

คือภาพยนตร์แอ็คชั่นที่รวบรวมเหล่าวายร้ายไว้มากที่สุดที่หลายคนรอคอย ดัดแปลงจากงานคอมมิคของโรเบิร์ต คาไนเกอร์ และ รอส แอนดรู ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1959 จะเป็นกล่าวถึงบรรดาเหล่าร้ายที่ได้รับโอกาสจากทางรัฐบาลในการไถ่โทษจากการ ทำวีรกรรมชั่วร้ายในอดีตที่พวกเขาก่อไว้โดยการ (จำใจ) ต้องมาปฏิบัติภารกิจเสี่ยงตายที่มีโอกาสรอดน้อยนิดร่วมกัน เพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษและอิสรภาพที่พวกเขาจะได้รับจากการไม่ต้องถูกจำคุกตลอดชีวิต
ภาพยนตร์ที่เปลี่ยนนิยามของคำว่า “ฮีโร่” ให้กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ และนำเสนอความบ้าคลั่งของ “วายร้าย” ออกมาได้อย่างแสบสัน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วกระโดดขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปกับทีมเดนตายใน “Suicide Squad (2016) ทีมพลีชีพมหาวายร้าย” หลายคนอาจจะเคยดู หรือเคยได้ยินชื่อเสีย(ง) ของเรื่องนี้มาบ้าง แต่วันนี้ผมจะพาไปเจาะลึกในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยสังเกต ทั้งงานภาพ จิตวิทยานักแสดง และเหตุผลว่าทำไม แม้จะมีดราม่าแค่ไหน คุณก็ยัง “ต้องดู” เรื่องนี้สักครั้งในชีวิตที่ https://movie24hd.net/

Suicide Squad ปี 2016 ผลงานการกำกับของ David Ayer เป็นหนังที่แบกความคาดหวังไว้บนบ่าอย่างมหาศาล เพราะนี่คือการรวมตัวของตัวร้ายระดับไอคอนของ DC โดยเฉพาะการปรากฏตัวของ Joker และหวานใจสุดแสบ Harley Quinn แม้กระแสวิจารณ์จะแตกออกเป็นสองเสียง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ “สไตล์” ของหนังที่ชัดเจนจนกลายเป็น Pop Culture แห่งยุค วันนี้ผมจะไม่มาเล่าเรื่องย่อให้เสียเวลา แต่เราจะมาผ่าตัดวิเคราะห์กันว่า ภายใต้แสงไฟนีออนและรอยสักเหล่านั้น มีอะไรซ่อนอยู่ และทำไมมันถึงเป็นหนังที่คุณควรเปิดดูที่ Movie24HD เพื่อความบันเทิง
ชื่อเรื่อง: Suicide Squad (ทีมพลีชีพมหาวายร้าย)
ปีที่ฉาย: 2016
จักรวาล: DC Extended Universe (DCEU)
ผู้กำกับ: David Ayer
นักแสดงนำ: Will Smith, Margot Robbie, Jared Leto, Viola Davis, Cara Delevingne
ความยาว: 2 ชั่วโมง 3 นาที
คะแนน IMDb: 5.9/10
รางวัล: ชนะเลิศออสการ์สาขาแต่งหน้าและทำผมยอดเยี่ยม (Best Makeup and Hairstyling)
ช่องทางรับชม: Movie24HD
ต้องยอมรับตรงๆ ครับว่าในแง่ของบทภาพยนตร์ (Screenplay) Suicide Squad (2016) มีแผลค่อนข้างใหญ่ การตัดต่อในช่วงครึ่งแรกดูรีบเร่งเหมือนพยายามยัดเยียดข้อมูลตัวละครให้เรากินจนสำลัก และตัวร้ายหลักอย่าง Enchantress (แม่มด) ก็ดูไม่มีมิติและเป้าหมายที่ชัดเจนนัก (เต้นส่ายเอวเรียกลูกสมุนจนกลายเป็น Meme ในตำนาน) แต่… เดี๋ยวก่อนครับ! จุดแข็งที่ทำให้เราให้อภัยความเละเทะของบทได้ คือ “ความสัมพันธ์ของตัวละคร” (Character Dynamics)
หนังเล่นกับประเด็นที่ว่า “จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Superman ตัดสินใจบุกทำเนียบขาว?” รัฐบาลจึงต้องใช้ “ปีศาจ” เพื่อไปจับ “ผี” แนวคิดนี้แข็งแรงมาก การเห็นคนเลวที่ไม่มีศีลธรรมต้องมาทำภารกิจกู้โลก แลกกับการลดโทษ มันสร้างความตึงเครียดได้ดีกว่าการดูฮีโร่คนดีจ๋าๆ เพราะพวกนี้พร้อมจะหักหลังกันเองได้ตลอดเวลา
สิ่งที่หนังทำได้ดีเกินคาด คือการใส่ “หัวใจ” ให้กับตัวละครเดนตายเหล่านี้
Deadshot ไม่ใช่มือปืนเลือดเย็น แต่เป็นพ่อที่รักลูกสาวสุดหัวใจ
El Diablo ไม่ใช่นักเลงอันธพาล แต่เป็นคนที่กลัวพลังของตัวเองและสำนึกผิดในอดีต
Harley Quinn คือเหยื่อของความรักที่เป็นพิษ (Toxic Relationship)
