

พบกับการต่อสู้ที่ไร้การยั้งมือระหว่าง Justice League และกองกำลังต่างดาวที่ไม่มีใครหยุดยั้งได้ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Doomsday การต่อสู้ที่ซูเปอร์แมนเท่านั้นที่จะเอาชนะได้และจะเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของเมืองเมโทรโพลิสไปตลอดกาล สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Movie24HD เพื่อนคู่คิดของคนรักหนัง! วันนี้ผมรับบทเป็นนักเขียนรีวิวที่จะพาคุณไปเจาะลึกหนังอนิเมชั่นระดับตำนานที่แฟน DC ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ถ้าพูดถึงฮีโร่ที่แข็งแกร่งที่สุด สัญลักษณ์แห่งความหวัง “Superman” คือชื่อแรกที่เรานึกถึง แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพระเจ้าองค์นี้ต้องหลั่งเลือด? The Death and Return of Superman (2019) คือการนำเอาอนิเมชั่นสองภาคยักษ์ใหญ่ (The Death of Superman และ Reign of the Supermen) มามัดรวมเป็นเรื่องราวต่อเนื่องยาวเหยียดที่สมบูรณ์แบบที่สุด ที่ Movie24HD เราขอยกให้เรื่องนี้เป็นหนึ่งใน “Masterpiece” ของ DC Animated Movie Universe (DCAMU) ที่คุณต้องดูสักครั้งในชีวิต!
สิ่งที่ทำให้เวอร์ชัน 2019 นี้โดดเด่นกว่าฉบับ Live Action (อย่าง Batman v Superman) หรือฉบับอนิเมชั่นเก่าๆ คือ “การปูพื้นฐานทางอารมณ์”
ความสัมพันธ์ที่จับต้องได้: หนังไม่ได้เปิดมาแล้วสู้กันเลย แต่ให้เวลาเราซึมซับความสัมพันธ์ระหว่าง Clark Kent และ Lois Lane เราได้เห็นด้านที่เป็นมนุษย์ของซูเปอร์แมน ความกังวล ความรัก และการตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตน มันทำให้ตอนที่เขาต้องเผชิญหน้ากับ Doomsday ผู้ชมอย่างเรารู้สึก “เจ็บปวด” ไปกับตัวละครจริงๆ ไม่ใช่แค่ดูหุ่นตีกัน
ความน่ากลัวของ Doomsday: ในเรื่องนี้ Doomsday ไม่ใช่แค่สัตว์ประหลาด CG ลอยๆ แต่มันคือ “ภัยพิบัติเดินได้” การไล่ลำดับความเก่งกาจจากการถล่ม Justice League ทีละคน จนเหลือแค่ Superman ที่ยืนหยัดได้ เป็นการเขียนบทที่ฉลาดมาก มันสร้างความกดดันให้คนดูรู้ว่า “ครั้งนี้พี่ซุปอาจจะไม่รอดจริงๆ”
การเมืองและสังคม: ในพาร์ท Return (การกลับมา) หนังสะท้อนภาพสังคมที่ขาดผู้นำ ความโกลาหล และการที่มี “ตัวแทน” (The Reign of Supermen) ทั้ง 4 คนโผล่ขึ้นมา แย่งชิงความเป็นของจริง ทั้ง Cyborg Superman, Steel, Superboy, และ Eradicator บทมีการหักมุม การเมืองแทรกเล็กน้อย ทำให้เนื้อเรื่องดูเป็นผู้ใหญ่และน่าติดตาม
สำหรับแฟนๆ ที่ติดตามช่องจะรู้ดีว่างานภาพของ DCAMU ยุคนี้มีลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์
ฉากต่อสู้ระดับ 10/10: การต่อสู้ระหว่าง Superman กับ Doomsday คือไฮไลท์ที่แท้จริง มันมีความ “Weighty” (มีน้ำหนัก) ทุกหมัดที่ต่อย ทุกแรงกระแทก พื้นดินสั่นสะเทือน เลือดสาดกระจาย (เรื่องนี้มีความรุนแรงระดับ PG-13 ถึง R ในบางฉาก) มันสื่อถึงความตายจริงๆ ไม่ใช่แค่การ์ตูนเด็ก
ดีไซน์ตัวละคร: การออกแบบ Supermen ทั้ง 4 คนทำได้เท่และมีเอกลักษณ์ชัดเจน โดยเฉพาะ Cyborg Superman ที่ดูน่าเกรงขาม และ Superboy ที่ดูเท่แบบวัยรุ่น 90s ผสมยุคใหม่
การเคลื่อนไหว (Animation Flow): แม้จะมีบางช่วงที่เฟรมเรตอาจจะดูดร็อปไปบ้างตามสไตล์อนิเมชั่นตะวันตกงบจำกัด แต่ในฉากไคลแม็กซ์ ทีมงานทุ่มสุดตัว มุมกล้องเหวี่ยงรับการต่อสู้กลางอากาศได้ลื่นไหล ดูแล้วไม่งงว่าใครทำอะไร
เสียงพากย์คือสิ่งที่เติมเต็มให้ตัวละครมีชีวิต ในเวอร์ชันนี้เราได้ทีมนักแสดงคุณภาพมาร่วมงาน:
Jerry O’Connell (Superman): น้ำเสียงที่อบอุ่น มั่นคง แต่แฝงไปด้วยความกังวลในยามที่ต้องปกป้องคนที่รัก เขาถ่ายทอดความเป็น “Boy Scout” ที่โลกต้องการได้ดีเยี่ยม
