

เรื่องราวของสายลับสาวล่องหนจากต่างถิ่นต้องมารวมตัวกันทำภารกิจ เพราะพวกเธอมีเป้าหมายเป็นคนเดียวกัน โดยหน้าที่ของพวกเธอต้องแบกรับเอาความหวังของมวลมนุษยชาติเอาไว้ หากพวกเธอทำปฏิบัติการครั้งนี้ไม่สำเร็จ โลกอาจจะเลี่ยงไม่ให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ไปได้ จึงกลายมาเป็นภารกิจเชือดเฉือนระห่ำผสมความแซ่บในครั้งนี้ นี่คือหนังที่พิสูจน์ว่า “พลังหญิง” ในโลกของสายลับนั้นดุดันและชาญฉลาดไม่แพ้ใคร ก่อนจะไปเจาะลึกรายละเอียด อย่าลืมแวะไปอัปเดตลิสต์หนังแอ็กชันมันส์ๆ ได้ที่ movie24hd.net

ภาพยนตร์เรื่อง The 355 ของผู้กำกับ Simon Kinberg ไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่หนังสายลับสูตรสำเร็จทั่วไป แต่มันมีจุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจของ Jessica Chastain ที่อยากจะเห็นหนังรวมทีมสายลับหญิงที่มีความสมจริงและจริงจังเทียบเท่ากับแฟรนไชส์อย่าง Bourne หรือ Mission: Impossible
สิ่งที่ทำให้เนื้อเรื่องของ The 355 มีเสน่ห์คือการนำ “ขั้วอำนาจ” ที่ต่างกันมารวมตัวกัน หนังเล่าเรื่องของสายลับจากหน่วยงานที่ต่างกัน (CIA, MI6, BND, DNI และจิตแพทย์จากโคลอมเบีย) ที่ต้องละทิ้งทิฐิและความบาดหมางระหว่างประเทศเพื่อหยุดยั้งอาวุธเทคโนโลยีที่สามารถล่มระบบโลกได้
ความไหลลื่นของบท: แม้พล็อตเรื่องการกู้โลกจากฮาร์ดไดรฟ์มรณะจะเป็นอะไรที่เราคุ้นเคย แต่หนังทดแทนด้วย “ความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร” เราจะได้เห็นการปะทะกันทางอุดมการณ์ในช่วงแรก ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาไปสู่ความไว้เนื้อเชื่อใจ
จังหวะของเรื่อง: หนังมีการเดินเรื่องที่รวดเร็วมากครับ ฉากแอ็กชันสลับกับการวางแผนจารกรรมทำออกมาได้กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ มีการเดินทางไปทั่วโลกตั้งแต่ปารีส โมร็อกโก ไปจนถึงเซี่ยงไฮ้ ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้ออกผจญภัยไปกับพวกเธอจริงๆ
The 355 เลือกใช้งานภาพที่ดูสมจริง (Grit) มากกว่าภาพแนว Stylized ที่สวยหรูเกินไป
ฉากต่อสู้ประชิดตัว: นี่คือจุดเด่นครับ การออกแบบคิวบู๊ทำออกมาได้ดุดันและมีความ “สมจริง” ในแง่ของสรีระ เราจะได้เห็นพวกเธอใช้ไหวพริบและสิ่งของรอบตัวในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่า ฉากไล่ล่าในตลาดเมืองโมร็อกโกทำออกมาได้ลุ้นระทึกและกล้องมีความสั่นไหว (Handheld) เล็กน้อยเพื่อเพิ่มความกดดัน
โปรดักชั่นดีไซน์: การจัดแสงในฉากประมูลงานศิลปะที่เซี่ยงไฮ้ทำออกมาได้หรูหราและ Contrast กับฉากแอ็กชันดิบๆ ในช่วงแรกอย่างชัดเจน งานคอสตูมในเรื่องนี้ก็ต้องยกนิ้วให้ เพราะแต่ละชุดนอกจากจะสวยระดับแฟชั่นวีคแล้ว ยังต้องออกแบบมาให้ขยับตัวบู๊ได้จริงด้วย
นี่คือส่วนที่ “แข็งแกร่ง”ที่สุดของเรื่อง เพราะนักแสดงแต่ละคนมีดีกรีระดับชิงรางวัลใหญ่มาแล้วทั้งนั้น
Jessica Chastain (Mace): เธอคือเสาหลักของเรื่อง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเปราะบางของสายลับที่เสียสละชีวิตส่วนตัว
Diane Kruger (Marie): รับบทสายลับเยอรมันจอมขบถ เธอเท่มากครับ ฉากขี่มอเตอร์ไซค์และการแสดงออกทางสีหน้าที่ดูแข็งกร้าวทำให้ตัวละครนี้น่าเกรงขามที่สุดในทีม
Lupita Nyong’o (Khadijah): ในบทอดีตสายลับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที เธอคือสมองของทีมและเป็นตัวละครที่คอยดึงสติเพื่อนๆ
Penélope Cruz (Graciela): เป็นตัวละครที่ต่างจากคนอื่น เพราะเธอไม่ใช่สายลับภาคสนามแต่เป็นจิตแพทย์ ความกลัวและความเป็นมนุษย์ที่เธอถ่ายทอดออกมาช่วยให้คนดูเข้าถึงอารมณ์ของเรื่องได้ง่ายขึ้น
Fan Bingbing (Lin Mi Sheng): การปรากฏตัวของเธอคือจุดเปลี่ยนสำคัญ (Game Changer) ของทีม เธอมาพร้อมกับความลึกลับและศิลปะการต่อสู้ที่สง่างามแต่เฉียบคม
| แหล่งรีวิว | คะแนน / ความคิดเห็น |
| IMDb | 5.6/10 – “หนังแอ็กชันที่ดูสนุกและมีการแสดงที่ยอดเยี่ยมของทีมนักแสดงนำ” |
| Rotten Tomatoes | Audience Score 86% – “ผู้ชมส่วนใหญ่ประทับใจในเคมีของนักแสดงและฉากบู๊ที่สะใจ” |
| Movie24hd Score | 7.8/10 – ในแง่ของความบันเทิงและการนำเสนอพลังหญิงในรูปแบบใหม่ |
คือภาพยนตร์ที่มอบความสนุกได้อย่างเต็มที่ครับ แม้บทหนังอาจจะดำเนินตามขนบหนังสายลับไปบ้าง แต่ด้วยฝีมือการแสดงระดับเกรด A ของเหล่านักแสดงนำ และงานสร้างที่ประณีต ทำให้หนังเรื่องนี้มีความ “พิเศษ” กว่าหนังแอ็กชันทั่วไป เป็นการประกาศศักดาว่าผู้หญิงก็สามารถกู้โลกได้ด้วยความแกร่งและสติปัญญาครับ