จุดเหล่านี้ทำให้เรารู้สึก “เอาใจช่วย” พวกเขา ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ฆ่าคนเป็นผักปลา นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ Suicide Squad แตกต่างจากหนังฮีโร่ทั่วไป
ถ้าถามว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงถูกพูดถึงจนทุกวันนี้ คำตอบคือ “พลังดารา” และ “การเข้าถึงบทบาท” ครับ
ต้องกราบการแสดงของ Margot Robbie เลยครับ เธอไม่ได้แค่ “เล่น” เป็นฮาร์ลีย์ ควินน์ แต่เธอ “เป็น” ฮาร์ลีย์ ควินน์ เลย
เสน่ห์ทำลายล้าง: ทุกอิริยาบถ ทั้งความบ้า ความไร้เดียงสา และความโหด ถูกถ่ายทอดออกมาได้มีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้
จิตวิทยา: เธอทำให้เราเห็นว่าภายใต้รอยยิ้มและการกระทำบ้าๆ นั้น มีความเจ็บปวดของผู้หญิงคนหนึ่งที่โหยหาความรักซ่อนอยู่
นี่คือบทบาทที่เปลี่ยนชีวิตเธอ และเปลี่ยนเทรนด์ฮาโลวีนของโลกไปตลอดกาล
Will Smith คือเสาหลักของเรื่องอย่างแท้จริง ถ้า Harley คือความบ้า Deadshot คือความเท่และความเป็นผู้นำ เขาใช้เสน่ห์เฉพาะตัว (Charisma) แบกหนังทั้งเรื่องเอาไว้ บทสนทนาและการแสดงออกทางสายตาของเขาทำให้หนังดูมีน้ำหนักและจับต้องได้
สำหรับผม คนที่น่ากลัวที่สุดในเรื่องไม่ใช่ Joker หรือแม่มด แต่คือป้า Amanda Waller นี่แหละครับ Viola Davis แสดงได้ “เหี้ยม” และ “เลือดเย็น” ชนิดที่ว่าแค่นั่งเฉยๆ รังสียังแผ่ออกมา เธอคือตัวแทนของอำนาจรัฐที่ไร้ความปรานี
นี่คือ Joker เวอร์ชัน “Gangster” ที่เต็มไปด้วยรอยสักและฟันเหล็ก Jared Leto พยายามสร้าง Joker ในแบบของตัวเองที่ดูเป็นเจ้าพ่อแก๊งค้ายา ซึ่งมีความจิตและคาดเดาไม่ได้
ข้อเสีย: บทเขาน้อยเกินไปจนเหมือนมาเป็นแค่แขกรับเชิญ ทำให้เรายังไม่ทันอินกับความสัมพันธ์ของเขากับฮาร์ลีย์ได้เต็มที่
Suicide Squad มีเอกลักษณ์ทางงานภาพที่โดดเด่นมาก (Distinctive Visual Style) จนได้รับรางวัลออสการ์สาขาแต่งหน้าทำผม
ธีมสี Neon-Punk: หนังใช้สีสันฉูดฉาด เขียว ม่วง ชมพู ตัดกับความมืดและสกปรกของเมือง Gotham ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังดู Music Video ที่มีความรุนแรง
การออกแบบตัวละคร: เสื้อผ้าหน้าผมของแต่ละคนมีดีเทลที่ยอดเยี่ยมมาก รอยสักของ Joker, ไม้เบสบอลของ Harley หรือหน้ากากของ Deadshot ทุกอย่างถูกคิดมาเพื่อเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของตัวละครโดยไม่ต้องพูด
นี่คือจุดที่ผมชอบที่สุด! หนังเรื่องนี้คือ “Jukebox Musical” ดีๆ นี่เอง การเลือกเพลงอย่าง Bohemian Rhapsody, Without Me, Heathens หรือ Purple Lamborghini มาใส่ในแต่ละฉาก มันช่วยปลุกเร้าอารมณ์ให้คนดูรู้สึกสนุกและมันส์ไปกับความบ้าคลั่งของตัวละคร เพลงประกอบเรื่องนี้คือระดับ Masterpiece ครับ
Suicide Squad (2016) อาจไม่ใช่หนังที่บทดีที่สุดในจักรวาล DC มันมีความยุ่งเหยิงในแง่การเล่าเรื่อง แต่สิ่งที่มันมอบให้คือ “ความบันเทิงระดับสูง”
สำหรับแฟน DC: คุณจะได้เห็นตัวละครที่รักในแบบ Live Action ที่มีชีวิตชีวา
สำหรับคนดูทั่วไป: คุณจะเพลิดเพลินไปกับมุกตลก ฉากแอ็คชั่นเท่ๆ เพลงเพราะๆ และความน่ารักของ Margot Robbie
ถ้าคุณมองข้ามพล็อตโหว่ๆ ไปได้ นี่คือหนังป๊อปคอร์นที่รสชาติจัดจ้านที่สุดเรื่องหนึ่งครับ และผมยืนยันว่ามันคุ้มค่าที่จะเสียเวลา 2 ชั่วโมงไปกับวายร้ายพวกนี้
คะแนนรีวิวจาก Movie24HD:
ความบันเทิง: 8.5/10
การแสดง: 9/10
เนื้อเรื่อง: 6/10
งานภาพและเสียง: 9/10
Movie24HD ดูหนังฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง ความบันเทิงที่คุณเลือกได้ ขอให้สนุกกับการรับชมครับ!