

All That Jazz (1979) ระบำชีวิต โจ กิเดียน คือสุดยอดผู้กำกับและนักออกแบบท่าเต้นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในวงการละครเพลง แต่เขารู้สึกว่าโลกของเขากำลังพังทลายลงทีละน้อย ความหมกมุ่นกับงานเกือบทำลายชีวิตส่วนตัวของเขา และมีเพียงยาหลายขวดเท่านั้นที่ช่วยให้เขายังคงมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ หากจะพูดถึงภาพยนตร์ที่ตีแผ่เบื้องหลังวงการละครเวทีได้ “ดิบ” และ “จริง” ที่สุด พร้อมทั้งสำรวจความตายอย่างมีสไตล์ “All That Jazz” (1979) หรือชื่อไทย “ระบำชีวิต” คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ขึ้นหิ้งเป็นตำนานครับ หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังมิวสิคัลทั่วไป แต่เป็นจดหมายลาตายกึ่งอัตชีวประวัติของผู้กำกับระดับตำนานอย่าง Bob Fosse ที่ทั้งงดงามและน่าสยดสยองในเวลาเดียวกัน
เรื่องราวโฟกัสไปที่ โจ กิเดียน (Roy Scheider) ผู้กำกับละครเวทีและนักออกแบบท่าเต้นจอมเนี๊ยบที่กำลังแบกภาระหนักอึ้ง ทั้งการตัดต่อหนังใหญ่และการซ้อมละครบรอดเวย์เรื่องใหม่ โจเป็นคนบ้างานขั้นรุนแรงที่ใช้ชีวิตแบบสุดเหวี่ยง เขาตื่นมาพร้อมกับยาแก้ปวด สูบบุหรี่จัด และมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า
ร่างกายของเขาเริ่มประท้วงจนนำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลว แต่แทนที่เขาจะหยุด โจกลับใช้ “ความตาย” ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์โชว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต หนังดำเนินไปพร้อมกับการที่โจพูดคุยกับ แองเจลีค (Jessica Lange) ทูตสวรรค์แห่งความตายที่เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความผิดพลาดในอดีตของเขา




ชื่อเรื่อง: All That Jazz (ระบำชีวิต)
ปีที่ฉาย: 1979
ผู้กำกับ: Bob Fosse
นักแสดงนำ: Roy Scheider, Jessica Lange, Ann Reinking
รางวัล: ชนะเลิศรางวัล Palme d’Or จากเทศกาลหนังเมืองคานส์ และคว้า 4 รางวัลออสการ์
รับชมข้อมูลเพิ่มเติม: movie24hd.net
การตัดต่อที่ล้ำสมัย: หนังใช้เทคนิคการตัดต่อแบบฉับไว (Jump Cut) ที่เข้ากับจังหวะดนตรีได้อย่างลงตัว ฉากการคัดเลือกนักแสดง (Audition) ในตอนต้นเรื่องคือตัวอย่างชั้นครูที่คนเรียนฟิล์มต้องดู
ความสมจริงที่เจ็บปวด: Bob Fosse เขียนเรื่องนี้ขึ้นตอนที่เขาหัวใจวายจริงๆ ระหว่างทำงาน ทำให้หนังมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก เราจะเห็นความเห็นแก่ตัว ความกลัว และความเหงาของศิลปินที่บูชาความสมบูรณ์แบบ
Roy Scheider ในบทที่ดีที่สุด: สลัดภาพนักล่าฉลามจาก Jaws มาเป็นนักเต้นที่ดูอิดโรยแต่ทรงพลังได้อย่างน่าทึ่ง
Rotten Tomatoes: นักวิจารณ์ให้คะแนนสูงถึง 88%
IMDb: ได้คะแนนเฉลี่ย 7.8/10
ความเห็น: “นี่คือหนังมิวสิคัลที่ไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่มันคือการขุดศพตัวเองขึ้นมาวิพากษ์”
ฉากจบของเรื่องคือหนึ่งในฉากปิดม่านที่อลังการที่สุด โจ กิเดียน จินตนาการถึงงานศพของตัวเองในรูปแบบโชว์บรอดเวย์สุดตระการตาในเพลง “Bye Bye Life” เขาบอกลาลูกสาว คนรัก และอดีตภรรยาผ่านเสียงเพลง ก่อนที่หนังจะตัดกลับสู่ความจริงที่เยือกเย็น เมื่อร่างของเขาถูกรูดซิปปิดลงในถุงใส่ศพ สื่อถึงความว่างเปล่าหลังจากแสงไฟบนเวทีดับลง
Q: ถ้าไม่ชอบหนังมิวสิคัล จะดูรู้เรื่องไหม?
A: ดูได้แน่นอนครับ เพราะหนังเน้นไปที่ดราม่าเชิงจิตวิทยาและการสำรวจชีวิตมนุษย์ ส่วนฉากเต้นคือการสะท้อนสิ่งที่อยู่ในหัวละครละครมากกว่าจะเป็นการร้องเพลงพร่ำเพรื่อครับ
Q: หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับอะไรกันแน่?
A: มันคือเรื่องของ “ศิลปินที่ยอมตายเพื่อศิลปะ” และการยอมรับว่าความตายคือส่วนหนึ่งของโชว์ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ครับ
Q: ติดตามบทความหนังคลาสสิกแบบนี้ได้ที่ไหน?
A: คุณสามารถเข้าไปเช็กอัปเดตหนังระดับตำนานและรีวิวเจาะลึกได้ที่ movie24hd.net ครับ
8½ (1963): หนังอาร์ตตัวพ่อของผู้กำกับ Federico Fellini ที่พูดถึงวิกฤตของผู้กำกับหนัง
Birdman (2014): ความพยายามกู้ชื่อเสียงบนเวทีละครที่สับสนระหว่างความจริงกับความเพ้อเจ้อ