

เรื่องราวของ “จงเทียนฉี” ที่แม้จะหันหลังให้กับวิชามวย “หย่งชุน” ปิดสำนักมวยและพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายในแบบคนธรรมดาทั่วไป แต่โชคชะตาก็พาให้เขาต้องกลับเข้าวงการอีกครั้ง เพียงเพราะเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวชาวจีนที่กำลังถูกแก๊งอันธพาลไล่ต้อน หลังจากนั้นเป็นต้นมาเขาจึงถูกรังควาน มื่อกฎหมายไม่สามารถจัดการความอยุติธรรมได้ เขาจึงเลือกที่จะใช้วิชามวยหย่งชุน ต่อกรคนร้ายและปกป้องคนดีอีกครั้ง นี้จะเน้นไปที่การวิเคราะห์ความเดือดของคิวบู๊ งานสร้างที่ฉูดฉาด และการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของ “จางจิ้น” ในฐานะแอ็กชันสตาร์ระดับโลกครับ

หากจักรวาลยิปมันของดอนนี่ เยน คือตัวแทนของความสงบและการเป็นสุภาพบุรุษ ก็คือขั้วตรงข้ามที่เต็มไปด้วยความดุดัน ความเกรี้ยวกราด และสีสันที่ฉูดฉาด หนังภาคแยก (Spin-off) เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การหากินกับชื่อยิปมัน แต่มันคือการสร้างตำนานบทใหม่ให้กับ “จางเทียนจือ” ชายผู้เคยพ่ายแพ้ให้กับยิปมัน จนต้องหันหลังให้กังฟูเพื่อไปใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดา
สิ่งที่น่าชื่นชมที่สุดของบทภาพยนตร์เรื่องนี้คือการเลือกเล่าเรื่องของ “ผู้แพ้” หนังพาเราไปสำรวจชีวิตของจางเทียนจือหลังจากเหตุการณ์ใน Ip Man 3 เขาทำลายป้ายสำนัก หันไปเปิดร้านโชห่วยเล็กๆ และพยายามเลี้ยงลูกชายด้วยวิถีชีวิตที่สงบเสงี่ยมที่สุด
แต่ทว่า “วิถีแห่งนักสู้” มักจะดึงดูดปัญหาเสมอ เนื้อเรื่องไม่ได้เดินตามสูตรสำเร็จของหนังล้างแค้นทั่วไป แต่มันคือการ “ไถ่บาป” (Redemption) จางเทียนจือต้องเลือกระหว่างการนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรมเพื่อความปลอดภัยของครอบครัว หรือการหยิบวิชากังฟูที่เขาเคยละทิ้งกลับมาเพื่อปกป้องผู้อื่น หนังสะท้อนให้เห็นว่า “การเป็นมาสเตอร์ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง แต่อยู่ที่การใช้พลังที่มีเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง” ความสัมพันธ์ของเขากับลูกชายคือจุดยึดเหนี่ยวทางอารมณ์ที่ทำให้หนังเรื่องนี้มีหัวใจ ไม่ใช่แค่หนังต่อยตีกันอย่างไร้จุดหมาย
งานด้านภาพ (Cinematography) ของ โดยผู้กำกับระดับตำนานอย่าง หยวนวูปิง (Yuen Woo-ping) มีความโดดเด่นและแตกต่างจากหนังยิปมันทุกภาค:
สีสันที่จัดจ้าน: หนังใช้แสงไฟนีออนและสีสันที่ฉูดฉาดในย่านบาร์และสถานบันเทิงของฮ่องกงยุค 60s มาสร้างบรรยากาศที่ดูทันสมัยและมีพลัง (Vibrant) ให้อารมณ์เหมือนกำลังดูมังงะที่มีชีวิต
