

หลังสงครามครั้งใหญ่ ญี่ปุ่นถูกแบ่งออกเป็นเหนือและใต้ เด็กหนุ่ม 2 คน ฮิโรกิและทาคุยะได้ร่วมกันสร้างเครื่องบินเล็กขึ้นมาลำหนึ่งเพื่อที่จะบินไปยังหอคอยสูงเสียดฟ้าที่อีกฝั่งของพรมแดน โดยมีเด็กสาวชื่อซายูริเป็นคนคอยให้กำลังใจ แต่ความฝันนั้นก็หยุดชะงักลงและทั้งสามคนต่างก็แยกย้ายกันไป จนวันหนึ่งซายูริได้กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา พวกเขาจึงต้องรื้อฟื้นความฝันเดิมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง movie24hd.net

The Place Promised in Our Early Days ไม่ใช่อนิเมะรักวัยใสธรรมดา แต่มันคือการผสมผสานระหว่าง “ความรักระยะไกล” กับ “นิยายวิทยาศาสตร์ (Sci-Fi)” และ “การเมืองโลกคู่ขนาน” ได้อย่างน่าอัศจรรย์
หัวใจหลักของเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสงครามระหว่างเหนือกับใต้ แต่เป็นเรื่องของ “คำสัญญา” ระหว่างเด็ก 3 คน หนังนำเสนอความรู้สึกถวิลหา (Nostalgia) ได้อย่างรุนแรงมากครับ การที่ตัวละครต้องแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางที่ต่างกัน แต่มียังมี “หอคอยสีขาว” ลึกลับตั้งตระหง่านอยู่ที่เส้นขอบฟ้า เป็นตัวแทนของความฝันที่ยังไม่เป็นจริง
บทหนังเล่นกับความรู้สึก “ขาดหาย” (Loss) ได้อย่างละเมียดละไม เราจะได้เห็นว่ากาลเวลาเปลี่ยนเด็กชายที่เต็มไปด้วยความฝัน ให้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่แบกรับความเหงาไว้เต็มอก หนังไม่ได้บอกเราตรงๆ ว่าต้องรู้สึกอย่างไร แต่มันใช้บรรยากาศและบทสนทนาที่น้อยแต่มาก (Minimalist) ในการดึงอารมณ์ร่วมของคนดูออกมา
ถ้าจะพูดถึงงานภาพของ มาโกโตะ ชินไก ในยุคนั้น ต้องบอกว่าเป็น “การปฏิวัติวงการ” เลยก็ว่าได้ครับ แม้จะเป็นผลงานยาวเรื่องแรกๆ ของเขา แต่รายละเอียดกลับสูงจนน่าตกใจ
ไม่มีใครวาดท้องฟ้าได้กินใจเท่าชินไกอีกแล้ว ในเรื่องนี้เราจะได้เห็นการเล่นกับแสงยามเย็น (Golden Hour) ที่สื่อถึงความหวังที่กำลังจะหมดไป หรือแสงสะท้อนบนรางรถไฟที่สื่อถึงทางแยกของชีวิต ทุกเฟรมภาพสามารถแคปเจอร์มาทำเป็นวอลเปเปอร์ได้เลยครับ
ความพิเศษของภาคนี้คือการใส่รายละเอียดของ “เครื่องจักร” และ “เครื่องบิน” ที่มีความสมจริงตัดกับท้องฟ้าที่ฟุ้งฝัน มันทำให้เรารู้สึกถึงความขัดแย้งระหว่าง “เทคโนโลยีที่ทำลายล้าง” กับ “หัวใจที่โหยหาความสงบ” ได้อย่างชัดเจน
ในโลกของอนิเมะ การแสดงผ่านเสียงคือหัวใจสำคัญ และทีมพากย์ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นทำหน้าที่ได้ไร้ที่ติครับ
