
ในขณะที่ วูลฟ์เวอร์รีน ผู้เหนื่อยล้ากำลังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บของตนเอง เขาก็ได้มาพบกับจอมพูดมากอย่าง เดดพูล ผู้ที่เดินทางข้ามเวลามายังอนาคตเพื่อที่จะรักษามิตรสหายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ด้วยความหวังที่ว่าจะสามารถผูกมิตรกับเจ้าสัตว์ร้ายและร่วมมือกันเพื่อนที่จะปราบศัตรูที่พวกเขามีร่วมกัน นี่คือรีวิวฉบับจัดเต็ม ปากแจ๋ว และเจาะลึกที่สุดสำหรับภาพยนตร์ที่กอบกู้จักรวาล Marvel (และกอบกู้จิตใจแฟนหนังทั่วโลก) กับ Deadpool & Wolverine (2024) หรือ เดดพูล & วูล์ฟเวอรีน บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อ Movie24HD โดยเฉพาะ ด้วยสำนวนที่มันส์หยดเหมือนคุณนั่งคุยกับเวด วิลสัน แต่แฝงสาระแน่นปึ้ก!

ในที่สุดช่วงเวลาที่แฟนหนังซูเปอร์ฮีโร่รอคอยมานานกว่าทศวรรษก็มาถึง การโคจรมาพบกันของสองตัวพ่อแห่งวงการ เดดพูล (Ryan Reynolds) จอมเกรียนปากมาก และ วูล์ฟเวอรีน (Hugh Jackman) ป๋าโหดกรงเล็บเหล็ก ในภาพยนตร์ที่ไม่ได้แค่มา “ขายขำ” แต่มาเพื่อ “ทุบ” ทุกสถิติ และ “ซ่อม” จักรวาล MCU ที่กำลังเป๋ให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง ที่ Movie24HD เราขอบอกเลยว่า นี่ไม่ใช่แค่หนังฮีโร่ แต่มันคือ “ปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม” ที่กล้าท้าทายกฎเกณฑ์ของ Disney กล้าล้อเลียนเจ้าของค่าย และกล้าที่จะ R-Rated แบบเลือดท่วมจอ วันนี้เราจะมาชำแหละความยอดเยี่ยมของหนังเรื่องนี้กันแบบ “Maximum Effort!”
หลังจากเฟส 4-5 ของ Marvel มักโดนบ่นเรื่องพล็อตมัลติเวิร์สที่ยุ่งเหยิงและไร้น้ำหนัก Deadpool & Wolverine กลับใช้มัลติเวิร์สได้อย่างฉลาดและทรงพลังที่สุด
บทหนังเรื่องนี้รู้ตัวดีว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ มันไม่ใช่แค่เดดพูลกู้โลก แต่คือ “ไรอัน เรย์โนลด์ส” กำลังกู้ศรัทธาให้ Marvel บทหนังเล่นประเด็นการควบรวมกิจการระหว่าง Disney และ Fox ได้อย่างเจ็บแสบและฮาแตก การที่ตัวละครต้องไปติดอยู่ใน “The Void” (ดินแดนรกร้าง) ไม่ใช่แค่สถานที่ทิ้งขยะของ TVA แต่มันคือสัญลักษณ์ของ “ตัวละครที่ถูกลืม” จากหนังค่าย Fox ที่ถูก Disney ซื้อมาดองไว้ หนังเรื่องนี้จึงเปรียบเสมือน “จดหมายรัก” และ “งานเลี้ยงอำลา” ให้กับฮีโร่ยุค 2000s ที่เราเติบโตมากับพวกเขา บทหนังให้เกียรติอดีตอย่างสูงส่ง ในขณะที่ปากก็ด่ากราดไปด้วย นี่คือความสมดุลที่หาจากเรื่องอื่นไม่ได้
ภายใต้มุกตลกใต้สะดือ แก่นแท้ของเรื่องคือ “การตามหาความหมายของการมีอยู่”
Wade Wilson: อยากเป็นคนสำคัญ (Matter) อยากเป็น Avenger เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีค่าพอจะปกป้องคนที่รัก
เมื่อคนขี้แพ้สองคนมาเจอกัน มันจึงไม่ใช่แค่หนังแอ็คชั่น แต่เป็นหนัง Buddy Movie (คู่หู) ที่เยียวยาบาดแผลในใจของกันและกัน บทช่วงท้ายที่ทั้งคู่ต้องเสียสละ มันจึง Impact และกินใจผู้ชมมากๆ
สิ่งที่ต้องปรบมือให้คือการที่ Disney ยอมไฟเขียวให้หนังเรื่องนี้เป็น Rated R เรื่องแรกใน MCU และผู้กำกับ Shawn Levy ก็ใช้โควต้านี้ได้คุ้มค่าทุกหยด!