คิวบู๊ระดับเทพ: ในฐานะที่หยวนวูปิงคือปรมาจารย์ด้านการออกแบบคิวบู๊ (ผู้อยู่เบื้องหลัง The Matrix และ Kill Bill) เขาได้เนรมิตฉากแอ็กชันที่ “ครีเอทีฟ” สุดๆ เช่น ฉากสู้กันบนป้ายไฟนีออนความสูงหลายเมตร หรือฉากการประลองในบาร์ที่ใช้ทุกส่วนของพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า
ความดุดันของหย่งชุน: หากยิปมันคือหย่งชุนสายตั้งรับ จางเทียนจือคือหย่งชุนสายรุก (Aggressive Wing Chun) หนังนำเสนอความเร็ว ความรุนแรง และการหักกระดูกที่ดูแล้ว “เจ็บแทน” ซึ่งสร้างความสะใจให้กับคอหนังบู๊ได้อย่างเข้าเป้า
จางจิ้น (Max Zhang): หลังจากโชว์ฝีมือในบทตัวร้ายมาหลายเรื่อง ในที่สุดเขาก็พิสูจน์ได้ว่าเขาสามารถแบกหนังทั้งเรื่องได้ในฐานะพระเอก จางจิ้นมี “มาด” ที่นิ่งขรึมแต่แฝงไปด้วยอันตราย ท่วงท่ากังฟูของเขาคือความสวยงามที่แฝงไปด้วยพิษสง ซึ่งเขาถ่ายทอดความเป็น “มาสเตอร์ Z” ออกมาได้อย่างมีเสน่ห์
มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh): ในบทเจ้าแม่มาเฟียที่พยายามจะล้างมือในอ่างทองคำ ทุกครั้งที่เธอปรากฏตัว บารมีของเธอกลบทุกคนในฉาก และการดวลกันระหว่างเธอกับจางจิ้นโดยใช้พัดและดาบ คือหนึ่งในฉากการต่อสู้ที่สวยงามที่สุดในรอบทศวรรษ
เดฟ บอทิสตา (Dave Bautista): การปะทะกันระหว่าง “มวยจีน” กับ “มวยปล้ำ/พลังกายอันมหึมา” ของเดฟ สร้างความกดดันให้คนดูได้ดีมาก เขาทำหน้าที่เป็นกำแพงยักษ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวันพังลงได้
โทนี่ จา (Tony Jaa): แม้จะเป็นบทรับเชิญ แต่ฉากการต่อสู้ระหว่างมวยไทยกับหย่งชุนคือความฟินระดับ 10 กะโหลกสำหรับแฟนหนังชาวไทยและทั่วโลก
คือความบันเทิงระดับพรีเมียม มันไม่ได้มีแค่ศิลปะการต่อสู้ แต่มันคือหนังที่มีสไตล์จัดจ้าน มีตัวละครที่น่าจดจำ และมีการออกแบบการต่อสู้ที่น่าทึ่ง หากคุณชอบหนังที่ “แอ็กชันถึงพริกถึงขิง” และมีโปรดักชันที่อลังการ หนังเรื่องนี้คือคำตอบที่คุณต้องการครับ
IMDb Score: 6.4/10 (คะแนนสายบู๊จัดว่าดีเยี่ยม)
movie24hd Score: 9/10 – “งานคิวบู๊ระดับพระกาฬ รวมดาราแอ็กชันระดับโลกไว้ในที่เดียว!”
จุดเด่น: ฉากสู้กันบนป้ายไฟนีออน และการดวลกับมิเชล โหย่ว
จุดสังเกต: เนื้อเรื่องบางช่วงอาจดำเนินตามสูตรสำเร็จไปนิด แต่ทดแทนได้ด้วยฉากบู๊ที่มาแบบไม่พัก
ดูต่อให้ตาแฉะที่ movie24hd.net:
Ip Man 3: ย้อนกลับไปดูจุดเริ่มต้นความแค้นระหว่างยิปมันและจางเทียนจือ
SPL II: A Time for Consequences: การรวมตัวของจางจิ้นและโทนี่ จา ในบทบาทที่ดุเดือดไม่แพ้กัน
Paradox (เดือด ซัด ดิบ): หนังแอ็กชันฮ่องกงที่เน้นความดุเดือดและการล้างแค้น
บทสรุป: คือหนังที่พิสูจน์ว่า “หย่งชุน” สามารถถ่ายทอดออกมาให้เท่และดุดันได้ในหลายรูปแบบ นี่คือหนังแอ็กชันขึ้นหิ้งที่คอหนังบู๊ต้องดูซักครั้งในชีวิตครับ!