
“จอห์น วิค (คีอานู รีฟส์) ต้องเผชิญกับภัยร้ายที่คุกคามเขาที่สุด ในภาคที่สี่ของแฟรนไชส์ เมื่อเขาถูกตั้งค่าหัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของโลกใต้ดิน วิคต้องรับมือกับเหล่าสภาสูง องค์กรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอาชญากรรรม ที่พร้อมจะตามล่าเขาไปทั่วโลก จากนิวยอร์กถึงปารีส จากโอซาก้าถึงเบอร์ลิน เสริมทีมความมันด้วย บิล สการ์สการ์ด (IT, Deadpool 2) ดอนนี่ เยน (Yipman, Rogue One: A Starwars Story) และ ฮิโรยูกิ ซานาดะ (The Last Samurai, Mortal Kombat)

กราบสวัสดีพี่น้องชาว Movie24hd และสาวก “บาบายาก้า” ทุกท่านครับ! กลับมาพบกับผม แอดมินนักรีวิวหนังที่จะมาป้ายยาหนังดีๆ ให้กระเป๋าตังค์ (หรือเวลาพักผ่อน) ของท่านสั่นสะเทือน วันนี้ผมไม่ได้มามือเปล่า แต่ผมพกพาดินสอหนึ่งแท่ง (ตำนาน!) และปืนอีกคลังแสง เพื่อมารีวิวภาพยนตร์ที่ถูกยกย่องว่า เป็นมาตรฐานใหม่ของโลกภาพยนตร์แอ็คชั่น นั่นคือ “John Wick: Chapter 4”
ถ้าใครที่ติดตามช่อง น่าจะเห็นการวิเคราะห์เรื่อง “โลกใต้อาชญากรรม” ของจักรวาลนี้ไปบ้างแล้ว หรือถ้าใครชอบดูเบื้องหลังงานสร้างสุดโหดจากช่อง ก็คงรู้ว่าพี่คีอานู รีฟส์ แกทุ่มเทขนาดไหน และสำหรับใครที่อยากฟังเรื่องย่อแบบมันส์ๆ ฮาๆ ช่อง ก็น่าจะเล่าไว้ได้แซ่บซี๊ดแต่สำหรับบทความนี้ เราจะข้ามเรื่องย่อไปเลยครับ (เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าพี่จอห์นแกโดนตามล่า) เราจะมาเจาะลึกกันที่ “เนื้องาน” ล้วนๆ ว่าทำไมหนังความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงเรื่องนี้ ถึงทำให้คนดูนั่งติดเก้าอี้ชนิดที่ว่าไม่กล้าลุกไปเข้าห้องน้ำ และทำไมคุณถึงต้องรีบกดเข้าไปดูแบบ Full HD บนเว็บ Movie24hd.net ของเราเดี๋ยวนี้!
หลายคนอาจจะค่อนขอดว่า “John Wick ก็แค่หนังคนยิงกัน จะมีเนื้อเรื่องอะไร?” แต่สำหรับ Chapter 4 ผมขอเถียงขาดใจครับ ภาคนี้บทหนังมีความเป็น “วรรณกรรม” สูงมาก มันไม่ใช่แค่การหนีตาย แต่มันคือการเดินทางแสวงหาอิสรภาพและการไถ่บาป
โครงสร้างเรื่อง: หนังวางโครงสร้างเหมือนเกม RPG ที่ตัวเอกต้องเดินทางไปตามด่านต่างๆ (Osaka, Berlin, Paris) เพื่อเก็บไอเทม ทำภารกิจ และไปตบบอสใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้มันเหนือชั้นคือ “Lore” หรือตำนานของโลกนักฆ่าที่ถูกขยายออกไปกว้างขึ้น เราได้เห็นการทำงานของสภาสูง (The High Table) ที่ดูขลังและน่าเกรงขามกว่าเดิม การใช้ “กฎ” และ “พันธสัญญา” มาเป็นตัวขับเคลื่อนเรื่องราว ทำให้กระสุนทุกนัดมีความหมายเดิมพันด้วยศักดิ์ศรี
