

Ten Years Thailand (2018) เท็นเยียร์ไทยแลนด์ เรื่องย่อ : TEN YEARS THAILAND เป็นโครงการภาพยนตร์ร่วมทุนสร้างระหว่างไทย-ฮ่องกง-ญี่ปุ่น นำเสนอความคิดและมุมมองของผู้กำกับภาพยนตร์ทั้งสี่คน เพื่อบอกเล่าจินตนาการถึงประเทศของพวกเขาในอนาคตสิบปีข้างหน้า โดยโครงการนี้ต่อเนื่องมาจาก “Ten Years” ภาพยนตร์ฮ่องกงที่สร้างเมื่อปี 2015 ภายหลัง Umbrella Movement โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคต หลังจากประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย โครงการนี้จึงถูกส่งต่อมายังประเทศไทย และตั้งใจส่งผ่านพลังสร้างสรรค์ให้คนทำหนังในประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ไต้หวัน, ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ภาพยนตร์เรื่อง Ten Years Thailand เป็นโครงการภาพยนตร์ขนาดยาวที่ประกอบด้วยภาพยนตร์สั้น 4 เรื่องประกบกัน จํากัดความยาวเรื่องละไม่เกิน 20 นาที โดยมีโจทย์กำหนดแบบเปิดกว้าง ตั้งคำถามและความหมายของ ‘อนาคต’ ผ่านมุมมองของผู้กำกับแต่ละคน ทั้งผู้กำกับที่มีชื่อเสียงและมีผลงานเป็นที่รู้จัก นอกจากนั้นยังเปิดพื้นที่สำหรับสนับสนุนคนทำหนังรุ่นใหม่ โดยคัดเลือกผลงานจากผู้กำกับที่มีความโดดเด่น เพื่อผลักดันให้เกิดผลงานขนาดยาวในโอกาสต่อไป
ยินดีต้อนรับเพื่อนๆ ทุกคนเข้าสู่โลกแห่งการคาดการณ์อนาคตกับ movie24hd ครับ! วันนี้เราจะพาทุกคนไปพบกับภาพยนตร์ไทยนอกกระแสที่ไปไกลถึงเทศกาลหนังเมืองคานส์อย่าง “Ten Years Thailand” (2018) หนังที่รวบรวม 4 ผู้กำกับฝีมือฉกาจมาถ่ายทอดมุมมองของ “ประเทศไทยในอีก 10 ปีข้างหน้า” ซึ่งหนึ่งในตอนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือความแปลกประหลาดที่ชวนตั้งคำถามถึงสังคม
ชื่อเรื่อง: Ten Years Thailand (เท็น เยียร์ ไทยแลนด์)
ประเภท: ดราม่า / ไซไฟ / รัฐศาสตร์
ผู้กำกับ: อาทิตย์ อัสสรัตน์, วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง, จุฬญาณนนท์ ศิริบูรณ์ และ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
นักแสดงนำ: สรรเสริญ พึ่งสมบัติ, บุญริทร์ เวียงนนท์, ศิริพันธ์ วัฒนจินดา
ความยาว: 1 ชั่วโมง 35 นาที

Sunset (โดย อาทิตย์ อัสสรัตน์): เรื่องราวของทหารที่เข้ามาตรวจหอศิลป์สะท้อนถึงการควบคุมเสรีภาพในแบบนิ่มนวล
Catopia (โดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง): นี่คือส่วนที่ถูกเรียกว่า “เมืองแมววิปลาส” เล่าถึงโลกที่มนุษย์กลายเป็นคนส่วนน้อยที่ต้องปลอมตัวอาศัยอยู่ท่ามกลาง “มนุษย์แมว” ที่ยึดครองสังคม หากถูกจับได้ว่าไม่ใช่พวกเดียวกันก็จะถูกกำจัดอย่างโหดเหี้ยม สะท้อนถึงการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในสังคมได้อย่างเจ็บแสบ
