

เหล่าซอมบี้นาซีสุดสยองกลับมาเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ แต่ฮีโร่ของเราไม่เต็มใจที่จะตาย เขากำลังรวบรวมกองทัพของเขาเองเพื่อต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับพวกมัน แน่นอนครับ แฟนๆ หนังสยองขวัญสายฮาและชาว Movie24hd.net ทุกท่าน! วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปลุยหิมะที่ย้อมไปด้วยเลือดกับหนังภาคต่อที่ “บ้าบอคอแตก” และ “มันส์หยดติ๋ง” ยิ่งกว่าภาคแรกหลายเท่า ใครที่เป็นแฟนคลับช่อง Malagorman ที่ชอบเรื่องแปลกๆ หรือชอบความกาวแบบ DooaraiD555 เตรียมตัวให้ดี เพราะนี่คือรีวิวจัดเต็มของ “Dead Snow 2: Red vs. Dead” (2014) หรือชื่อไทยสุดโหดว่า “ผีหิมะ กัดกระชากโหด 2” บทความนี้เราจะเจาะลึกกันแบบถึงลูกถึงคน วิเคราะห์ความเกรียนของบท งานภาพที่เลือดสาดแบบศิลปะ และการแสดงที่ฮาหน้าตาย รับรองว่าอ่านจบแล้วคุณจะอยากกดเข้าไปดูหนังเต็มเรื่องที่เว็บของเราทันที!

หากคุณคิดว่า Dead Snow ภาคแรก (2009) คือที่สุดของความบ้าแล้ว ผมขอบอกเลยว่าคุณคิดผิดถนัดครับ! เพราะ Dead Snow 2: Red vs. Dead คือการยกระดับความวินาศสันตะโรขึ้นไปอีกขั้น ผู้กำกับ Tommy Wirkola (ที่เคยกำกับ Hansel & Gretel: Witch Hunters) กลับมาสานต่อความจัญไร (ในทางที่ดี) ด้วยงบประมาณที่มากขึ้น ไอเดียที่บรรเจิดขึ้น และความโหดมันส์ฮาที่ใส่มาแบบไม่ยั้ง หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หนังซอมบี้วิ่งไล่กัดคนธรรมดา แต่มันคือ “หนังสงครามซอมบี้” ที่เอาประวัติศาสตร์มาขยี้จนเละ ผสมผสานกลิ่นอายของ Evil Dead เข้ากับความตลกร้ายสไตล์นอร์เวย์ ผลลัพธ์คือความบันเทิงระดับ 5 ดาวที่คอหนัง Cult ทั่วโลกยกย่อง
สิ่งที่ทำให้ Dead Snow 2 เหนือกว่าหนังซอมบี้เกรด B ทั่วไป คือ “ไอเดีย” ครับ บทหนังเริ่มต้นวินาทีเดียวกับที่ภาคแรกจบลง (ใครไม่เคยดูภาคแรก เดี๋ยวผมเล่าสรุปสั้นๆ ในส่วน FAQ ให้ครับ)
ตัวเอกของเรา “มาร์ติน” รอดตายมาได้แต่ต้องเสียแขนไป แต่ความซวยซ้ำซ้อนคือ หมอที่โรงพยาบาลดันเข้าใจผิด เก็บ “แขนของนายพลซอมบี้นาซี” ที่ตกอยู่ในรถมาเย็บต่อให้มาร์ติน! (แค่พล็อตตรงนี้ก็กินขาดแล้วครับ)
แขนใหม่ ไฉไลกว่าเดิม: แขนข้างนี้ไม่เพียงแต่ควบคุมยาก แต่มันยังมีพละกำลังมหาศาลและมีอำนาจในการ “ปลุกชีพคนตาย” นี่คือจุดหักเหที่ทำให้มาร์ตินเปลี่ยนจาก “ผู้ถูกล่า” กลายเป็น “เนโครแมนเซอร์” (หมอผี) จำเป็น
Red vs. Dead: เมื่อกองทัพซอมบี้นาซีของนายพลแฮร์ซอกต้องการสานต่อภารกิจทำลายล้าง มาร์ตินจึงปิ๊งไอเดียสุดบรรเจิด… “หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง” เขาจึงใช้แขนปีศาจไปปลุก “กองทัพทหารรัสเซีย (Soviet POWs)” ที่เคยถูกนาซีฆ่าตาย ให้ฟื้นขึ้นมาเพื่อทำสงครามล้างแค้น!
