความสนุกของบทหนังเรื่องนี้คือการพาเราไปดูการ “เอาคืน” ทางความคิดของผู้หญิงที่พยายามจะเข้าใจเหตุผลของความเจ็บปวด แต่นำเสนอออกมาในโทนที่ฉลาด จิกกัด และตลกขบขัน
ในฐานะนักรีวิวจาก movie24hd.net ผมบอกเลยว่าความดีงามของหนังเรื่องนี้อยู่ที่ 3 นักแสดงหลักครับ:
Ashley Judd (รับบท Jane): ในยุคนั้นเธอคือเจ้าแม่หนังระทึกขวัญ แต่พอมาเล่น Rom-Com เธอกลับมีเสน่ห์อย่างเหลือเชื่อ Ashley ถ่ายทอดความเป็น “สาวช่างเพ้อที่เจ็บแล้วจำ” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ เธอทำให้เราเชื่อว่าเธอฉลาดแต่ก็ยังพลาดท่าให้กับความรัก
Hugh Jackman (รับบท Eddie): ก่อนที่เขาจะเป็น Wolverine ผู้โด่งดังไปทั่วโลก ในเรื่องนี้เขาคือ “เสือผู้หญิง” ปากร้ายแต่ใจดีที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของ Jane เคมีระหว่างเขากับ Ashley คือสิ่งที่พยุงหนังไว้ทั้งเรื่อง ฉากที่ทั้งคู่ปะทะฝีปากกันมันเต็มไปด้วยความเซ็กซี่และเสน่ห์ที่ล้นจอ
Greg Kinnear (รับบท Ray): รับบทแฟนหนุ่มจอมกะล่อนได้อย่างแนบเนียน เขาแสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่ดู “แสนดี” ในตอนแรก อาจจะเป็นตัวร้ายที่น่ากลัวที่สุดในตอนจบ
งานภาพในเรื่องนี้ให้ความรู้สึก “Comfort Movie” อย่างมากครับ:
New York Style: หนังพาเราไปเที่ยวในอพาร์ทเมนต์สวยๆ ของนิวยอร์ก และออฟฟิศรายการโทรทัศน์ที่ดูวุ่นวายแต่มีสไตล์ แสงสีในหนังมีความนุ่มนวล (Soft Light) ช่วยเสริมให้โทนหนังดูโรแมนติกและอบอุ่น
Fashion: เสื้อผ้าหน้าผมในเรื่องนี้คือบันทึกแฟชั่นยุค Y2K ที่กลับมาฮิตในปัจจุบัน การแต่งตัวของ Jane สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากผู้หญิงที่พยายามทำตัวให้ดูดีเพื่อคนอื่น มาเป็นผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเอง
Visual Metaphor: การสอดแทรกภาพสัตว์โลก (วัว) เข้ามาในจังหวะที่พอดี ช่วยให้ประเด็นเชิงปรัชญาความรักดูเบาสมองและเห็นภาพชัดเจนขึ้น
สิ่งที่ movie24hd.net สังเกตเห็นคือ หนังเรื่องนี้ไม่ได้สอนให้เราเกลียดผู้ชาย แต่มันสอนให้เรา “ก้าวข้ามความเจ็บปวดด้วยความเข้าใจ”
Self-Healing: หนังแสดงให้เห็นว่าการเยียวยาตัวเองที่เยี่ยมที่สุดคือการหาความรู้และการมีมิตรภาพที่ดี (ในที่นี้คือ Eddie)
Breaking the Theory: สุดท้ายหนังตลบหลังเราด้วยการบอกว่า มนุษย์ไม่ใช่สัตว์ และทฤษฎีใดๆ ก็ใช้ไม่ได้กับ “รักแท้” ซึ่งเป็นบทสรุปที่ทำให้เรายิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา
| แหล่งที่มา | คะแนน | ความเห็นโดยสรุป |
| IMDb | 6.1/10 | หนังรักที่ดูสนุกและมีแง่คิดดีกว่าหนัง Rom-Com ทั่วไป |
| Rotten Tomatoes | N/A | (เป็นหนังขวัญใจผู้ชมมากกว่านักวิจารณ์) |
| Movie24hd Score | 8/10 | “หนังเติมพลังใจ” สำหรับคนอกหักที่อยากลุกขึ้นมาสู้ใหม่ |
หากคุณตกหลุมรัก Someone Like You ลองหาเรื่องเหล่านี้มาดูต่อครับ:
How to Lose a Guy in 10 Days: หนังรักที่ใช้ “จิตวิทยา” เข้าสู้กันระหว่างพระนาง
Bridget Jones’s Diary: เมื่อสาวโสดพยายามจัดการชีวิตและหัวใจที่วุ่นวาย
The Holiday: หนังที่ว่าด้วยการหนีรักที่เจ็บปวดไปพบรักใหม่ในที่ที่คาดไม่ถึง
Someone Like You (2001) คือจดหมายรักถึงทุกคนที่เคยเสียใจ มันบอกเราว่าไม่ว่าคุณจะถูกมองว่าเป็น “วัวตัวเก่า” หรือถูกทิ้งขว้างแค่ไหน วันหนึ่งจะมีคนที่เห็นค่าของคุณในฐานะ “มนุษย์ที่แสนพิเศษ” เสมอ งานภาพที่ดูสบายตาและการแสดงที่มีเสน่ห์ของ Ashley และ Hugh จะทำให้วันหยุดของคุณมีความหมายขึ้นเยอะครับ อย่าลืมแวะมาอัปเดตหนังรักน่าดูและสปอยหนังแบบอินไซด์ได้ที่ movie24hd.net นะครับ