

2492 ซานตาโรซา แคลิฟอร์เนีย ช่างตัดผมที่พูดน้อยและสูบบุหรี่เป็นลูกโซ่ที่มีซุ้มประตูล้มเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่พยายามจะหนีจากชีวิตที่น่าเบื่อหน่าย เป็นเรื่องราวของการล่วงประเวณีที่น่าสงสัย, แบล็กเมล์, การเล่นผิดกติกา, ความตาย, การเยาะเย้ยในเมืองซาคราเมนโต, การเหยียดเชื้อชาติ, การคิดค้นวีรบุรุษสงคราม, โกนขา, นักเล่นเปียโน gamine, มนุษย์ต่างดาว และหลักการที่ไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก เอ็ด เครน ตัดผมในร้านสะใภ้ของเขา ภรรยาของเขาดื่มเหล้าและอาจกำลังมีชู้กับบิ๊กเดฟเจ้านายของเธอซึ่งมีเงิน 10,000 ดอลลาร์เพื่อลงทุนในห้างสรรพสินค้าแห่งที่สอง เอ็ดมีโอกาสสร้างรายได้จากการซักแห้ง แบล็กเมล์และการลงทุนเป็นโอกาสของเขาที่จะเป็นมากกว่าผู้ชายที่ไม่มีใครสังเกตเห็น นั่งบนเก้าอี้และฟัง movie24hd.net!

The Man Who Wasn’t There พาเราย้อนกลับไปในปี 1949 เล่าเรื่องผ่านสายตาของ Ed Crane ช่างตัดผมผู้แสนจืดชืดและเงียบขรึม สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของเนื้อเรื่องภาคนี้ไม่ใช่ “ใครเป็นฆาตกร” แต่มันคือการสำรวจสภาวะ “การไม่มีตัวตน” ของมนุษย์คนหนึ่งท่ามกลางสังคมที่วุ่นวาย
บทภาพยนตร์ของพี่น้อง Coen ในเรื่องนี้มีความเป็นอัตถิภาวนิยม (Existentialism) สูงมากครับ ตัวละคร Ed Crane คือตัวแทนของคนที่ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามกระแสน้ำ จนกระทั่งเขาตัดสินใจขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อหวังจะเปลี่ยนอนาคต แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโดมิโน่แห่งความซวยที่ล้มทับชีวิตเขาอย่างไม่หยุดยั้ง สิ่งที่ผมประทับใจมากคือการใช้บทบรรยาย (Voiceover) ที่นิ่งเรียบ มันทำให้เราเหมือนได้เข้าไปนั่งอยู่ในหัวของคนที่ดูเหมือนจะไม่มีความรู้สึก แต่จริง ๆ แล้วเขากำลังตั้งคำถามกับพระเจ้า วิทยาศาสตร์ และความหมายของการดำรงอยู่ หนังเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่หนังแนวสืบสวน แต่มันคือหนังปรัชญาที่สวมหน้ากากหนังอาชญากรรมครับ
หากจะพูดถึงหนังเรื่องนี้ แล้วไม่พูดถึงงานภาพของ Roger Deakins (ผู้กำกับภาพระดับตำนาน) ถือว่าผิดมหันต์ครับ! เพราะงานภาพในเรื่องนี้คือเหตุผลหลักที่ทำให้มันกลายเป็นหนังคลาสสิก
หนังเลือกถ่ายทำเป็นสีขาวดำ (Black & White) ตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อความเท่ แต่มันคือการสดุดีหนังนัวร์ยุค 40s-50s แสงที่สาดส่องผ่านมู่ลี่ไม้ไผ่ เงาของควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้ง และแววตาที่สะท้อนแสงไฟ ทุกเฟรมภาพถูกจัดวางอย่างประณีตราวกับภาพถ่ายศิลปะ การไม่มี “สี” ช่วยให้คนดูโฟกัสที่ “อารมณ์” และ “พื้นผิว” (Texture) ได้ดีขึ้นมากครับ เราจะรู้สึกถึงความสากของเส้นผม ความเย็นเยียบของใบมีดโกน และความอ้างว้างของท้องถนนยามค่ำคืน นี่คืองานภาพที่ได้รับรางวัลและคำชมจากทั่วโลก ซึ่งเพื่อน ๆ ต้องไปสัมผัสด้วยตาตัวเองที่ movie24hd.net ครับ