จังหวะหนัง (Pacing): ด้วยความยาว 2 ชั่วโมง 49 นาที ตอนแรกผมกังวลว่าจะยืดเยื้อไหม แต่เปล่าเลยครับ! ผู้กำกับ Chad Stahelski จัดวางจังหวะได้เหมือนวาทยกรคุมวงออเคสตรา ช่วงบู๊ก็บู๊จนคนดูลืมหายใจ (Non-stop Action) ช่วงพักก็มีไดอะล็อกคมๆ ให้เราได้ตกตะกอนความคิด มันคือความเหนื่อยที่ “ฟิน” ครับ เหมือนเราได้วิ่งมาราธอนไปพร้อมกับจอห์น วิค
ธีมของเรื่อง: ภาคนี้เล่นประเด็น “ผลของการกระทำ” (Consequences) หนักมาก จอห์น วิค ไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นคนที่ต้องชดใช้กรรมจากการเลือกของตัวเอง บทสรุปของเรื่อง (ขอไม่สปอยล์) จึงมีความสมเหตุสมผลและทรงพลังในแง่ของอารมณ์ จนอาจทำให้แฟนเดนตายหลายคนน้ำตาซึมได้เลย
ถ้าต้องให้คะแนนงานภาพ ผมกล้าให้ 11/10 เลยครับ! John Wick 4 คืองานศิลปะที่สวยงามที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่โลกเคยมีมา ใครที่ชอบเสพงานภาพสวยๆ แสงสีจัดจ้าน ต้องดูเรื่องนี้ผ่านจอชัดๆ บน Movie24hd เท่านั้น
สีสันและแสงเงา (Color Palette): หนังแบ่งธีมสีตามสถานที่ได้อย่างชัดเจนและงดงาม
Osaka: แสงนีออนสีชมพู-ม่วง ตัดกับความมืดและซากุระ ให้ความรู้สึก Cyberpunk ผสม Samurai
Berlin: โทนสีฟ้า-น้ำเงิน เย็นยะเยือก ในคลับที่มีม่านน้ำตก มันดูดิบและอันตราย
Paris: แสงสีส้มทองของพระอาทิตย์ขึ้น (Golden Hour) ที่ตัดกับสถาปัตยกรรมคลาสสิก สื่อถึงจุดจบและการเริ่มต้นใหม่
มุมกล้องพระเจ้า (Top-Down Shot): นี่คือฉากที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์แอ็คชั่นครับ! ฉาก Long Take มุมมองจากด้านบนเพดาน (God’s Eye View) ที่เราเห็นจอห์น วิค ไล่ยิงศัตรูด้วยปืนลูกซองกระสุนเพลิง (Dragon’s Breath) มันเหมือนเรากำลังเล่นเกม Hotline Miami เวอร์ชันคนแสดง ที่ทั้งสวยงามและโหดเหี้ยม แสงไฟที่พุ่งออกจากปากกระบอกปืนลากเป็นเส้นสาย มันคือ “บัลเลต์แห่งความตาย” ที่แท้จริง
องค์ประกอบศิลป์ (Art Direction): การออกแบบฉาก โรงแรม The Continental สาขาโอซาก้า หรือฉากพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ทุกอย่างดู Grand และ Expensive มาก มันทำให้โลกของจอมคนจอห์น วิค ดูมีความขลังและเป็นตำนานที่จับต้องได้
หัวใจของ John Wick คือ “Gun-Fu” (ปืน+กังฟู) แต่ในภาค 4 นี้ ทีมงานยกระดับมันขึ้นไปอีกขั้นจนกลายเป็น “Car-Fu” และสารพัดอาวุธ
ความคิดสร้างสรรค์: หนังไม่ยอมให้คนดูเบื่อด้วยการยิงปืนแบบเดิมๆ แต่มีการใส่อาวุธใหม่ๆ เข้ามา เช่น “กระบองสองท่อน” (Nunchucks) ที่จอห์นเอามาใช้ฟาดกะโหลกคู่กับปืนพก หรือ “ธนู” ในฉากโอซาก้า การออกแบบท่าต่อสู้มันลื่นไหลเหมือนการเต้นรำ
ฉาก Arc de Triomphe: ฉากขับรถไล่ล่ารอบประตูชัยฝรั่งเศส คือความบ้าคลั่งที่ไร้ขีดจำกัด จอห์น วิค ต้องสู้ท่ามกลางรถที่วิ่งสวนไปมาแบบไม่หยุดหย่อน การผสมผสานระหว่างการขับรถดริฟต์ การยิงปืน และการต่อสู้ระยะประชิด ทำออกมาได้สมจริงและหวาดเสียวจนต้องร้อง “เช้ดดด!”