Planetarium (โดย จุฬญาณนนท์ ศิริบูรณ์): หนังแนวเซอร์เรียลที่พาทดลองโลกแห่งการโฆษณาชวนเชื่อที่ดูสดใสแต่แฝงความน่าสะพรึงกลัว
Song of the City (โดย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล): เล่าถึงความผ่อนคลายในสวนสาธารณะที่ถูกขนาบข้างด้วยสิ่งก่อสร้างและการเปลี่ยนแปลงของเมือง
ความโดดเด่นของเรื่องนี้คือการรวมตัวกันของ “ดรีมทีม” วงการหนังอินดี้ โดยเฉพาะ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง ที่เนรมิตโลกของ “Catopia” ออกมาได้ดูแปลกตาและเปี่ยมไปด้วยสัญลักษณ์ทางสังคม ขณะที่ อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล (เจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ) ก็ยังคงสไตล์การเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ทำให้หนังเรื่องนี้มีความหลากหลายของอารมณ์สูงมาก
IMDb: 6.1/10 (ผู้ชมส่วนใหญ่ประทับใจในความคิดสร้างสรรค์และความกล้าหาญของบท)
Rotten Tomatoes: 82% (Critics Score) – นักวิจารณ์ยกย่องว่าเป็นโปรเจกต์ที่สะท้อนภาพรวมของสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างดีเยี่ยม
มุมมองจาก movie24hd: เป็นหนังที่ต้อง “ตีความ” ครับ แต่อ่านง่ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะตอนเมืองแมวที่สื่อสารประเด็นความแตกแยกได้ชัดเจนและตื่นเต้นที่สุด
สำหรับผม Ten Years Thailand คือหนังที่ทำให้เราต้องหยุดคิดถึงสิ่งที่กำลังเป็นอยู่ปัจจุบันครับ ตอน “เมืองแมววิปลาส” ทำออกมาได้ดูสนุกและลุ้นระทึกเหมือนหนังระทึกขวัญ แต่ก็ทำให้เรารู้สึกหดหู่กับความจริงที่ว่าคนเราพร้อมจะกำจัดคนที่ “ต่าง” ได้เสมอ เป็นหนังไทยที่ควรค่าแก่การดูเพื่อให้เกิดบทสนทนาต่อยอดในสังคมครับ
Black Mirror (Series): ซีรีส์ที่เล่าถึงด้านมืดของเทคโนโลยีและอนาคตที่บิดเบี้ยว
The Lobster: เมื่อโลกบังคับให้คนต้องมีคู่ ถ้าไม่มีต้องกลายเป็นสัตว์ (สะท้อนสังคมคล้าย Catopia)
Ten Years (2015): ต้นฉบับเวอร์ชั่นฮ่องกงที่เป็นแรงบันดาลใจให้โปรเจกต์นี้
Q: ทำไมต้องเป็น “เมืองแมว”?
A: แมวในที่นี้เป็นสัญลักษณ์แทนกลุ่มคนที่มีความเชื่อเหมือนกัน ยึดถือพวกพ้อง และมองคนที่ไม่เหมือนตัวเองว่าเป็นตัวอันตรายหรือสิ่งแปลกปลอม เป็นการใช้สัญลักษณ์เพื่อลดทอนความเป็นมนุษย์ในทางศิลปะครับ
Q: หนังเรื่องนี้หาชมได้ที่ไหน?
A: สามารถตรวจสอบการรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทางแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งสายหนังรางวัล หรืออัปเดตข้อมูลได้ที่ https://movie24hd.net/
Q: หนังดูยากไหมสำหรับคนทั่วไป?
A: ใน 4 เรื่องนี้ จะมีทั้งเรื่องที่ดูง่ายและเรื่องที่ต้องใช้การตีความเชิงสัญลักษณ์ครับ แต่ละเรื่องมีความยาวไม่มาก ทำให้เราได้รับชมไอเดียใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่น่าเบื่อแน่นอนครับ