

ความลับดำมืดจากอดีตถูกเปิดเผย เมื่อมนุษยชาติพบว่าการแข่งขันไปดวงจันทร์ของสหรัฐฯ และโซเวียตในปี 1969 แท้จริงแล้วคือภารกิจสำรวจยานอวกาศของชาวไซเบอร์ทรอนที่ตกลงบนด้านมืดของดวงจันทร์ ยานลำนั้นบรรทุกเทคโนโลยีสำคัญที่สามารถช่วยฟื้นฟูดาวบ้านเกิดของเหล่าหุ่นยนต์ได้ ในยุคปัจจุบัน แซม วิทวิคกี้ ที่กำลังเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานและมีแฟนใหม่ชื่อ คาร์ลี่ ต้องกลับเข้าไปพัวพันกับสงครามอีกครั้ง เมื่อ ออพติมัส ไพรม์ พบว่าอดีตผู้นำของเขา เซนทิเนล ไพรม์ ยังมีชีวิตอยู่และถูกแช่แข็งอยู่ในยานบนดวงจันทร์ ออพติมัสจึงนำเซนทิเนลกลับมาฟื้นคืนชีพ แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันเมื่อพบว่าเซนทิเนลแอบทำข้อตกลงลับกับ เมกะทรอน เพื่อย้ายดาวไซเบอร์ทรอนมายังวงโคจรของโลก โดยใช้มนุษย์เป็นแรงงานทาส เหล่าออโต้บอทส์ถูกเนรเทศออกนอกโลกและถูกลอบโจมตี จนนำไปสู่สงครามล้างเมืองครั้งใหญ่ที่ชิคาโก ซึ่งเป็นสมรภูมิสุดท้ายที่จะตัดสินว่าเผ่าพันธุ์ใดจะอยู่รอด
ชื่อภาษาอังกฤษ: Transformers: Dark of the Moon
แนวภาพยนตร์: แอ็คชั่น (Action), ไซไฟ (Sci-Fi), ผจญภัย (Adventure)
ผู้กำกับ: ไมเคิล เบย์ (Michael Bay)
ความยาว: 154 นาที
ประเทศต้นกำเนิด: สหรัฐอเมริกา
ปีที่ออกฉาย: 29 มิถุนายน 2011 (ประเทศไทย)
ค่ายภาพยนตร์: Paramount Pictures / DreamWorks Pictures / Hasbro
ฉากวินาศสันตะโรที่ชิคาโก: ช่วง 45 นาทีสุดท้ายของหนังถือเป็นหนึ่งในฉากแอ็คชั่นที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดในแฟรนไชส์ ทั้งการดิ่งพสุธาของหน่วยเนสท์ และฉากตึกถล่มโดยหุ่นยนต์หนอนยักษ์ (Driller)
การเปิดตัวเซนทิเนล ไพรม์: การใส่ตัวละครที่มีมิติเรื่องอุดมการณ์ที่ทับซ้อน ทำให้เนื้อเรื่องดูเข้มข้นกว่าสองภาคแรก
งานภาพเทคนิคพิเศษ 3D: เป็นภาคแรกที่ใช้เทคโนโลยีกล้อง 3D ถ่ายทำ (ยุคเดียวกับ Avatar) ทำให้มิติของหุ่นยนต์และฉากระเบิดดูสมจริงอย่างมาก
เพลงประกอบระดับตำนาน: เพลง “Iridescent” โดย Linkin Park กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงอารมณ์ความเศร้าและการสูญเสียในภาคนี้ รับชมหนัง Transformers 3 Dark of the Moon (2011) ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 ดาร์ค ออฟ เดอะ มูน ได้ที่ movie24hd
ไชอา ลาบัฟ (Shia LaBeouf): รับบท แซม วิทวิคกี้
โรซี่ ฮันติงตัน-ไวท์ลีย์ (Rosie Huntington-Whiteley): รับบท คาร์ลี่ สเปนเซอร์ (รับบทแทนเมแกน ฟ็อกซ์)
จอช ดูฮาเมล (Josh Duhamel): รับบท ผู้พันวิลเลียม เลนน็อกซ์
ไทรีส กิ๊บสัน (Tyrese Gibson): รับบท โรเบิร์ต เอ็ปป์ส
แพทริก เดมป์ซีย์ (Patrick Dempsey): รับบท ดีแลน กูลด์ (ตัวร้ายฝั่งมนุษย์)
ปีเตอร์ คัลเลน (Peter Cullen): พากย์เสียง ออพติมัส ไพรม์
เลน นิมอย (Leonard Nimoy): พากย์เสียง เซนทิเนล ไพรม์
สตีเวน สปีลเบิร์ก (Steven Spielberg): ผู้อำนวยการสร้างบริหาร


Independence Day (1996): หนังสงครามมนุษย์ปะทะเอเลี่ยนบุกโลกในสเกลทำลายล้างเมืองใหญ่
Armageddon (1998): ผลงานของไมเคิล เบย์ ที่เน้นภารกิจกู้โลกและความสัมพันธ์ของตัวละครท่ามกลางวิกฤต
Battle: Los Angeles (2011): หากชอบแนวทหารสู้กับกองทัพต่างดาวท่ามกลางซากปรักหักพังของเมือง
Pacific Rim (2013): ความมันส์จากการปะทะกันของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาและเทคโนโลยีล้ำสมัย
Q: ทำไมเมแกน ฟ็อกซ์ (นางเอกสองภาคแรก) ถึงไม่ได้เล่นภาคนี้?
A: มีปัญหาเรื่องความเห็นไม่ตรงกันกับผู้กำกับไมเคิล เบย์ ในช่วงการเตรียมงานสร้าง ทำให้มีการเปลี่ยนตัวละครนางเอกเป็นคนใหม่ครับ
Q: เซนทิเนล ไพรม์ เป็นออโต้บอทส์หรือดีเซ็ปติคอน?
A: เดิมทีเป็นผู้นำออโต้บอทส์ (อาจารย์ของออพติมัส) แต่เขาตัดสินใจทรยศเพื่อเลือกทางที่เขาเชื่อว่าจะช่วยรักษาดาวไซเบอร์ทรอนไว้ได้
Q: ฉากดิ่งพสุธา (Wing Suit) ใช้ CGI หรือไม่?
A: เป็นการถ่ายทำจริงโดยใช้นักโดดร่มมืออาชีพเหินเวหาผ่านตึกในเมืองชิคาโกจริงๆ ครับ
ภาพยนตร์ลิขสิทธิ์ของ Paramount Pictures เป็นภาคที่ทำรายได้สูงที่สุดในไตรภาคแรก (มากกว่า 1,123 ล้านเหรียญทั่วโลก) ปัจจุบันสามารถรับชมความละเอียดสูง 4K HDR พร้อมระบบเสียงพากย์ไทยได้ทาง ดูหนังออนไลน์ และสามารถซื้อสะสมในรูปแบบดิจิทัลได้ทาง Apple TV และ Google Play Movies ครับ คุณอยากให้ผมสรุป “จุดจบของเมกะทรอนและเซนทิเนล” ในภาคนี้ หรือเปรียบเทียบ “อาวุธใหม่ของออพติมัส” ให้ฟังเพิ่มเติมไหมครับ?