Hidetaka Yoshioka (รับบท Hiroki): ถ่ายทอดเสียงของชายหนุ่มที่จมอยู่กับอดีตได้อย่างหม่นหมองแต่มีความมุ่งมั่น ทุกคำพูดของเขาดูมีความเหนื่อยล้าของชีวิตผู้ใหญ่ที่พยายามจะกลับไปเป็นเด็กเพื่อรักษาสัญญา
Masato Hagiwara (รับบท Takuya): เป็นตัวแทนของความจริงจังและการยอมรับโลกความเป็นจริง เสียงของเขาสะท้อนถึงความขัดแย้งภายในใจระหว่างมิตรภาพกับหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม
Nanoka Hara (รับบท Sayuri): แม้ตัวละครนี้จะหลับใหลอยู่ในความฝันเป็นส่วนใหญ่ แต่เสียงพากย์ในฉากที่เธอสื่อสารผ่านจิตใจนั้นมีความเปราะบางและน่าทะนุถนอมมาก
แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน แฟนหนังทั่วโลกยังคงให้การยอมรับอย่างสูง:
IMDb: ให้คะแนนที่ 6.9/10 (ส่วนใหญ่นักวิจารณ์ชื่นชมงานภาพที่ก้าวข้ามยุคสมัย)
Rotten Tomatoes: ฝั่งนักวิจารณ์ให้คะแนนความสดใหม่ที่สูงมาก โดยระบุว่า “นี่คืออนิเมะที่พิสูจน์ว่า มาโกโตะ ชินไก คือผู้สืบทอดจิตวิญญาณของ Miyazaki แต่ในรูปแบบที่ทันสมัยและหม่นกว่า”
MyAnimeList: ได้รับคะแนนรีวิวสูงในหมวดหมู่ Sci-Fi Drama โดยแฟนๆ ยกให้เป็นหนังที่ “เหงาที่สุดเท่าที่เคยดูมา”
เสพงานศิลป์: เพื่อดูว่าก่อนจะมี Your Name มาโกโตะ ชินไก ฝึกฝนการใช้แสงและสีอย่างไร
เข้าถึงปรัชญา: หนังจะทำให้คุณย้อนกลับมาถามตัวเองว่า “คำสัญญาในวัยเด็กของคุณ ยังเหลืออยู่กี่อย่างที่ทำสำเร็จ?”
ดนตรีประกอบสุดเหงา: เพลงประกอบโดย Tenmon ที่ใช้ไวโอลินเป็นตัวเล่าเรื่อง จะทำให้คุณน้ำตาซึมโดยไม่รู้ตัว
ถ้าคุณชอบความละเมียดละไมแบบนี้ ลองหาเรื่องเหล่านี้มาดูต่อใน movie24hd.net นะครับ:
5 Centimeters per Second (2007): ความเหงาระดับสูงสุดจากผู้กำกับคนเดียวกัน
Children Who Chase Lost Voices (2011): การผจญภัยในโลกแฟนตาซีที่แฝงเรื่องการลาจาก
The Garden of Words (2013): ความงดงามของสายฝนและความสัมพันธ์ที่พูดไม่ได้
The Place Promised in Our Early Days คือจดหมายรักถึงความฝันในวัยเยาว์ มันเตือนใจเราว่าโลกอาจจะกว้างใหญ่และวุ่นวายจนเราหลงทาง แต่ถ้าเรามี “ที่แห่งสัญญา” ให้กลับไป หรือมีใครบางคนที่ยังรอคอยเราอยู่ ความหมายของการมีชีวิตอยู่ก็ยังคงงดงามเสมอ หากคุณต้องการเสพอรรถรสของภาพยนตร์ที่มากกว่าแค่ความสนุก แต่ต้องการความประทับใจที่ติดตาตรึงใจไปนานแสนนาน เรื่องนี้คือ “Must Watch” ครับ! ติดตามรีวิวเจาะลึกแบบนี้ได้ที่ movie24hd.net