
เรื่องของ แฮร์รี่ ฮาร์ท (โคลิน เฟิร์ธ) เจ้าหน้าที่อาวุโสขององค์กรสายลับระดับชาติที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนอยู่หลังร้านตัดสูทชื่อ Kingsman ที่กำลังจะหาสมาชิกวัยรุ่นมาร่วมทีมสายลับสุดซ่าทีมใหม่ใต้การนำของเขา โดยมีหัวหน้าองค์กรสายลับ (ไมเคิล เคน) คุมบังเหียนอยู่อีกที แฮร์รี่ได้พบกับแก๊งเด็กซ่าที่มีพ่อหนุ่มตัวแรงอย่าง แกรี่ ‘เอ็กซี่’ อันวิน (ทารอน อีเกอร์ตัน) และได้ชักชวนให้เขาเข้ามาร่วมทีมสายลับฝึกหัดที่ไม่ได้มีแค่ปืนเปล่า ๆ แต่กลับมีอาวุธไฮเทคครบมือแบบที่พร้อมไปสู้กับจอมวายร้ายระดับโลกอย่าง วาเลนไทน์ (แซมมวล แอล แจ็คสัน) นักประดิษฐ์อัจฉริยะได้อย่างไม่น้อยหน้า แต่กว่าจะพร้อมทั้งสมองและสองตาออกไปสู้ด้วยไหวพริบกับวายร้ายวาเลนไทน์ ก๊วนหนุ่มซ่าจะกวนบาทา แฮร์รี่ ฮาร์ท ขนาดไหนก็ไม่รู้สินะ !

Description: เจาะลึกรีวิว Kingsman The Secret Service (2015) หนังสายลับที่เปลี่ยน “ร่ม” ให้เป็นอาวุธสังหาร วิเคราะห์ฉากโบสถ์ในตำนาน การแสดงของ Colin Firth และสไตล์ภาพที่ฉูดฉาด ดูหนังออนไลน์และอ่านรีวิวได้ที่ Movie24HD
ย้อนกลับไปช่วงก่อนปี 2015 โลกภาพยนตร์สายลับถูกปกคลุมด้วยความจริงจัง ขึงขัง และดราม่าเข้มข้น (อิทธิพลจาก Jason Bourne และ James Bond ยุค Daniel Craig) แต่แล้วจู่ๆ ผู้กำกับจอมกวน Matthew Vaughn (จาก Kick-Ass และ X-Men: First Class) ก็เดินอาดๆ เข้ามาในวงการ พร้อมกับระเบิดลูกใหญ่ที่ชื่อว่า “Kingsman: The Secret Service”สำหรับคอหนังแอ็คชั่นที่แวะเวียนมาดูหนังออนไลน์ผ่านทาง https://movie24hd.net/ คงไม่มีใครไม่รู้จักเรื่องนี้ แต่วันนี้ผมอยากชวนทุกคนหยิบสูทตัวเก่งมาใส่ แล้วย้อน
กลับไปดูหนังเรื่องนี้อีกครั้งด้วยมุมมองใหม่ เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังยิงกันสนั่นเมือง แต่มันคือ “จดหมายรัก” ที่เขียนถึงหนังสปายยุคคลาสสิก แต่จ่าหน้าซองด้วยความเกรียน ความฮา และความรุนแรงระดับเรต Rในรีวิวฉบับนี้ เราจะไม่มานั่งเล่าเรื่องย่อการฝึกวิชาของ Eggsy (เพราะทุกคนน่าจะรู้กันหมดแล้ว) แต่เราจะมา “ชำแหละ” องค์ประกอบศิลป์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นตำนาน วิเคราะห์ฉาก “Church Scene” ที่กูรูหนังทั่วโลกยกย่อง และการแสดงของ Colin Firth ที่เปลี่ยนภาพจำจากคุณชายผู้แสนดี ให้กลายเป็นเพชฌฆาตหน้าตาย พร้อมหรือยังครับ? ถ้าพร้อมแล้ว… Oxford, not Brogues.