บันได 222 ขั้น (Stairs Scene): ฉากที่วิหาร Sacré-Cœur ที่จอห์นต้องสู้ไต่บันไดขึ้นไป เป็นฉากที่ทั้งลุ้นและทั้งฮา (แบบตลกร้าย) มันสะท้อนความพยายามที่ไม่สิ้นสุดของตัวละคร (Sisyphus) ที่ตกลงมาแล้วก็ต้องปีนขึ้นไปใหม่ เป็นฉากแอ็คชั่นที่มี Storytelling ในตัวที่ดีมากๆ
ภาคนี้ไม่ได้มีแค่ Keanu Reeves ที่แบกหนัง แต่เป็นการรวมตัวของยอดฝีมือที่แต่ละคนมีซีนจำของตัวเอง
Keanu Reeves (John Wick): พี่คีอานูพูดน้อยมาก (นับคำได้) แต่ใช้ร่างกายพูดแทน การแสดงความเหนื่อยล้า ความเจ็บปวด และความมุ่งมั่นผ่านแววตาและท่าทาง คือที่สุดครับ เราเชื่อสนิทใจว่าผู้ชายคนนี้คือปีศาจที่แค่อยากจะเกษียณ
Donnie Yen (Caine): นี่คือ MVP ของภาคนี้ครับ! ดอนนี่ เยน ในบทนักฆ่าตาบอด “เคน” เพื่อนรักเพื่อนแค้นของจอห์น วิค แกขโมยซีนทุกฉากที่ออกมา การดีไซน์ท่าต่อสู้ของคนตาบอดทำได้เท่และสมเหตุสมผล (ใช้เซนเซอร์เสียง) แถมยังมีบุคลิกที่กวนตีนแต่รักครอบครัว ทำให้เราเกลียดแกไม่ลง
Bill Skarsgård (Marquis): รับบทตัวร้ายหลักได้น่าหมั่นไส้มาก! มาดผู้ดีฝรั่งเศสที่หยิ่งยโส ใส่สูทเนี้ยบตลอดเวลา เป็นขั้วตรงข้ามกับจอห์น วิค อย่างสิ้นเชิง การแสดงออกทางสีหน้าของเขาทำให้เรารู้สึกอยากจะกระโดดเข้าไปต่อยหน้าผ่านจอ
Hiroyuki Sanada (Shimazu): ป๋าฮิโรยูกิ คือตัวแทนของ “ศักดิ์ศรี” และ “ซามูไร” แค่แกยืนเฉยๆ ก็ดูขลังแล้ว ฉากดวลดาบของแกคือศิลปะชั้นครู
Scott Adkins (Killa): หลายคนอาจจำไม่ได้ เพราะพี่แกใส่ชุดแปลงโฉมเป็นคนอ้วน (Fat suit) แต่ลีลาการเตะต่อยยังพริ้วไหวสไตล์ Scott Adkins เป็นตัวละครบอสรองที่สร้างสีสันได้ดีเยี่ยม
ถ้าดูเรื่องนี้ แนะนำให้เปิดลำโพงดังๆ หรือใส่หูฟังดีๆ ครับ
เสียงปืน: เสียงปืนใน John Wick 4 แน่นตึ้บ! แต่ละกระบอกเสียงไม่เหมือนกัน เสียงกระสุนกระทบชุดเกราะ (Kevlar Suit) เสียงกระจกแตก เสียงรถชน ทุกอย่าง Mix มาได้คมชัดและมีมิติ
Soundtrack: ดนตรีประกอบแนว Electronic Rock / Techno เร้าอารมณ์สุดๆ โดยเฉพาะเพลงในฉากคลับที่เบอร์ลิน และเพลง Genesis ของ Justice ที่เปิดในฉากปารีส มันบิ้วท์อารมณ์ให้เลือดสูบฉีดจนอยากจะลุกขึ้นมากระโดดเตะ