Rebecca Romijn (Lois Lane): เธอไม่ใช่แค่นางเอกที่รอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอแสดงถึงความเข้มแข็ง ความฉลาด และความโศกเศร้าของการสูญเสียคนรักได้บาดลึก
Rainn Wilson (Lex Luthor): นี่คือเซอร์ไพรส์! หลายคนติดภาพเขาจากบทตลก แต่ Lex Luthor ในเวอร์ชันนี้มีความยโส โอหัง แต่ก็มีความเป็นอัจฉริยะที่น่าหมั่นไส้และน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน
“การตายของซูเปอร์แมนไม่ใช่จุดจบ แต่มันคือบทพิสูจน์ว่าทำไมโลกถึงต้องการเขา” – นี่คือสิ่งที่หนังเรื่องนี้พยายามบอกเราผ่านเสียงพากย์และการกระทำของตัวละคร
เพื่อให้คุณเข้าใจเบื้องหลังความอลังการ นี่คือข้อมูลทีมงานคุณภาพที่คุณสามารถค้นหาผลงานอื่นๆ ของพวกเขาได้ในเว็บไซต์ movie24hd.net ของเราครับ
ผู้กำกับ: Jake Castorena, Sam Liu (มือเก๋าแห่งวงการอนิเมชั่น DC)
ผู้เขียนบท: Peter J. Tomasi (จากคอมิกส์ชื่อดัง), James Krieg
ค่ายผู้ผลิต: Warner Bros. Animation, DC Entertainment
ความยาว: ประมาณ 166 นาที (ฉบับรวม)
นักแสดงนำ (เสียงพากย์):
Jerry O’Connell เป็น Superman / Clark Kent
Rebecca Romijn เป็น Lois Lane
Rainn Wilson เป็น Lex Luthor
Cameron Monaghan เป็น Superboy
หากคุณชื่นชอบผลงานของผู้กำกับ Sam Liu สามารถลองค้นหา [ดูหนัง Batman: The Killing Joke] หรือ [ดูหนัง Wonder Woman: Bloodlines] ในเว็บของเราเพื่อเปรียบเทียบสไตล์งานได้เลยครับ!
เราไม่ได้คิดไปเองว่าหนังเรื่องนี้ดีจริง มาดูคะแนนจากเว็บไซต์วิจารณ์หนังระดับโลกกันครับ:
Rotten Tomatoes:
The Death of Superman (Part 1): 92% (Critics) – ถือว่าสูงมากสำหรับหนังซูเปอร์ฮีโร่!
Reign of the Supermen (Part 2): 93% (Critics) – รักษามาตรฐานความมันส์ได้ต่อเนื่อง
IMDb: คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7.4/10 (จากคะแนนโหวตหลายหมื่นคน)
IGN: ยกย่องว่าเป็น “หนึ่งในการดัดแปลง The Death of Superman ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา”
สรุปรีวิวจากแฟนหนัง: ส่วนใหญ่ชื่นชมที่หนัง “กล้า” ที่จะเล่าเรื่องตามต้นฉบับคอมิกส์ ใส่รายละเอียดที่แฟนบอยต้องการ และฉากแอ็กชันที่ไม่กั๊กของ แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าพาร์ท Reign (ช่วงครึ่งหลัง) เดินเรื่องเร็วไปนิดเมื่อเทียบกับความละเมียดละไมของครึ่งแรก
ถ้าคุณดู The Death and Return of Superman จบแล้วอารมณ์ยังค้าง! ทาง Movie24HDขอแนะนำหนังเหล่านี้ต่อเลยครับ:
Justice League Dark: Apokolips War (2020): บทสรุปสุดท้ายของจักรวาลนี้ ที่โหดกว่า ดิบกว่า และสิ้นหวังกว่า! (ต้องดูต่อเรื่องนี้เลย!)
Superman: Doomsday (2007): เวอร์ชันดั้งเดิมฉบับย่อ ลองดูเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของงานภาพยุคเก่าและใหม่
Batman: Hush (2019): เนื้อเรื่องที่อยู่ในจักรวาลเดียวกัน มีความโรแมนติกและสืบสวนสอบสวนที่เข้มข้น
Man of Steel (2013): สำหรับคนที่อยากเห็นการต่อสู้กับชาวคริปโตเนียนในรูปแบบคนแสดงจริง
ไม่ใช่แค่หนังการ์ตูนขายของเล่น แต่มันคือจดหมายรักถึงแฟนๆ Superman ทั่วโลก มันทำให้เราตระหนักว่า ฮีโร่ไม่ได้วัดกันที่พลังเหาะเหินเดินอากาศ แต่วัดกันที่ “หัวใจ” ที่พร้อมจะเสียสละเพื่อผู้อื่น งานภาพที่สวยงาม เนื้อเรื่องที่ครบรส และฉากแอ็กชันที่ทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ นี่คือประสบการณ์การดูหนังที่คุณจะประทับใจแน่นอน หากคุณพร้อมแล้วที่จะเป็นสักขีพยานในการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ อย่ารอช้า! คลิกเข้าไปดูเลยที่ movie24hd