ชุดเหลือง-น้ำเงิน (The Yellow Suit): นี่คือสิ่งที่แฟนคอมิกส์รอคอยมา 24 ปี! ฮิวจ์ แจ็คแมน ในชุดเหลืองดั้งเดิมดูไม่ตลกเลยแม้แต่น้อย แต่กลับดู “ขลัง” และ “เท่” แบบวัวตายควายล้ม งานดีไซน์ชุดทำออกมาได้สมจริง มีร่องรอยการต่อสู้ และเมื่อหน้ากาก (Cowl) ถูกสวมใส่ในฉากไคลแม็กซ์… เชื่อว่าแฟนคลับหลายคนน้ำตาซึมด้วยความปิติ
ฉากแอ็คชั่นสไตล์ Mad Max: ช่วงที่อยู่ใน The Void งานภาพให้อารมณ์ดิบเถื่อนเหมือน Mad Max: Fury Road ผสมกับความแฟนตาซี ซากปรักหักพังของโลโก้ 20th Century Fox ที่จมดินอยู่ เป็นภาพจำที่สวยงามและสื่อความหมายได้ดีเยี่ยม
ความรุนแรงที่งดงาม (Choreography): ฉากเปิดเรื่อง (Title Sequence) ที่เดดพูลเอาโครงกระดูกโลแกนมาใช้เป็นอาวุธ ประกอบเพลง Bye Bye Bye ของ NSYNC คือฉากเปิดที่ “ไอคอนิค” ที่สุดในประวัติศาสตร์หนังฮีโร่ มันทั้งกวนประสาท โหด และตัดต่อได้เข้าจังหวะเป๊ะๆ
หนังเรื่องนี้จะพังทันทีถ้านักแสดงไม่ใช่สองคนนี้ เพราะมันขับเคลื่อนด้วย “Charisma” (เสน่ห์) และ “Chemistry” (เคมี) ล้วนๆ
ไรอันไม่ได้เล่นเป็นเดดพูล แต่เขา “เป็น” เดดพูล ในภาคนี้เขาใส่พลังงานความกวนลงไป 200% การพูดบทที่เร็วเหมือนแร็ปเปอร์ การด้นสด (Improvise) และจังหวะคอมเมดี้ของเขาคือที่หนึ่ง แต่จุดที่น่าชมเชยคือฉากดราม่า ที่เขาสื่อสารความกลัวที่จะสูญเสียครอบครัวออกมาผ่านดวงตาใต้หน้ากากได้อย่างน่าทึ่ง
ใครบอกว่าการกลับมาครั้งนี้จะทำลายความขลังของ Logan (2017)? คิดผิดถนัด! ฮิวจ์ แจ็คแมน มอบการแสดงที่ลึกซึ้งและเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม นี่คือโลแกนที่ “พังทลาย” ที่สุด เขาเล่นบทคนขี้เมาที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความละอายใจ (Shame) ได้สมบูรณ์แบบ ฉากปะทะอารมณ์ในรถตู้ (The Van Scene) ที่เขาระเบิดอารมณ์ด่าเดดพูล เป็น Masterclass ของการแสดงที่ทำให้โรงหนังเงียบกริบ ฮิวจ์พิสูจน์แล้วว่า เขาคือวูล์ฟเวอรีนเพียงหนึ่งเดียว ที่ไม่มีใครแทนที่ได้
ตัวร้ายหลักที่เป็นน้องฝาแฝดของศาสตราจารย์ X เอ็มมาเล่นได้ “จิต” และ “น่าขนลุก” มาก โดยไม่ต้องตะโกนโวยวาย แค่ใช้นิ้วมือแหย่เข้าไปในหัวคนอื่นด้วยใบหน้าเปื้อรอยยิ้ม ก็ทำให้เรารู้สึกถึงความอันตรายระดับภัยคุกคามมัลติเวิร์ส
(ส่วนนี้จะไม่สปอยล์ชื่อตัวละครลับ เพื่ออรรถรสของคุณ) แต่ขอบอกว่า Cameo ในเรื่องนี้ไม่ได้มาแค่โผล่หน้า แต่มาเพื่อ “ร่วมรบ” และมีบทบาทสำคัญ หนังเรื่องนี้ขุดเอาตัวละครที่คุณคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้เห็นอีกแล้ว หรือตัวละครที่โปรเจกต์ถูกพับไป กลับมามีชีวิตอีกครั้ง มันคือการให้เกียรติประวัติศาสตร์หนัง Marvel ยุคก่อน MCU (Pre-MCU Era) ที่ทำให้แฟนรุ่นเดอะต้องกรีดร้องลั่นโรง
Deadpool & Wolverine คือวัคซีนเข็มใหญ่ที่ฉีดเข้าเส้นเลือดใหญ่ของ MCU มันคือความบันเทิงที่บ้าคลั่ง ไร้สาระ แต่จริงใจที่สุด
ถ้าคุณชอบฉากแอ็คชั่นเลือดสาด… มีให้ดูจนตาแฉะ
ถ้าคุณชอบมุกตลกจิกกัด… มีให้ขำจนกรามค้าง
ถ้าคุณผูกพันกับฮิวจ์ แจ็คแมน… นี่คือการแสดงที่คุณห้ามพลาด
หนังเรื่องนี้บอกเราว่า “ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่มาให้ถูกที่ถูกเวลา ก็เป็นตำนานได้” เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม แล้วมาระเบิดความมันส์กับคู่หู “Marvel Jesus” ได้แล้ววันนี้ รับชม Deadpool & Wolverine (2024) เดดพูล วูล์ฟเวอรีน ภาพคมชัดระดับ 4K เสียงพากย์ไทย/ซาวด์แทร็กกระหึ่มสะใจ ได้ที่ movie24hd ที่เดียวจบ!