John Wick: Chapter 4 (2023) คือจดหมายรักที่เขียนถึงหนังหวังอี้ ภาพยนตร์คาวบอย และหนังซามูไร มันคือจุดสูงสุดของแฟรนไชส์ที่รวบรวมทุกสิ่งที่ดีที่สุดของ 3 ภาคแรกมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และมันส์ขึ้น เป็นหนังความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงที่คุ้มค่าทุกนาที ไม่มีวินาทีไหนที่น่าเบื่อ
หาก The Matrix เคยเปลี่ยนโลกแอ็คชั่นยุค 90s John Wick 4 ก็คือผู้เปลี่ยนโลกแอ็คชั่นยุค 2020s อย่างแท้จริง นี่คือหนังที่คุณ “ต้องดู” ก่อนตายครับ!
ข้อดี:
ฉากแอ็คชั่น Choreography ระดับเทพเจ้า
งานภาพสวยงาม วิจิตรตระการตา
ตัวละครสมทบมีเสน่ห์และน่าจดจำทุกคน
บทสรุปที่ลงตัวและตราตรึงใจ
ข้อสังเกต:
ความยาวเกือบ 3 ชั่วโมง อาจต้องเตรียมตัวเรื่องการเข้าห้องน้ำ
ความเว่อร์ของความอึดตัวละครที่บางทีก็เกินมนุษย์ไปหน่อย (แต่ก็เป็นสไตล์หนัง)
IMDb: 7.7 / 10
Rotten Tomatoes: Critics 94% | Audience 93%
Movie24hd Score: 10 / 10 (Masterpiece of Action Cinema)
ถ้าคุณดู John Wick 4 จบแล้วไฟในตัวยังไม่มอด แนะนำให้ไปต่อที่หนังเหล่านี้ใน Movie24hd:
Nobody (คนธรรมดานรกเรียกพี่) – ทีมสร้างเดียวกัน บู๊ดิบๆ ฮาๆ
Atomic Blonde – จอห์น วิค เวอร์ชั่นผู้หญิง งานภาพสวยเพลงเพราะ
The Raid: Redemption – บู๊ระห่ำตึกนรก ต้นฉบับความดิบ
Extraction 1 & 2 – งาน Long Take สุดโหดของ Chris Hemsworth
อย่าเชื่อผม จนกว่าคุณจะได้พิสูจน์ด้วยตาตัวเอง มาร่วมเป็นสักขีพยานในบทสรุปการเดินทางของชายผู้รักหมาที่สุดในโลก กับ John Wick: Chapter 4 เตรียมป๊อปคอร์นให้พร้อม (และเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย) แล้วกดเข้าไปดูได้เลยที่ 👉 คลิกเพื่อรับชม John Wick Chapter 4 เต็มเรื่อง ที่ Movie24hd และถ้าดูจบแล้ว อยากหาเพื่อนคุย อยากฟังวิเคราะห์เจาะลึก อย่าลืมไปกดติดตามช่องพันธมิตรของเรา:
🔴 Youtube: Malagorman – เจาะลึกโลกนักฆ่าและกฎสภาสูง
🔴 Youtube: GreaterThanStudio – วิเคราะห์งานภาพและเบื้องหลังสตั๊นท์
🔴 Youtube: DooaraiD555 – สรุปมหากาพย์ John Wick แบบม้วนเดียวจบ
ขอให้มีความสุขกับการรับชมครับ! (Yeah…) ทีมงาน Movie24hd