

เอ็ม. ไนท์ ชยามาลาน (จาก The Sixth Sense, Signs และ Unbreakable) กลับมาอีกครั้ง โดยรับหน้าที่เขียนบท กำกับ และร่วมสร้างภาพยนตร์ The Visit กับ เจสัน บลัม (จากแฟรนไชส์ Paranormal Activity, The Purge และ Insidious) ชยามาลาน กลับมาพร้อมเรื่องราวสุดระทึกของสองพี่น้องที่เดินทางไปเยี่ยมตาและยายที่เพนซิลวาเนียในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อทั้งคู่พบว่าตาและยายมีบางอย่างที่ผิดปกติ และอาจไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย

การกลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งของ M. Night Shyamalan ในเรื่อง คือข้อพิสูจน์ว่า “ความกลัวที่ใกล้ตัวที่สุด คือความกลัวที่น่ากลัวที่สุด” หนังเรื่องนี้ไม่ได้ใช้ภูตผีปีศาจจากนรก แต่ใช้ “พฤติกรรมมนุษย์” ที่ผิดเพี้ยนมาเขย่าขวัญสั่นประสาทคนดูได้อย่างอยู่หมัด ผ่านมุมกล้องแบบ Found Footage ที่ทำให้เราเหมือนเข้าไปติดอยู่ในบ้านหลังนั้นจริงๆ
เสน่ห์ของเนื้อเรื่องใน คือการสร้างสภาวะ “Gaslighting” หรือการทำให้ตัวเอก (และคนดู) สงสัยในวิจารณญาณของตัวเอง หนังเล่าเรื่องผ่านเลนส์กล้องของพี่น้องสองคนคือ เบคก้า และ ไทเลอร์ ที่ตั้งใจไปทำสารคดีเกี่ยวกับตา-ยายที่พวกเขาไม่เคยเจอหน้า บทหนังมีความฉลาดมากในการวาง “เงื่อนไข” เช่น ตาและยายมีพฤติกรรมแปลกๆ ในตอนกลางคืน (Sundowning) ซึ่งเป็นอาการของผู้สูงอายุที่เป็นโรคอัลไซเมอร์หรือสมองเสื่อม ความอัจฉริยะตรงนี้ทำให้คนดูพยายามหาเหตุผลมาซัพพอร์ตความน่ากลัวที่เกิดขึ้น ว่ามันคือ “อาการป่วย” หรือ “ความตั้งใจ” กันแน่? ความคลุมเครือนี้เองที่บีบคั้นอารมณ์คนดูให้ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดหักมุมที่ทำให้คนดูต้องอ้าปากค้าง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ movie24hd ขอยกนิ้วให้ว่าทำออกมาได้เฉียบคมและสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ในยุคที่หนังแนวถือกล้องถ่าย (Found Footage) เริ่มเกร่อและน่าเบื่อ กลับทำออกมาได้ดูดีมีสไตล์:
การใช้ “กล้องสองตัว”: เนื่องจากตัวเอกต้องการทำสารคดี หนังจึงมีเหตุผลรองรับว่าทำไมภาพถึงดูชัดและมีการจัดองค์ประกอบที่ดี (Composition) ในบางฉาก ไม่ใช่แค่กล้องสั่นส่ายไปมาจนเวียนหัว
มุมอับและการซ่อนเร้น: หนังเก่งมากในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ในบ้านหลังเก่า มุมมืดใต้ถุนบ้าน หรือฉากที่เด็กๆ เล่นซ่อนแอบแล้วเจอคุณยายคลานไล่กวด การวางตำแหน่งกล้องในที่แคบช่วยสร้างสภาวะ “ที่ปิดตาย” (Claustrophobia) ได้อย่างยอดเยี่ยม
Visual Storytelling: ภาพที่สั่นไหวในยามค่ำคืนสื่อถึงความไม่มั่นคงในจิตใจของตัวละครได้ดีกว่าคำพูดหมื่นคำ
จุดที่ทำให้ กลายเป็นหนังขึ้นหิ้งคือการคัดเลือกนักแสดง:
Deanna Dunagan (คุณยาย): การแสดงของเธอคือ “ที่สุด” ของความสยอง เธอสามารถเปลี่ยนจากคุณยายใจดีที่ทำพายให้หลานกิน กลายเป็นหญิงคลั่งที่ตะกุยฝาผนังได้อย่างน่าขนลุก สายตาที่ว่างเปล่าและรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวของเธอคือสิ่งที่ติดตาคนดูไปอีกนาน
Ed Oxenbould (ไทเลอร์): หนุ่มน้อยแร็ปเปอร์ฝึกหัดที่มาช่วยลดทอนความเครียดด้วยมุกตลก แต่เมื่อต้องเข้าฉากเผชิญหน้ากับความตาย เขาก็ถ่ายทอดความหวาดกลัวออกมาได้สมจริงจนเราอยากจะเข้าไปช่วย
Olivia DeJonge (เบคก้า): แสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะเป็นผู้ใหญ่และรักษาความเยือกเย็น ซึ่งเป็นตัวเชื่อมโยงทางอารมณ์ที่แข็งแรงระหว่างคนดูกับเหตุการณ์ในเรื่อง
สำหรับแอดมิน ไม่ใช่แค่หนังผีสยองขวัญ แต่มันคือการสำรวจความกลัวต่อ “ความชรา” และ “การถูกทอดทิ้ง” หนังซ่อนประเด็นเรื่องความผิดพลาดในอดีตของครอบครัวไว้ได้อย่างแนบเนียน เป็นหนังที่ดูจบแล้วความรู้สึกยังไม่จบ มันมีความขยะแขยง ความกลัว และความเศร้าปนเปกันไปหมด
คำเตือนจากแอดมิน: อย่ามองเข้าไปในเตาอบนานเกินไป… ถ้าคุณยังไม่ได้ดู คุณกำลังพลาดหนึ่งในหนังหักมุมที่สนุกที่สุดในรอบ 10 ปี!
สรุปภาพรวม: คือผลงานที่แฟนหนัง Thriller ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ทั้งบทภาพยนตร์ที่แข็งแรง งานภาพที่ชวนลุ้น และการแสดงระดับพระกาฬ อย่าลืมกดติดตาม YouTube malagorman, GreaterThanStudio และ DooaraiD555 เพื่อรับชมสปอยหนังและบทวิเคราะห์เด็ดๆ นะครับ และถ้าอยากดูหนังใหม่ชนโรง เข้ามาที่ movie24hd.net ได้เลย!