

เบิร์ต กัมเมอร์และทราวิส เวลเกอร์พบว่าตัวเองต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดหลังจากการสืบสวนการโจมตีของหนอนยักษ์อันร้ายแรงในอาร์กติกของแคนาดา ภาคต่อของแฟรนไชส์หนังอสุรกายสุดคลาสสิกที่อยู่คู่กับเรามาอย่างยาวนาน ครั้งนี้ Burt Gummer ตัวตึงของเรื่องต้องเจอกับศัตรูเก่าในสภาพแวดล้อมใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด

แฟรนไชส์ Tremors เดินทางมาถึงภาคที่ 6 โดยที่เสน่ห์ของมันยังคงเดิม นั่นคือการเป็นหนังแนว “Action-Comedy Monster Movie” ที่ไม่เคยทิ้งรากเหง้าของตัวเอง ในภาคนี้หนังพาเราเปลี่ยนบรรยากาศจากดินแดงสีส้มไปสู่ศูนย์วิจัยท่ามกลางหิมะในแคนาดา (ซึ่งจริงๆ แล้วถ่ายทำที่แอฟริกาใต้แต่เซตฉากให้ดูหนาว!) เพื่อเผชิญหน้ากับ Graboids และ Ass-Blasters ที่ดุร้ายกว่าเดิม
เนื้อเรื่องในภาคนี้เน้นไปที่ความสัมพันธ์ของตัวละครรุ่นเก๋าอย่าง Burt Gummer และลูกชายของเขา Travis Welker หนังพยายามใส่ปมดราม่าเล็กๆ เกี่ยวกับสุขภาพของ Burt ที่ได้รับผลกระทบจากการเผชิญหน้ากับ Graboid ในอดีต ทำให้ภารกิจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องการฆ่าสัตว์ประหลาด แต่เป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอดจากภายในร่างกายตัวเองด้วย
ความสดใหม่ของสถานที่: การเปลี่ยนมาสู้กันในที่ที่มีหิมะและน้ำแข็ง (แม้จะเป็นหิมะเทียมก็ตาม) ทำให้ลูกเล่นในการตรวจจับแรงสั่นสะเทือนของ Graboid ดูท้าทายขึ้น หนังใช้ประโยชน์จากจุดนี้สร้างฉากระทึกขวัญได้ค่อนข้างน่าสนใจ
โทนของหนัง: ยังคงความเบาสมองและมุกตลกหน้าตายที่เป็นเอกลักษณ์ หนังรู้ดีว่าตัวเองเป็นหนังเกรด B และมันก็ภูมิใจที่จะนำเสนอความสนุกแบบไม่ต้องคิดซับซ้อน
Michael Gross (รับบท Burt Gummer): ชายคนนี้คือกระดูกสันหลังของแฟรนไชส์อย่างแท้จริง ในภาค 6 เขายังคงมอบการแสดงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ความบ้าอาวุธ และความจิกกัดที่แฟนๆ หลงรัก Michael เล่นบทชายแก่ที่ดื้อรั้นแต่เปี่ยมด้วยประสบการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Jamie Kennedy (รับบท Travis Welker): ลูกชายผู้มาพร้อมความกวนประสาท เคมีระหว่างเขากับ Michael Gross เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้นในภาคนี้ ทำให้บทสนทนาพ่อลูกดูเป็นธรรมชาติและเป็นส่วนเติมเต็มอารมณ์ขันให้กับหนังได้ดี
ทีมนักแสดงสมทบ: ในภาคนี้มีตัวละครใหม่อย่างเจ้าหน้าที่ในศูนย์วิจัยที่มาสร้างสีสัน (และมาเป็นอาหารสุกร) ซึ่งทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐานหนังแนวอสุรกายทั่วไป
การออกแบบอสุรกาย: Graboid ในภาคนี้มีการอัปเกรดรูปลักษณ์เล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เย็นจัด การขยับร่างกายดูมีความลื่นไหลมากขึ้น
CGI: เนื่องจากเป็นหนังทุนสร้างไม่สูงมาก งาน CGI อาจจะไม่ได้เนียนตาเท่าหนังบล็อกบัสเตอร์ระดับโลก แต่หนังก็ฉลาดพอที่จะใช้มุมกล้องและการตัดต่อเข้ามาช่วยลดจุดอ่อนตรงนั้นได้
งานสร้างฉาก: การเนรมิตแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นขั้วโลกเหนือนั้นทำออกมาได้ค่อนข้างดีในระดับหนึ่ง (ถ้าไม่สังเกตเรื่องไอเย็นจากปากตัวละคร) แสงสีขาวของหิมะตัดกับเลือดสีส้มของ Graboid ทำให้ภาพดูโดดเด่นและน่าจดจำ
| แหล่งข้อมูล | คะแนน / คำนิยาม |
| IMDB | 5.0/10 (คะแนนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของหนังภาคต่อยาวๆ) |
| Rotten Tomatoes | Audience Score 33% (แฟนพันธุ์แท้ยังคงสนับสนุน แต่คนทั่วไปอาจมองว่าซ้ำซาก) |
มุมมองจาก movie24hd: Tremors 6 ไม่ได้สร้างมาเพื่อชิงรางวัลออสการ์ แต่มันสร้างมาเพื่อ “แฟนคลับ” ที่โตมาพร้อมกับ Burt Gummer หากคุณรักความมันส์แบบไม่พักสมอง และชอบการเห็นสัตว์ประหลาดยักษ์โดนระเบิดตัวแตก ภาคนี้ตอบโจทย์คุณแน่นอนครับ
หากคุณติดใจความระทึกของ Tremors 6 เราขอแนะนำให้ลองย้อนไปดูหรือหาเรื่องเหล่านี้มาชม:
Tremors (1990): ภาคแรกระดับตำนานที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
Eight Legged Freaks: หนังแมงมุมยักษ์ถล่มเมืองที่อารมณ์ขันใกล้เคียงกัน
Deep Rising: อสุรกายใต้สมุทรที่ดิบและเถื่อนไม่แพ้ Graboid
Tremors 6: A Cold Day in Hell (2018) คือการเฉลิมฉลองความคงกระพันของ Burt Gummer หนังอาจจะไม่ได้มอบความแปลกใหม่ทางบทภาพยนตร์มากนัก แต่การได้เห็น Michael Gross จับปืนสู้กับอสุรกายอีกครั้งคือความสุขที่หาที่ไหนไม่ได้สำหรับแฟนตัวจริง เป็นหนังที่เหมาะกับการดูวันหยุดแบบไม่ต้องคิดอะไรมากจริงๆ ครับ movie24hd