

Tommy Boy (1995) ทอมมี่ บอย ลูกพ่อก็คนเก่ง Tommy Callahan Jr. เป็นคนฉลาดเฉลียวและเงอะงะที่เพิ่งจบการศึกษาวิทยาลัยหลังจากเข้าเรียนเป็นเวลาเจ็ดปี Big Tom Callahan พ่อของเขาเป็นเจ้าของโรงงานชิ้นส่วนรถยนต์ในโอไฮโอ เมื่อทอมมี่กลับมาถึงบ้าน เขาพบว่าเขามีตำแหน่งที่โรงงานรอเขาอยู่ พ่อของเขายังแนะนำให้ทอมมี่รู้จักกับแผนกผ้าเบรกใหม่ของโรงงาน และแม่เลี้ยงของทอมมี่ที่กำลังจะเป็นอย่าง เบเวอร์ลี และพอล ลูกชายของเธอ แต่เมื่อบิ๊กทอมเสียชีวิต โรงงานก็ขู่ว่าจะล่ม เว้นแต่จะขายผ้าเบรคใหม่ ดังนั้น ทอมมี่จึงต้องออกไปขายของตามท้องถนน พร้อมกับความช่วยเหลือจากริชาร์ด มือขวาของบิ๊กทอม ทอมมี่จะช่วยบริษัท หรือโรงงาน และเมืองจะล่มสลายหรือไม่?
ถ้าพูดถึงหนังตลกยุค 90s ที่ดูแล้วอิ่มใจและหัวเราะจนปวดท้อง ต้องติดโผแน่นอนครับ หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่การตลกร้ายหรือมุกตลกสังขาร แต่ยังสอดแทรกเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกและการพิสูจน์ตัวเองที่กินใจสุดๆ
ชื่อเรื่อง: Tommy Boy (ทอมมี่ บอย ลูกพ่อก็คนเก่ง)
ผู้กำกับ: Peter Segal (ผู้กำกับ 50 First Dates)
นักแสดงนำ: Chris Farley, David Spade, Brian Dennehy, Rob Lowe
ความยาว: 1 ชั่วโมง 37 นาที
ประเภท: Comedy, Adventure
ทอมมี่ คัลลาแฮน (Chris Farley) ชายหนุ่มร่างอ้วนอารมณ์ดีที่ใช้เวลาเรียนมหาวิทยาลัยถึง 7 ปีจนจบ เขาเดินทางกลับบ้านเพื่อมารับช่วงต่อธุรกิจโรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ของพ่อผู้เป็นที่รัก แต่โชคร้ายที่พ่อของเขาเสียชีวิตกะทันหันในวันแต่งงานใหม่ ทำให้โรงงานตกอยู่ในวิกฤตและเสี่ยงต่อการถูกขายทอดตลาด
ทอมมี่ต้องร่วมมือกับ ริชาร์ด (David Spade) พนักงานหนุ่มผู้เคร่งครัดและขี้รำคาญ ทั้งคู่ต้องออกเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อขายสินค้าให้ได้ตามเป้าเพื่อพยุงกิจการไว้ ระหว่างทางพวกเขาต้องเจอทั้งความซุ่มซ่ามของทอมมี่ การหักหลังของแม่เลี้ยงใจร้าย และแผนการร้ายของลูกชายแม่เลี้ยง (รับบทโดย Rob Lowe) ทอมมี่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้หรือไม่ว่าเขาคือ “ลูกพ่อที่เก่งจริง” ไม่ใช่แค่ตัวตลก!

Chris Farley (รับบท ทอมมี่): พลังการแสดงของเขาล้นเหลือมาก มุกตลกทางกายภาพ (Slapstick) ของเขาถือเป็นเอกลักษณ์ที่หาใครเลียนแบบได้ยาก
David Spade (รับบท ริชาร์ด): คู่หูที่เคมีเข้ากันสุดๆ การโต้ตอบแบบ “คนตลกกับคนจริงจัง” ทำให้หนังสนุกขึ้นเป็นเท่าตัว
Peter Segal (ผู้กำกับ): คุมจังหวะหนังได้ดีมาก เปลี่ยนจากฉากฮาๆ มาเป็นฉากซึ้งๆ ได้อย่างแนบเนียน
IMDb: 7.1/10 – ถือเป็นคะแนนที่สูงมากสำหรับหนังแนวคอมเมดี้ ผู้ชมทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นผลงานที่ดีที่สุดของ Chris Farley
Rotten Tomatoes: 41% (Critics) / 90% (Audience) – จะเห็นได้ชัดเลยครับว่าเหล่านักวิจารณ์อาจจะไม่ปลื้มมุกตลกดิบๆ แต่สำหรับ “คนดู” ทั่วไป หนังเรื่องนี้คือสมบัติล้ำค่าที่หยิบมาดูเมื่อไหร่ก็มีความสุข
Tommy Boy คือนิยามของคำว่า “อย่าตัดสินหนังสือที่หน้าปก” ครับ ทอมมี่อาจจะดูเหมือนคนไม่เอาถ่าน แต่เขามี “หัวใจ” ที่ยิ่งใหญ่และความจริงใจที่ซื้อใจลูกค้าได้ หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความเก่งไม่ได้วัดกันที่ใบปริญญา แต่อยู่ที่ความมุ่งมั่นและความซื่อสัตย์ ใครที่กำลังเหนื่อยจากงาน มาดูทอมมี่แล้วคุณจะมีพลังใจขึ้นเยอะเลยครับ!
Black Sheep (1996): อีกหนึ่งผลงานที่ Chris Farley และ David Spade กลับมาเจอกันอีกครั้ง
Dumb and Dumber (1994): หนังคู่หูสุดฮาที่เน้นความตลกโปกฮาและการเดินทาง Road Trip
ดูหนัง Tommy Boy พากย์ไทยได้ที่ไหน?
หนังเรื่องนี้เหมาะกับเด็กไหม?
ทำไม Chris Farley ถึงดังมากจากเรื่องนี้?