นี่คือบทบาทที่ดีที่สุดในชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ครับ Billy Bob แสดงเป็นคนที่ “แทบไม่แสดงความรู้สึก” ออกมาเลยทางสีหน้า แต่เขากลับสื่อสารทุกอย่างผ่านแววตาและการสูบบุหรี่ การนิ่งเฉยของเขาคือการแสดงระดับเทพที่ทำให้คนดูลุ้นว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ความเงียบของเขามันทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกนด่าทอเสียอีก
Frances (ภรรยาของ Joel Coen) รับบทภรรยาที่มีความลับซ่อนอยู่ได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วน James Gandolfini (จาก The Sopranos) ก็แสดงเป็นชู้รักที่มีความมั่นใจล้นเหลือแต่ลึก ๆ กลับเปราะบาง การปะทะบทบาทของนักแสดงรุ่นใหญ่เหล่านี้ทำให้ทุกฉากที่มีบทสนทนามีความ “เข้มข้น” จนแทบหยุดหายใจ
หนังเรื่องนี้อาจจะดูนิ่งและช้า (Slow Burn) แต่ได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์สายศิลปะอย่างล้นหลาม:
Rotten Tomatoes: ฝั่งนักวิจารณ์ให้คะแนน 81% (Certified Fresh) โดยระบุว่าเป็นหนังที่ “มีสไตล์และมีความหมายลึกซึ้งที่สุดของพี่น้อง Coen”
IMDb: คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5/10 ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับหนังแนวอินดี้ฟิล์มนัวร์
Metacritic: ได้รับคะแนน 73/100 โดยชมเรื่องการกำกับภาพและการแสดงนำ
เสพสุนทรียภาพทางการเห็น: สำหรับใครที่เรียนด้านศิลปะหรือการถ่ายภาพ หนังเรื่องนี้คือ “ตำราเรียน” ชั้นดี
เรื่องราวที่คาดไม่ถึง: แม้จะดูเหมือนหนังเรียบ ๆ แต่จุดหักมุมและเหตุการณ์ประหลาด ๆ (ตามสไตล์พี่น้อง Coen) จะทำให้คุณต้องอ้าปากค้าง
การวิพากษ์สังคม: หนังจิกกัดความฝันของอเมริกันชน (American Dream) และการตัดสินคนจากภายนอกได้อย่างเจ็บแสบ
ถ้าคุณประทับใจในสไตล์ของเรื่องนี้ ลองหาเรื่องเหล่านี้มาดูต่อครับ:
Fargo (1996): อีกหนึ่งผลงานระดับท็อปของพี่น้อง Coen ที่เล่นกับความซวยและคดีฆาตกรรม
No Country for Old Men (2007): ความเงียบที่กดดันและชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
Double Indemnity (1944): ต้นฉบับหนังนัวร์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เรื่องนี้
The Man Who Wasn’t There (2001) คือภาพยนตร์ที่สอนให้เรารู้ว่า บางครั้งสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่การทำผิดกฎหมาย แต่มันคือการเป็น “คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร” จนกระทั่งเราพยายามจะพิสูจน์ว่าเรามีตัวตน และนั่นอาจนำมาซึ่งหายนะที่เราไม่เคยคาดคิด ถ้าคุณอยากสัมผัสหนังที่ทำให้คุณต้องนั่งนิ่ง ๆ หลังดูจบเพื่อใคร่ครวญถึงชีวิต นี่คือหนังที่คุณ “ต้องดู” ได้ที่ movie24hd.netครับ!