แก่นเรื่องของ Kingsman คือเรื่องราวคลาสสิกของการเปลี่ยนผ่าน (Transformation) แบบเดียวกับหนัง My Fair Lady แต่เปลี่ยนจากสอนพูดภาษาผู้ดี มาเป็นสอนฆ่าคนด้วยมารยาทผู้ดี หนังเล่นประเด็น “สงครามชนชั้น” (Class Warfare) ในอังกฤษได้อย่างเจ็บแสบ
Eggsy (Taron Egerton): ตัวแทนของชนชั้นแรงงาน (Working Class) เด็กสลัม ปากจัด แต่งตัวแนวสตรีท ที่ถูกดูถูกจากสังคม
บทหนังเขียนออกมาเพื่อตบหน้าพวกหัวสูงที่คิดว่าสายลับต้องมาจากโรงเรียนผู้ดีเท่านั้น การที่ Eggsy สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและพิสูจน์ตัวเองได้ คือ Message ที่ทรงพลังว่า “ใครๆ ก็เป็นฮีโร่ได้ ถ้าได้รับโอกาสและการขัดเกลาที่ถูกต้อง”
ตัวร้ายของเรื่องอย่าง Richmond Valentine (Samuel L. Jackson) คือความอัจฉริยะของบทภาพยนตร์ เขาไม่ใช่ผู้ร้ายที่อยากครองโลกเพราะบ้าอำนาจ แต่เขาอยาก “ช่วยโลก” จากภาวะโลกร้อน (Global Warming) ด้วยวิธีที่สุดโต่งคือการกำจัดมนุษย์ทิ้งไปซะส่วนหนึ่ง ความน่ากลัวคือ ตรรกะของเขาดันฟังดูมีเหตุผลในบางมุม (แม้จะโหดร้าย) ทำให้เขากลายเป็นตัวร้ายที่มีมิติ และสะท้อนภาพมหาเศรษฐี Tech Giant ในโลกยุคปัจจุบันได้อย่างน่าขนลุก
นี่คือส่วนที่ทำให้ Kingsman ขึ้นหิ้งระดับ Masterpiece และทำให้กูรูหนังช่อง GreaterThanStudio ต้องทำคลิปวิเคราะห์กันเป็นฉากๆ
ถ้าถามว่าฉากแอ็คชั่นไหนดีที่สุดในรอบ 10 ปี ฉาก “สังหารหมู่ในโบสถ์” ต้องติดอันดับ 1 ใน 3 แน่นอน
Choreography: การออกแบบคิวบู๊ในฉากนี้ไม่ใช่แค่การยิงกันมั่วๆ แต่มันคือ “การเต้นรำ” Colin Firth ต้องต่อสู้ระยะประชิด ยิง เปลี่ยนแม็กกาซีน และใช้อุปกรณ์รอบตัวฆ่าคนนับร้อย
Cinematography: ผู้กำกับเลือกถ่ายทำเหมือนเป็น Long Take (เทคนิคแช่กล้องยาวต่อเนื่อง) ทำให้คนดูรู้สึกเหนื่อยและบ้าคลั่งไปพร้อมกับตัวละคร กล้องเหวี่ยงไปมาตามจังหวะการต่อสู้ ราวกับเป็นตัวละครตัวหนึ่งในฉากนั้น
Music: การเลือกเพลงร็อคแอนด์โรลสุดคลาสสิกอย่าง “Free Bird” ของ Lynyrd Skynyrd มาประกอบฉากฆ่าแกงกัน คือความ Contrast ที่ลงตัวที่สุด มันทำให้ความรุนแรงกลายเป็นความบันเทิง (Stylized Violence)
อีกฉากที่ต้องพูดถึงคือฉากที่หัวของเหล่าคนรวยระเบิดออก แต่แทนที่จะเป็นเลือดสาดกระจาย ผู้กำกับกลับเลือกใช้ “ควันสี” เหมือนพลุเฉลิมฉลอง ประกอบกับเพลงออเคสตร้า “Pomp and Circumstance” นี่คือกึ๋นของผู้กำกับที่ต้องการลดทอนความโหดร้าย และเสียดสีชนชั้นสูงว่า “แม้แต่ตอนตาย ก็ยังต้องตายแบบแฟนซี” เป็นตลกร้ายที่ฉลาดเป็นกรด
ไม่มีใครคิดว่า Colin Firth พระเอกหนังรักโรแมนติกและเจ้าของรางวัลออสการ์จาก The King’s Speech จะมาเล่นหนังบู๊ได้
