

ในปี 1961 ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในคองโกหลังการประกาศเอกราช ผู้กองแพท ควินแลน นำกองร้อยทหารไอริช (กองพันที่ 35) จำนวน 150 นาย ภายใต้ธงสหประชาชาติ (UN) ไปประจำการที่เมือง จาด็อทวิลล์ เพื่อรักษาความสงบและปกป้องประชากรในพื้นที่เหมืองแร่ที่อุดมสมบูรณ์ ทว่าพวกเขากลับถูกล้อมกรอบโดยกองกำลังทหารรับจ้างชาวฝรั่งเศสและเบลเยียมที่จ้างโดยนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 3,000 นาย พร้อมอาวุธหนักและแรงสนับสนุนจากเครื่องบินรบ ควินแลนและลูกน้องที่ “ไม่เคยผ่านสมรภูมิรบจริง” มาก่อน ต้องยืนหยัดต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลา 6 วันโดยไร้การสนับสนุนจาก UN ที่ติดขัดด้านการเมือง พวกเขาใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและหัวใจนักสู้ต้านทานการบุกโจมตีระลอกแล้วระลอกเล่าในสมรภูมิที่ดูเหมือนจะไม่มีทางชนะ เพื่อรักษาชีวิตของพี่น้องทหารทุกคนให้ได้ รับชมหนัง The Siege of Jadotville ได้ที่ movie24hd

ชื่อภาษาอังกฤษ: The Siege of Jadotville
ชื่อภาษาไทย: จาด็อทวิลล์ สมรภูมิแผ่นดินเดือด
แนวภาพยนตร์: สงคราม (War), ดราม่า (Drama), ประวัติศาสตร์ (History)
ผู้กำกับ: ริชชี่ สมิธ (Richie Smyth)
ความยาว: 108 นาที
ประเทศต้นกำเนิด: ไอร์แลนด์ / แอฟริกาใต้
ปีที่ออกฉาย: 7 ตุลาคม 2016
ค่ายภาพยนตร์: Parallel Films / Netflix
ความสมจริงทางยุทธวิธี: หนังได้รับคำชมอย่างมากในการนำเสนอการรบแบบตั้งรับ การบริหารกระสุน และการใช้ภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์ ซึ่งดูสมจริงและไม่เกินจริง
การตีแผ่แง่มุมการเมือง: หนังไม่ได้โชว์แค่ฉากยิงกัน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวขององค์กรระหว่างประเทศและการใช้ทหารเป็นเบี้ยล่างทางการเมือง
การแสดงของ เจมี่ ดอร์แนน: สลัดภาพลักษณ์หนุ่มเจ้าเสน่ห์จากเรื่องอื่น มาเป็นผู้บังคับบัญชาที่เยือกเย็น ฉลาด และรักลูกน้องได้อย่างน่าเชื่อถือ
เรื่องจริงที่ถูกลืม: นี่คือภาพยนตร์ที่กอบกู้เกียรติยศให้กับทหารกองร้อย A ของไอร์แลนด์ ซึ่งในความเป็นจริงพวกเขาไม่ได้รับการยกย่องเมื่อกลับบ้านเนื่องจากเหตุผลทางการเมืองในสมัยนั้น
เจมี่ ดอร์แนน (Jamie Dornan): รับบท ผู้กองแพท ควินแลน
กีโยม กาเนต์ (Guillaume Canet): รับบท เรอเน ฟอล์กเกส (ผู้นำทหารรับจ้างฝ่ายตรงข้าม)
มาร์ค สตรอง (Mark Strong): รับบท คอนอร์ ครูซ โอไบรอัน (ตัวแทน UN)
เจสัน โอมาลา (Jason O’Mara): รับบท สิบเอกแจ็ค เพรนเดอร์กาสต์
ริชชี่ สมิธ: ผู้กำกับ (ผู้กำกับมิวสิกวิดีโอชื่อดังที่เปิดตัวภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกได้อย่างยอดเยี่ยม)
13 Hours (2016): การยืนหยัดต่อสู้ของคนจำนวนน้อยในพื้นที่ล้อมกรอบที่ถูกทอดทิ้งจากเบื้องบน
Black Hawk Down (2001): สมรภูมิในแอฟริกาที่การวางแผนเกิดความผิดพลาดจนทหารต้องสู้เพื่อเอาชีวิตรอด
We Were Soldiers (2002): ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชาและลูกน้องในสมรภูมิที่ถูกล้อมด้วยศัตรูจำนวนมหาศาล
Lone Survivor (2013): หากคุณชอบเรื่องราวของทหารหน่วยเล็กๆ ที่ต้องสู้สุดใจในดินแดนศัตรู
Q: เหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงกี่เปอร์เซ็นต์?
A: สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 1961 ครับ รายละเอียดการรบส่วนใหญ่ตรงตามบันทึก รวมถึงความจริงที่ว่า “ไม่มีทหารไอริชเสียชีวิตเลยแม้แต่นายเดียว” ในการรบครั้งนั้นครับ
Q: ทำไมทหารกลุ่มนี้ถึงไม่ได้รับการยกย่องหลังจากจบสงคราม?
A: ในยุคนั้น UN และรัฐบาลไอร์แลนด์มองว่าการยอมจำนน (หลังจากกระสุนหมด) เป็นเรื่องน่าอับอายทางการเมือง พวกเขาจึงถูกละเลยและไม่ได้รับเหรียญกล้าหาญจนกระทั่งปี 2005-2017 ครับ
Q: อาวุธในเรื่องยุคปี 60 ดูน่าสนใจมาก มีกระบอกไหนเด่นๆ บ้าง?
A: จะเห็นปืนเล็กยาว FN FAL (ฉบับไอริช) และปืนกล Vickers ที่เป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันฐาน ซึ่งหนังทำรายละเอียดออกมาได้เป๊ะมากครับ
ภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ Netflix Original สามารถรับชมความละเอียดสูง 4K UHD พร้อมพากย์ไทยและคำบรรยายไทยได้ทางแพลตฟอร์ม movie24hd ทั่วโลก เป็นภาพยนตร์ที่คอสงครามตัวจริงไม่ควรพลาด คุณอยากให้ผมสรุป “กลยุทธ์การรบที่ผู้กองควินแลนใช้รับมือทหารรับจ้าง” หรือสนใจให้แนะนำ “หนังสงครามที่สร้างจากเรื่องจริง” เรื่องอื่นเพิ่มเติมไหมครับ?