บทหนังเรื่องนี้เล่นกับความตลกร้ายได้ถึงพริกถึงขิงครับ มันมีการล้อเลียนหนังฮอลลีวูด ล้อเลียนตำรวจนอร์เวย์ที่ดูไร้ประสิทธิภาพ และที่เด็ดที่สุดคือการนำเสนอ “Zombie Squad” แก๊งโอตาคุจากอเมริกาที่บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อช่วยปราบผี (ซึ่งในความเป็นจริงคือแก๊งเนิร์ดที่ไม่เคยจับปืนจริงด้วยซ้ำ) การใส่ตัวละครเหล่านี้เข้ามาช่วยเพิ่มมิติความฮาและการเสียดสีวัฒนธรรม Pop Culture ได้อย่างลงตัว
มุมมองจาก Movie24hd: บทหนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “อย่าหาเหตุผล” กับมันมากนัก จงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับตรรกะพังๆ ที่สนุกจนหยุดไม่อยู่ เหมือนที่คุณดูคลิปฮาๆ ในช่อง DooaraiD555 นั่นแหละครับ
สำหรับใครที่ติดตามรีวิวแนวเจาะลึกภาพยนตร์ของ GreaterThanStudio จะทราบดีว่างานภาพคือภาษาของหนัง และใน Dead Snow 2 ภาษานั้นคือ “Gore Slapstick” (ความโหดที่ตลกขบขัน)
ในยุคที่ CGI ครองเมือง หนังเรื่องนี้เลือกใช้ Practical Effects (เอฟเฟกต์ทำมือ) เป็นหลัก ซึ่งมันให้ความรู้สึกที่ “ดิบ” และ “ขยะแขยง” แบบสมจริง
ฉากเครื่องในในตำนาน: ฉากที่ซอมบี้นาซีใช้ลำไส้ของเหยื่อมาดูดน้ำมันจากรถบัสเข้าถังรถถัง (ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด) เป็นฉากที่ทั้งคลื่นไส้และขำกลิ้งไปพร้อมกัน มันแสดงให้เห็นความคิดสร้างสรรค์ของผู้กำกับที่กล้าเล่นอะไรแผลงๆ
การแต่งหน้าซอมบี้: ซอมบี้ในเรื่องนี้ไม่ได้ดูเละเทะจนจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่มีการออกแบบเครื่องแบบทหารนาซีและทหารรัสเซียที่ดูสมจริง (ในสภาพที่ผ่านไป 70 ปี) รายละเอียดของแผลเน่าเปื่อยทำออกมาได้เนี้ยบมาก
หนังใช้โลเคชั่นธรรมชาติของนอร์เวย์และไอซ์แลนด์ได้อย่างคุ้มค่า สีขาวโพลนของหิมะ ตัดกับ สีแดงฉานของเลือด และสีเขียวขี้ม้าของชุดทหาร สร้าง Contrast ทางภาพที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ (คล้ายๆ กับหนังเรื่อง Fargo แต่โหดกว่าล้านเท่า) มุมกล้องในฉากสงครามช่วงท้ายเรื่องทำได้อลังการเกินหน้าเกินตาหนังทุนต่ำ มีช็อต Wide Screen ที่เห็นกองทัพซอมบี้สองฝ่ายวิ่งเข้าปะทะกันที่ดู Epic มากๆ
นักแสดงในเรื่องนี้ต้องแบกรับภารกิจที่ยากมาก คือการเล่นบทที่โคตรไร้สาระให้ดูจริงจังที่สุด ซึ่งพวกเขาทำได้ดีเยี่ยมครับ
Vegar Hoel (รับบท Martin): เขาคือหัวใจของเรื่อง การแสดงของเขาพัฒนาจากชายหนุ่มขวัญผวาในภาคแรก กลายเป็นฮีโร่สายดาร์กที่เต็มไปด้วยความแค้น เขาเล่นมุขหน้าตาย (Deadpan Comedy) ได้เก่งมาก โดยเฉพาะฉากที่ต้องทะเลาะกับแขนตัวเอง เป็นการแสดงทางกายภาพที่น่าชื่นชม (นึกถึง Bruce Campbell ใน Evil Dead 2)
Ørjan Gamst (รับบท Colonel Herzog): ตัวร้ายที่น่าจดจำที่สุดตัวหนึ่งในโลกภาพยนตร์ซอมบี้ แม้แทบจะไม่มีบทพูด (มีแต่เสียงคำรามและสั่งการ) แต่ภาษากายและความน่าเกรงขามของเขานั้นทะลุจอ แค่ยืนเฉยๆ ก็ดูอันตรายและเท่ในเวลาเดียวกัน
Martin Starr (รับบท Daniel – หัวหน้า Zombie Squad): ดาราตลกจากฝั่งอเมริกาที่หลายคนคุ้นหน้า การมาของเขาช่วยเบรกโทนหนังไม่ให้เครียดเกินไป (แม้จะไม่ค่อยเครียดอยู่แล้ว) การแสดงเป็นเนิร์ดที่พยายามทำตัวเท่คือสีสันที่ขาดไม่ได้
Dead Snow 2 ไม่ใช่แค่หนังดูเอาฮา แต่ได้รับคำชมในเชิงคุณภาพด้วยครับ
Rotten Tomatoes: ได้คะแนนฝั่งนักวิจารณ์สูงถึง 81% Certified Fresh ซึ่งถือว่าสูงมากสำหรับหนังแนว Horror-Comedy
IMDb: คะแนนอยู่ที่ 6.9/10 ซึ่งเป็นคะแนนที่สูงกว่าภาคแรก และถือว่าดีมากในหมวดหนังซอมบี้
เสียงจากผู้ชม: แฟนหนังต่างยกให้เป็น “หนึ่งในหนังภาคต่อที่ทำได้ดีกว่าภาคแรก” และ “เป็นหนังซอมบี้ที่บันเทิงที่สุดในรอบทศวรรษ”
หากคุณกำลังมองหาความบันเทิงแบบไม่ต้องปีนกะไดดู แต่ต้องการหนังที่:
สะใจ: ระบายความเครียดด้วยฉากแอคชั่นเลือดสาด
ขำท้องแข็ง: ด้วยมุกตลกร้ายที่คาดไม่ถึง
แปลกใหม่: เบื่อซอมบี้วิ่งไล่กัดคนแล้ว อยากเห็นซอมบี้ขับรถถังยิงกัน
Dead Snow 2: Red vs. Dead คือคำตอบสุดท้ายครับ! มันคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างความสยองและความฮา เป็นหนังที่คุณดูจบแล้วจะต้องรีบไปชวนเพื่อนมาดูซ้ำ คะแนนรีวิวโดย movie24hd: ⭐⭐⭐⭐⭐ (9/10) หัก 1 คะแนนตรงที่บางมุกอาจจะโหดไปหน่อยสำหรับคนขวัญอ่อน แต่สำหรับคอหนังโหด นี่คือสวรรค์ครับ