

ลอยด์และเพื่อนๆ เป็นนินจาลับที่ใช้หุ่นยนต์เพื่อปกป้องเมืองจากลอร์ดการ์มาดอนผู้ชั่วร้าย แต่ทว่าลอร์ดการ์มาดอนก็คือพ่อของลอยด์นี่เอง ยินดีครับ! มาเปลี่ยนบรรยากาศจากหนังระทึกขวัญ มาสู่โลกแห่งตัวต่อเลโก้ที่เต็มไปด้วยสีสัน เสียงหัวเราะ และหมัดฮุคทางอารมณ์ที่คาดไม่ถึงกับ “The LEGO Ninjago Movie (2017)” ในฐานะนักเขียนจาก movie24hd ผมจะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมหนังแอนิเมชันเรื่องนี้ถึง “มีดีมากกว่าแค่ของเล่น” ครับ

Title: รีวิว มากกว่าความสนุกคือบทเรียนชีวิต | movie24hd Description: เจาะลึกแอนิเมชันสุดกวน วิเคราะห์งานสร้างระดับพระกาฬ การพากย์เสียงสุดฮา และประเด็นพ่อลูกที่ทัชใจ อ่านรีวิวฉบับเต็มได้ที่นี่
หลังจากความสำเร็จถล่มทลายของ The LEGO Movie และ The LEGO Batman Movie ทาง Warner Bros. ก็ไม่รอช้าที่จะหยิบเอาซีรีส์ยอดฮิตของตัวเองอย่าง Ninjago มาขึ้นจอใหญ่ในรูปแบบภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ แม้ว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับเวอร์ชันซีรีส์ทางทีวีมาก่อน แต่ฉบับ Movie ปี 2017 นี้คือการยกเครื่องใหม่ (Reboot) ที่ใส่ความกวน ความลึกของตัวละคร และงานสร้างระดับเทพเข้าไปจนทำให้มันกลายเป็นหนังที่ “เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี” อย่างแท้จริง ที่ movie24hd.net เรามองว่านี่คือหนังที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์มานำทางการตลาดได้อย่างแนบเนียนที่สุดเรื่องหนึ่งเลยครับ
จุดเด่นที่สุดของเนื้อเรื่องในภาคนี้ไม่ใช่การออกไปปราบสัตว์ประหลาด แต่มันคือ “ปมปัญหาครอบครัว” ระหว่าง ลอยด์ (Lloyd) นินจาเขียวผู้พยายามกอบกู้เมือง และ การ์มาดอน (Garmadon) พ่อบังเกิดเกล้าที่เป็นวายร้ายหมายจะยึดครองเมืองนินจาโก
หนังฉลาดมากที่หยิบยกประเด็น “เด็กที่พ่อแม่แยกทางกัน” และ “การถูกสังคมตราหน้า” มานำเสนอผ่านตัวละครลอยด์ ความเจ็บปวดที่ต้องสู้กับพ่อตัวเองทุกวันจันทร์ถึงศุกร์มันถูกถ่ายทอดออกมาในเชิงตลกหน้าตาย (Deadpan Humor) แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คนดูรู้สึกเห็นใจอย่างสุดซึ้ง นี่ไม่ใช่แค่หนังนินจาสู้กัน แต่มันคือหนังที่ลูกชายอยากถามพ่อว่า “ทำไมพ่อถึงทิ้งผมไป?”
ความโดดเด่นของบทคือความ “Self-aware” หรือการล้อเลียนตัวเอง หนังรู้ว่าตัวเองเป็นเลโก้ และใช้ประโยชน์จากฟิสิกส์ของตัวต่อมาทำมุกตลกได้อย่างยอดเยี่ยม รวมถึงการเอาโลกแห่งความจริง (Live-action) มาผสมผสานได้อย่างน่ารักและน่าประทับใจ
หากคุณคิดว่าหนังเลโก้ก็แค่คอมพิวเตอร์กราฟิกธรรมดา คุณต้องคิดใหม่ครับ! คือผลงานมาสเตอร์พีซด้านเทคนิคภาพ
Texture ที่สมจริง: ถ้าคุณสังเกตดีๆ บนตัวละครเลโก้จะมีรอยนิ้วมือ รอยขีดข่วน และคราบฝุ่นเล็กๆ เหมือนเราหยิบของเล่นจริงๆ มาขยับ การให้ความสำคัญกับรายละเอียดระดับนี้ทำให้โลกในหนังดูมีชีวิตและมีเสน่ห์มหาศาล
การผสมผสานธรรมชาติ: ต่างจากภาค Batman ภาคนี้มีการใช้ “น้ำจริง” “ไฟจริง” และ “พืชพรรณจริง” มาประกอบกับฉากที่เป็นตัวต่อเลโก้ ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่ดูแปลกตา สวยงาม และให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังเล่นเลโก้อยู่ในสนามหลังบ้านจริงๆ
ฉากแอ็คชั่น: การออกแบบคิวบู๊มีความเป็น “หนังกำลังภายใน” สูงมาก มีการใช้มุมกล้องที่ฉับไว สไตล์หนังมาร์เชียลอาร์ตยุคเก่า ซึ่งทำออกมาได้ตระการตาจนลืมไปเลยว่านี่คือตัวต่อไม่มีข้อต่อที่สมบูรณ์
การพากย์เสียงในเรื่องนี้คือหัวใจที่ทำให้ตัวละครมีชีวิต โดยเฉพาะการเลือกนักแสดงที่มีทักษะคอมเมดี้สูงมาให้เสียง
Dave Franco (Lloyd): ถ่ายทอดเสียงของวัยรุ่นที่มีความสับสน อ่อนไหว แต่ก็พยายามเข้มแข็งได้ดีมาก
Justin Theroux (Lord Garmadon): นี่คือดาวเด่นของเรื่อง! การพากย์เสียงของเขาทำให้การ์มาดอนกลายเป็นวายร้ายที่น่ารักและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน จังหวะการตบมุกของเขาคือที่สุด
Jackie Chan (Master Wu): การได้เฉินหลงมาพากย์เสียงอาจารย์วู (และแสดงในส่วน Live-action) ช่วยยกระดับหนังให้มีกลิ่นอายเอเชียและจิตวิญญาณนินจาอย่างเต็มเปี่ยม
แม้ว่าจะถูกเปรียบเทียบกับภาคก่อนหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ Ninjago Movie ก็มีแฟนคลับเฉพาะตัวที่เหนียวแน่นมาก
| แหล่งรีวิว | คะแนน / ความเห็น |
| IMDb | 6.0/10 (สนุกในแง่หนังครอบครัว) |
| Rotten Tomatoes | 55% (Critics) / 70% (Audience) |
| movie24hd.net | 8.0/10 – “หนังที่เข้าถึงอารมณ์พ่อลูกได้ดีที่สุดในชุดเลโก้” |
อาจจะดูเหมือนหนังขายของเล่นในแวบแรก แต่ถ้าคุณได้เปิดใจดู คุณจะพบว่ามันคือหนังที่ว่าด้วย “การยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น” และ “การให้อภัยคนในครอบครัว” ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยแพ็กเกจของนินจาและหุ่นยนต์ยักษ์ที่สนุกสุดเหวี่ยง อย่าลืมแวะมาแชร์ความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ได้ที่ movie24hd.net