Elegant Brutality: เขาสร้างนิยามใหม่ของสายลับ คือมีความนิ่ง สุขุม นุ่มลึก แต่เวลาลงมือรวดเร็วและเด็ดขาด เขาทำให้ฉากต่อสู้ในบาร์ (Manners Maketh Man) กลายเป็นฉากคลาสสิก สายตาที่เขามองอันธพาลด้วยความสมเพชก่อนจะสั่งสอน คือที่สุดของการแสดง
Taron Egerton ในตอนนั้นคือหน้าใหม่ แต่เขาสามารถแบกหนังทั้งเรื่องได้สบายๆ
Charisma: เขามีเสน่ห์แบบ Bad Boy ที่น่าเอ็นดู การเปลี่ยนสำเนียงจากเด็กสก็อยอังกฤษ มาเป็นสายลับมาดเนี้ยบ แสดงให้เห็นถึงทักษะการแสดงที่ไม่ธรรมดา เคมีระหว่างเขากับ Colin Firth คือหัวใจที่ทำให้หนังเรื่องนี้อบอุ่น (Bromance/Mentor-Student relationship)
การดีไซน์ตัวละครนี้ให้ “พูดไม่ชัด” (Lisp) และ “กลัวเลือด” ทั้งที่ตัวเองเป็นคนสั่งฆ่าคนนับล้าน คือความย้อนแย้งที่ตลกและน่าจดจำ Samuel L. Jackson เล่นได้กวนประสาทและน่าหมั่นไส้มาก เขาทำให้หนังเรื่องนี้มีความเป็นคอมเมดี้ที่แข็งแรง
จะไม่พูดถึงเธอไม่ได้ สาวน้อยขาเทียมที่เป็นใบมีดคมกริบ การเคลื่อนไหวของเธอมีความเป็นนักยิมนาสติกผสมนักฆ่า เป็นตัวละครสมทบที่แย่งซีนและเท่ที่สุดคนหนึ่งในจักรวาลหนังแอ็คชั่น
หากติดตามช่อง DooaraiD555 ที่ชอบแซวหนัง เรื่องนี้คือขุมทรัพย์
Gadgets: หนังล้อเลียนอุปกรณ์สายลับยุคเก่า ทั้งรองเท้าซ่อนมีด ไฟแช็คระเบิด หรือร่มกันกระสุน มันมีความ “เวอร์” ที่ตั้งใจ เพื่อบอกว่า “เฮ้ย นี่มันหนังนะ อย่าคิดมาก”
Suit Up: ในขณะที่ James Bond ยุคใหม่พยายามทำตัวเซอร์ๆ ดิบๆ Kingsman กลับบอกว่า “สูทคือชุดเกราะของสุภาพบุรุษ” หนังดึงเสน่ห์ของแฟชั่นผู้ดีอังกฤษ (Savile Row) กลับมาทำให้ดูเท่และทันสมัยอีกครั้ง
เพื่อให้การรับชมของคุณที่ https://movie24hd.net/ มันส์สะใจที่สุด จับตาดูฉากเหล่านี้:
ฉากในบาร์ (Manners Maketh Man): ฉากเปิดตัวความเทพของ Harry Hart ที่สอนให้เรารู้ว่า อย่าตัดสินคนแก่ใส่แว่นที่ภายนอก
ฉากดิ่งพสุธา: การทดสอบความสามัคคีที่ลุ้นระทึกและหักมุม เป็นซีนที่โชว์เทคนิคการถ่ายทำและบทที่ฉลาด
ฉากพลุหัวระเบิด: ศิลปะแห่งความตายที่สวยงามและสะใจที่สุดในโลกภาพยนตร์
ข้อดี:
สดใหม่ แหวกแนว ปฏิวัติวงการหนังสายลับ
ฉากแอ็คชั่น (โดยเฉพาะฉากโบสถ์) คือตำนาน
Colin Firth เท่ระเบิด เท่จนวัวตายควายล้ม
เพลงประกอบดีมาก ตัดต่อเข้าจังหวะสุดๆ
บทตลกร้าย เสียดสีสังคมได้เจ็บแสบ
ข้อสังเกต:
มุกตลกทางเพศบางมุกในช่วงท้ายเรื่อง (Anal joke) อาจจะดูแรงไปสำหรับบางคน และถูกวิจารณ์พอสมควร
CGI บางจุดอาจจะดูหลอกตาไปบ้าง (แต่เข้าใจได้ว่าเป็นสไตล์)
คะแนน: 9.5/10 (Must Watch Before You Die) “Kingsman: The Secret Service คือค็อกเทลรสเลิศที่ผสมผสานความคลาสสิกของ James Bond เข้ากับความบ้าคลั่งของ Kick-Ass เขย่ารวมกันจนได้รสชาติที่กลมกล่อม เมามันส์ และทำให้คุณอยากลุกขึ้นไปตัดสูททันทีที่ดูจบ”